ปีทองของจริง เจนเย่ สุดปัง กวาดงานพรีเซ็นเตอร์รัวๆ ลั่นหมอดูทักปีหน้าปังกว่าเดิม
ขึ้นแท่นสาวปังแห่งปีไปได้เลย สำหรับ นักแสดงสาวสุดฮอต เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร ที่บอกเลยว่าปีนี้เป็นปีทองของเธอจริงๆ ทั้งงานพรีเซ็นเตอร์ที่เข้ามารัวๆ ทั้งยังเตรียมโกอินเตอร์ เป็นนางเอกภาพยนตร์จีนเรื่องแรกในชีวิต
ล่าสุดเจอเจนเย่ มาร่วมงานเปิดตัวพรีเซนเตอร์ e.p.t.q. ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ณ โซนอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก็ได้เปิดใจถึงความปังของตัวเองให้ฟังว่า
ปีนี้กวาดพรีเซ็นเตอร์เยอะมาก?
“ดีใจมากค่ะ เดือนนี้เปิดตัวไป 4 ตัวเลย ขอบคุณทุกๆ ตัวที่เอ็นดูและเลือกหนู”
ได้เช็กไหมว่ามันเกิดจากอะไร กับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?
“จริงๆ ก็ต้องบทเรื่องสงครามส่งด่วนเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าเสี่ยวหยูอะไรอย่างนี้ เขาก็ได้เห็นอีกมุมของหนูซึ่งแบบโตขึ้นแล้ว มันก็จะมีช่วงนึงที่แมสมากๆ แบบอะไรก็โซลเอาต์ ทางแบรนด์ก็เล็งเห็นอะไรบางอย่าง อุ้ย เจนเย่มาละ ต้องจิ้มชีละ ก็ดีใจมากๆ ค่ะ”
แล้วเจนเย่คิดอย่างนั้นไหมว่าฉันมาละ?
“จริงๆ ตอนนี้ยังงงอยู่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น คือหนูก็ยังงงกับสิ่งที่ได้รับมา และก็ดีใจ แล้วก็ยังเอ็นจอย ก็แบบสนุกและทำมันต่อไปในทุกๆ วัน”
หรือมันมีการเสริมดวง พลิกดวงชะตา อยู่ๆ ก็กลายเป็นสาวปังแห่งปีไปเลย?
“จริงๆ ก็ที่เคยบอกว่าหนูก็ดูมาตลอด แล้วเขาก็บอกว่าปีนี้จะเป็นปีทองของหนู แล้วปีหน้าจะยิ่งปังเข้าไปอีก หนูก็คิดว่าแล้วจะปังไปกว่านี้ยังไง คือแค่นี้หนูก็รู้สึกแฮปปี้มากๆ เลยกับโอกาสที่ได้มา แล้วก็หลายๆ อย่างก็แฮปปี้แล้ว”
แล้วเรามีมูเพิ่มไหม?
“ล่าสุดหนูไปเอาต์ติ้งกับ GDH มา ทางค่ายก็ไปมูที่เชี่ยงไฮ้ ก็ได้อธิษฐานเพิ่มไป ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไหม ไปเติมมาแล้ว”
ไปขออะไรบ้าง?
“จริงๆ ไปวัดที่เขาค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์เรื่องการงาน ก็ขอเรื่องงานนี่แหละว่าเราอยากจะไปโกอินเตอร์ เราอยากจะเล่นหนังต่างประเทศอะไรอย่างนี้ ก็ขอไป แต่ไม่รู้จะได้ไหม”
แล้วตอนนี้ดูเหมือนจะสำเร็จผลไหม?
“จริงๆ ก็มีหนังต่างประเทศติดต่อมาอยู่แล้ว แล้วก็ที่รับไปแล้ว เดี๋ยวจะเริ่มถ่ายปีหน้า”
ปีนี้ก็คือคว้าใจชาวจีน?
“ใช่ค่ะ วันนี้ตกใจมากมีแฟนๆ ชาวจีนมาเยอะมากๆ อาจจะด้วยพูดภาษาเขาได้ด้วย เขาก็เลยยิ่งเอ็นดู”
ที่ให้สัมภาษณ์ว่ากว่าจะค้นหาความเป็นเจนเย่ได้ก็เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาเอง ที่ผ่านมามันหายไปไหน?
“มันอยู่ลึกมากข้างใน กว่าเราจะค้นคว้าเอามันออกมาได้ก็ใช้เวลานานจริงๆ แต่ก่อนเป็นคนอินโทรเวิร์ตมาก หนูไม่พูดอะไรเลย ยิ่งกว่าอินโทรเวิร์ต แต่ว่าสังคมหล่อหลอมด้วย ก็จะแบบแม่ๆ เลี้ยงดูมาก็เลยเป็นลูกสาวท่านนึง เริ่มโตขึ้นมา”
เราค้นหาตัวเองแล้วตอบตัวเองยังไงว่าเป็นเจนเย่ที่เราต้องการ?
“เหมือนแต่ก่อนหนูก็มีช่วงที่หาตัวเองไม่เจอว่าสรุปแล้วเราเป็นคนแบบไหน เพราะหนูเล่นบทเยอะ พอเล่นไปสักพักเราก็ติดตัวละครนี้มา หลังๆ ก็เริ่มสังเกตว่าน่าจะเป็นเพราะมันอยู่ในตัวเราลึกๆ นี่แหละค่ะ แต่เราแค่หยิบมันออกมาใช้ แล้วหลังๆ ก็เริ่มค้นพบว่า อ๋อ เรามีมุมนี้เหมือนกันนะ สรุปแล้วจริงๆ เราก็เป็นคนประมาณนี้แหละ ก็เพิ่งจับจุดถูกค่ะ”
คิดว่าตัวตนนี้มันมาช้าไหม?
“จังหวะมันได้ มันเจอพอดีเป๊ะ อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าเราก็เป็นคนพูดไปเรื่อย เราก็งงเหมือนกันแต่มันมาของมันเอง ไม่รู้ว่ามาจากไหนเหมือนกัน”
แล้วก่อนที่จังหวะมันมามันมีท้อไหม?
“หนูเป็นคนไม่ค่อยท้อ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อาจจะเป็นคนใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ หมายถึงว่าก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้จะมายังไงก็ไม่เป็นไรค่อยว่ากันพรุ่งนี้”
แล้วพอวันนี้มันปังมันต้องวางแผนชีวิตยังไง?
“จริงๆ ทุกคนก็บอกว่าดังแล้วสิ่งที่ยากคือจะทำยังไงให้มันยั่งยืนไปต่อยาวที่สุด อันนั้นก็เป็นอะไรที่ยาก หนูก็มีคิดวางแผนไว้ว่าเราจะไปยังไงแต่ว่าไม่อยากกดดันตัวเองมากเกินไป ถ้ามันอาจจะดังแค่ 2-3 ปีก็ไม่เป็นไรแค่นั้นก็ได้ 2-3 ปีก็พอ ก็ไม่ซีเรียส หนูก็อยากจะไปเล่นนู่นเล่นนี่เล่นไปเรื่อยได้”
อย่างนี้เวลางานมันเข้ามามันต้องเลือกยังไงเพื่อที่จะต่อยอดความเป็นเจนเย่?
“แต่ตอนนี้สิ่งที่หนูคิดคือบทที่หนูอยากรับหนูอยากจะฟูลฟิลตัวเองก่อน หนูอาจจะไม่ได้เลือกบทที่แมส หรือว่าคนจะเสพง่าย แต่หนูจะเลือกบทที่เราอยากท้าทายตัวเอง เราอยากเห็นตัวเองในมุมนี้มากกว่า อยากทำอะไรที่คิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้”
อย่างพรีเซ็นเตอร์ 4 ตัวค่าตัวเท่าไหร่แล้ว หลายสิบหรือเปล่า?
“ไม่ถึงแม่ ก็ยังเป็นตัวเล็กอยู่ก็ยังจ้างได้อีก (ยิ้ม) (เป็นยังไงบ้าง?) ปีนี้ก็เกิน
ปลดหนี้ได้เลยเหรอ?
“ปลดหนี้ทุกอย่างเลยค่ะ ตอนนี้ก็จะซื้อรถ ก็ต้องขอบคุณลูกค้าทุกคน (มีหนี้ด้วยเหรอ
?) ก็โปะคอนโดไปแล้วไปแล้ว จริงๆ หนูเป็นคนที่ไม่ชอบเป็นหนี้ หนูก็เลยไม่ค่อยยังไม่มีบ้าน ก็อยู่คอนโดกับคุณแม่ แล้วก็ซื้ออะไรที่มันเล็กๆ เพราะว่ารู้สึกว่าเราไม่อยากจะเกินตัวไปไกล เพราะกลัวกดดันตัวเอง ก็ซื้ออะไรที่มันชิ้นเล็กๆ ไว้แล้วก็อย่างรถก็อยากจะซื้อสดเลย เพราะหนูไม่อยากมาจ่ายทุกเดือน มันจะกดดันตัวเองว่าเรามีภาระต้องจ่ายทุกเดือน ก็เลยอยากจะเก็บเงินแล้วซื้อทีเดียวเลย”
แสดงว่าเจนเย่ก็มีสติตลอดเวลา?
“จริงๆ ที่บ้านจะเป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้เหมือนกันว่าเราจะต้องเก็บนะ ต้องเก็บให้ดี ต้องวางแผนอย่าใช้เยอะ คุณแม่ก็จะเป็นคนสอนตลอดว่าเราต้องเก็บ เราอย่าฟุ่มเฟือย ก็จะใช้สิ่งที่จำเป็น ส่วนตอนนี้ซื้อรถเงินสดได้อยู่ แต่บ้านอาจจะยังอาจจะต้องเก็บอีกสักพัก”
จริงๆ มีตั้งเป้าหมายว่าอยากจะซื้ออะไรให้รางวัลตัวเอง?
“จริงๆ อยากจะซื้อบ้านนี้แหละค่ะ อยากจะมีบ้านให้คุณแม่ก็อยู่กับคุณแม่นี่แหละ แล้วก็อาจจะให้พี่ๆ กับหลานๆ มาอยู่ อันนี้คือความฝันที่อาจจะไกลไปหน่อย ไกลสัก 10 ปีนี่แหละค่ะ แต่ว่าเก็บตังค์ไปก่อน”
ถามถึงเคมีกับพี่เก้า สุภัสสราบ้าง?
“คนชอบ”
ที่เจนเย่ไปถามว่าพี่เก้าชอบผู้หญิงไหม?
“คือหนูตอนนั้นที่ไปถาม เพราะว่ารู้สึกว่าถ้าเราจะเล่นแซฟฟิก เราก็จะต้องรู้ความคิดของคนที่เล่นว่าเขามีไบแอสหรือเปล่ากับเรื่องแบบนี้ เพราะถ้าเขามีไบแอสเราก็อาจจะรู้สึกว่าอาจจะไม่สบายใจที่จะเล่น แต่พอถามเขาเปิดกว้าง เขาก็บอกว่าเขาก็ได้หมด ซึ่งหนูก็ได้หมดเหมือนกัน”
แล้วพี่เก้าตอบว่ายังไง?
“เขาก็บอกว่าได้ หมายถึงว่าเขาอาจจะไม่เคยลองที่จะคบกับผู้หญิง แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ติดอะไรแบบไม่ได้ไบแอส”
กังวลไหมเวลาร่วมฉากที่มันจะต้องมองหน้ามองอะไรอย่างนี้?
“ไม่ติดหรอกค่ะ รู้สึกว่าเขาสวย เหมือนเรามองคนสวยแล้วเราก็ฟิน เขาสวยมากเลย ตาเขาหวาน จมูกเขาพุ่ง คางเขาแหลม ปากเขาก็อวบอิ่ม หน้าเขาก็เล็ก ผมเขาก็ดกคือ เพอร์เฟค”
มีอาการที่แบบอยากเติมเขาไหม?
“ก็อยากบ้าง (แล้วหาโอกาสยังไง?)
จริงๆ ก็หาโอกาสหาเรื่องนัดอะไรอย่างนี้บ้างว่าแบบไปร้องเพลงกันไหม คัฟเวอร์กันไหม ไปทำนู่นทำนี่กันไหม จริงๆ พี่เก้าก็ไม่ค่อยว่าง เราก็พยายามหาเวลาว่าง ว่างเมื่อไหร่ก็จะนัดทำนู่นทำนี่กัน”
ในเรื่องเราก็สวยเหมือนกันนะ?
“แต่พี่เขาสวยกว่า เราเป็นฟีลหมาเด็ก แล้วก็จะดูมอมๆ นิดนึง”
ล่าสุดพี่เก้าบอกว่าอย่าทิ้งเขานะ รู้สึกยังไงบ้าง?
“(ยิ้ม) ไม่ทิ้ง ใครจะทิ้งพี่เก้าลงล่ะ โห ยิ่งพูดอย่างนี้อยากจะรีบกลับมาเลย เดี๋ยวรีบทำงานเสร็จจะรีบพุ่งกลับมาเลย รอหนูแป๊บนึง พี่อย่าลืมหนูละกัน รอหนูด้วยเดี๋ยวรีบบินกลับมา”

