ติ๊ก ชิโร่ อัพเดตคดีความ แต่งเพลงเตือนสติ “เมาไม่ขับ” เผยพยายามกลับมาใช้ชีวิตให้เหมือนเดิม
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นักร้องชื่อดัง ติ๊ก ชิโร่ เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าวคืนสู่ไร่แคมป์ไฟดนตรีมาลีฮวนน่า “พี่ เพื่อน น้อง ร้องเพลงรัก” ที่ ร้านกระเทียมพริกไทยดำ เขตคลองสามวา ทั้งนี้หลังจบงานเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของคดีเมาแล้วขับชนคนจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ตามที่เคยเป็นข่าวไปแล้ว
ติ๊ก ชิโร่ เผยว่า “ผมอาจจะยังพูดเรื่องนี้ไม่ได้มากเพราะว่าในขณะนี้ยังต้องไปรายงานตัวอยู่ตลอด ถือว่ายังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการอยู่โดยที่ไม่ได้หนีหายไปไหน แล้วก็ทำตัวอย่างถูกต้องที่สุดดีที่สุด พูดแล้วน้ำตาจะไหลนะเนี่ย แต่ถ้าจะขอพูดคือผมได้มีความสำนึกกับเรื่องที่เกิดขึ้น เลยแต่งเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลงชื่อว่า “เมาไม่ขับ” เพื่อสะท้อนความรู้สึกและอยากเป็นตัวแทนของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป โดยนำเอาประสบการณ์ชีวิตของเรามาใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ตั้งใจว่าถ้าเพลงนี้มันมีค่ามากพอที่จะมอบให้กับองค์กรใดๆ ก็จะมอบให้ สิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือร้องเพลงและแต่งเพลง”

สภาพจิตใจตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“ขออนุญาตบอกว่าถ้าใครไม่มีโอกาสได้เจอสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะไม่ทราบ คงคิดว่าเราจะสามารถดำเนินชีวิตได้ต่อไปง่าย ๆ แต่ไม่ใช่เลยครับ มันยากมาก แล้วใครบางคนก็อาจจะอยู่ในช่วงที่มันยากมากมายในการดำเนินชีวิต มันมีผลกระทบในเรื่องของหัวใจอยู่แล้ว แม้กระทั่งเรื่องหน้าที่การงานด้วย”
แสดงว่าระหว่างทางอาจจะมีท้อบ้างในเรื่องของการเยียวยา?
“แน่นอนครับ แต่ผมก็พยายามทำอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องตรงไปตรงมา หวังว่าทุกอย่างจะมีแนวโน้มไปในทางที่ดี ที่ผ่านมาผมก็ทำงานจิตอาสามาตลอด ถ้ามองในมุมของผมก็คือผมช่วยคนอื่นมาตลอด แต่แน่นอนว่าอุบัติเหตุก็ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบสังคม สิ่งเรานั้นถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งหนึ่งที่อาจจะบั่นทอนความรู้สึก มีผลต่อครอบครัว มีผลต่อคนรอบข้าง แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนอดทนสู้ชีวิตมา ผมก็ยังอยากที่จะทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์”

สิ่งที่กังวลที่สุดตอนนี้?
“ในขณะนี้ก็พยายามที่จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีรอยยิ้มเสียงหัวเราะ พูดจาน่ารัก ตลกขบขัน เป็นที่รักของเพื่อนพี่น้อง บางครั้งผมก็มีความรู้สึกเหมือนหัวใจโดนลูกศรปักเข้ามาทำให้อ่อนล้า เพราะว่าเราเป็นคนที่มีชื่อเสียง เวลาจะก้าวเดินทำอะไรจะมีคนคอยวิจารณ์อยู่เสมอ แน่นอนว่าเราไม่สามารถที่จะปิดกั้นความคิดของใครในแง่มุมใดได้ ทุกคนก็ย่อมมีมุมที่บางครั้งอ่อนล้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉะนั้นเราต้องยอมรับความจริงและอยู่ต่อให้ได้”

