เจนนี่ รัชนก ยันดราม่าครอบครัวไม่ใช่คอนเทนต์ ประกาศปิดหนี้ให้แม่ครั้งสุดท้าย 3 ล้านบาท

13.10.25 | 14:37 น.

เจนนี่ รัชนก ยันดราม่าครอบครัวไม่ใช่คอนเทนต์ ประกาศปิดหนี้ให้แม่ครั้งสุดท้าย 3 ล้านบาท หวังให้แม่มีความสุขในบั้นปลายชีวิต 

กลายเป็นประเด็นดราม่าที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้ กับปัญหาภายในครอบครัวของนักร้องสาว เจนนี่ รัชนก ที่ออกมาพูดถึงเรื่องหนี้สินของแม่เกตุ จนหลายคนมองว่าหรือจะเป็นการสร้างคอนเทนต์?  ล่าสุดเจนนี่ ได้มาเปิดใจในรายการโหนกระแสถึงประเด็นดราม่าดังกล่าวว่า

“มันเกิดขึ้นจริงค่ะ มันไม่ใช่คอนเทนต์ คือหนูโดนว่าเป็นคอนเทนต์ คือเรื่องแบบนี้พิสูจน์หลักฐานกันได้ง่ายมากๆ เพราะทุกบาดแผลที่เกิดขึ้นมันมีที่มาที่ไปหมดเลย และหนูรู้สึกว่าบางทีมันสะสมเยอะจนวันหนึ่งมันต้องถึงจุดเปลี่ยน หนูแค่อยากเปลี่ยนเรื่องนี้ก่อนที่ลูกสาวหนูสองคนจะโตขึ้น หนูไม่อยากให้เขาเป็นเหมือนหนู หนูเลยหาทางออก หนูคิดมา 3 ปี หนูหาทางอื่นมาเยอะแล้ว และหนูก็พยายามอยากทำให้มันดีที่สุด แต่ทางออกรอบนี้มันเจ็บ หนูเจ็บ แม่เจ็บ น้องสาวหนูเจ็บ แต่หนูว่ามันจะจบ”

ล่าสุดได้คุยกับแม่ไหม?

“หนูยังไม่ได้ปลดบล็อกเลยค่ะ หนูกลัวแม่ไม่คุยด้วย (ร้องไห้) เหมือนหนูทำให้คนด่าเขา แต่หนูอยากให้มองที่เป้าหมาย  หนูอยากเปลี่ยนชุดความคิดเขาจริงๆ หนูอยากให้เขามีความสุขในชีวิตจริงๆ”

Advertisement

“ส่วนหนึ่งคือไม่อยากช่วยเรื่องเดิมๆ แล้วผลลัพธ์อีกส่วนหนึ่งที่อยากให้เขาได้รับก็คือ คุณแม่อาจจะมีชุดความคิดที่คุณแม่คิดว่าเรื่องนี้มันถูก ซึ่งเขาคิดแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่เขาเกิดมาจนถึง ณ ตอนนี้ บางทีเขาต้องรับการคอนเฟิร์มต่อบุคคลหลายๆ คนว่าอันนี้มันไม่ได้ดีเสมอไป เพราะว่าที่ผ่านมาพอหนูพูดมันดูว่าหนูไปก้าวก่าย หรือไปสอน เพราะว่าเราเป็นลูก หนูแค่อยากให้คุณแม่มองภาพกว้างๆ แล้วให้เขาได้รับบทเรียนจริงๆ ว่าต้องฟังแล้ว ต้องเปลี่ยนและต้องไปต่อ ไม่ว่าเขากับหนูจะกลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีได้หรือไม่ แต่หนูเชื่อว่าอย่างน้อยเจ้าหนี้ก็ไม่มีใครกล้าให้ยืมเพิ่ม หรือหวยต่างๆ ที่เขาออกมาแล้ว แล้วเขาไปซื้อเขาก็คงไม่มาขายแล้ว เพราะว่าเป็นกระแสดัง คือมันเป็นผลลัพธ์ที่ดีระยะยาว แต่ ณ วันนี้มันเพิ่งเกิดขึ้นมันก็เลยยังบอบซ้ำกันอยู่”

“ณ วันนี้หนูไม่อยากให้ด่าเขาแล้ว อยากให้ทุกคนมองภาพรวมว่าเขาเกิดมาแบบไหน ณ วันนี้อยากให้ทุกคนให้บทเรียนและเปลี่ยนชุดความคิดเขามากกว่า คือเหมือนแม่เขาพยายามหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เขาใช้วิธีที่ไม่ค่อยจะถูกต้องมาตลอด คือหนูรู้และหนูรับได้มาตลอด.เพราะว่าเขาเป็นแม่หนู หนูอยากให้เขามีความสุข หนูอยากให้เขาเป็นคนใหม่ แต่หนูลองมาหลายวิธีแล้วหนูช่วยแบบที่ทุกคนให้ช่วย แบบบ้านเธอมีเงินขนาดนี้ทำไมไม่ให้ๆ จนเราทำมาหมดแล้วจนเรารู้สึกว่ามันเยอะเกินไป และลูกหนูกำลังจะโต แล้วหนูก็ไม่อยากให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก หนูก็เลยทำในสิ่งที่มันเกิดขึ้นล่าสุด

ที่ผ่านมาหนูรู้สึกว่ามันมีหนี้สินเจ้าหนี้ทุกครั้ง เขาก็จะแบบเดี๋ยวรอเจนนี่ มันจะเป็นแบบนี้มาตลอด เราแค่อยากแสดงจุดยืนว่าให้ทุกคนทราบว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้ว หนูว่า 3 วันที่ผ่านมาเขาค่อนข้างจะได้รับบทเรียนหนัก อย่างล่าสุดที่เห็นคลิปเขาร้องไห้ มีคนถ่ายมา หนูว่าหนูก็รับไม่ได้เหมือนกัน และหนูก็รู้สึกผิดว่าที่หนูทำไปมันถูกหรือเปล่า”

“มีดราม่าที่น้องไปขายสินค้า คนจะมองว่าทำไมลิลลี่ถึงไม่รู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งหนูเป็นคนสอนน้องเองให้เขามูฟออน แม่ น้อง หนู กำลังมีปัญหากันอยู่ เขามองว่าทำไมไลฟ์ขายของมีความสุข แฮปปี้ ดี๊ด๊าได้ เขาอยากให้ลิลลี่ร้องไห้ ซึ่งน้องกำลังโดนโจมตีว่าทำไมน้องไม่รีแอ๊กชั่นกับเรื่องนี้ หนูขอบอกเลยว่าน้องไม่สมควรร้องไห้อีกต่อไป แล้วหนูอยากให้เขามีความสุข อยากให้เขาหาเงินเยอะๆ แล้วในเมื่อโอกาสมันมาแล้วเราควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส แต่ทุกการกระทำที่ลิลลี่เขารีแอ๊กชั่นออกไป คือหนูไปสอน หนูอยากให้สังคมเข้าใจเขา เราเจอหนักกว่านี้อีก นี่คือสิ่งที่พวกเราได้รับ แต่มันก็แลกมาด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้น ซึ่งมันอยู่ในสโคปที่พวกเรายังรับได้อยู่”

“สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป้าหมายหนูมี 3 อย่างเลย เป้าหมายที่หนูออกมาพูดเรื่องทั้งหมด คือหนูอยากเคลียร์ทุกอย่างให้หมดก่อนที่ลูกทั้งสองต้องโต หนูอยากเปลี่ยนสังคมให้เขาเจอแต่สิ่งดี เป้าหมายที่สองหนูไม่อยากเลิกกับแฟน เพราะถ้ามีปัญหาซ้ำๆ ซากๆ มันอาจจะมีปัญหานั้นเกิดขึ้น หนูอยากให้ลูกของหนูมีพ่อ เพราะการที่เด็กสองคนจะโตมาด้วยการไม่มีพ่อ มันเป็นอะไรที่ไม่ดี แล้วข้อที่ 3 เราอยากให้แม่มีความสุขที่แท้จริงในบั้นปลายชีวิตโดยที่แม่ไม่ต้องมีหนี้

แล้วเอาจริงๆ นะวันนี้หนูกล้าพูดเลยว่ายอดขายที่หนูขายมาทั้งหมดหนูอยากจะจ่ายหนี้ครั้งสุดท้ายให้เขา ไม่ว่าเขาจะให้อภัยหรือไม่ให้อภัย อย่างน้อยอยากให้เขามีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม และอยากให้เขาจบแค่นี้สำหรับเรื่องหนี้สิน และถ้าเขาคิดถึงหนูกับหลานเมื่อไหร่ แล้วพร้อมจะคุยกันเมื่อไหร่หนูก็ยินดีเสมอ”

อยากบอกอะไรกับแม่?

(น้ำตาคลอ) เมื่อกี้ก็ทักไปแล้ว ก็มีความคิดถึงก็บอกว่าเดี๋ยวจะจ่ายหนี้ให้ เพราะว่ารายได้ที่หนูมีมาก็มากพอที่หนูไม่รู้สึกเสียดาย ก็อยากจะช่วยแม่ให้แม่เป็นไทยอีกสักครั้ง แล้วหลังจากนี้ขอให้บทเรียนที่เกิดขึ้นใช้ชีวิตแบบมีสติจริงๆ แล้วมีความสุขที่แท้จริงสักที เดี๋ยวหนูขอรับผิดชอบหนี้สินที่เหลืออยู่ให้แม่เป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาทเดี๋ยวหนูจะโอนให้เขาบริหารจัดการเอง”