เพลง-ชนม์ทิดา เปิดใจ สะบั้นรัก 7 ปี เป๊ก-เศรณี รับถูกบอกเลิก ไม่ทันได้ตั้งตัว

11.11.25 | 14:11 น.

เพลง-ชนม์ทิดา เปิดใจ สะบั้นรัก 7 ปี เป๊ก-เศรณี รับถูกบอกเลิก ไม่ทันได้ตั้งตัว

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม เปิดใจครั้งแรกถึงสถานะหัวใจกับ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล โดยยอมรับว่าถูกเอ่ยขอลดสถานะแบบไม่ทันตั้งตัว หลังรักกันมา 7 ปีเต็ม พร้อมตอบชัดเรื่องมือที่สาม และเล่าช่วงเวลาที่ต้องฮีลตัวเองท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต

“เราได้ลดสถานะ เพลงว่าพอเราเดินทางมาอยู่ในความสัมพันธ์เจ็ดปี เพลงว่าคำว่าหมดรักอาจจะมีได้ แต่เพลงพูดเสมอว่าความรักของเพลงตั้งอยู่บนความรัก ความเข้าใจ การให้เกียรติ และอะไรที่ทำแล้วบั่นทอนความรู้สึกการกระทำ เพลงพูดเสมอว่าวันนึงถ้าเราหมดรักหรืออะไร อาจจะรู้สึกอะไรที่เปลี่ยนไป ขอแค่อย่างเดียวขอแค่การมาบอกกันตรงๆ เพลงเคารพว่าถ้าวันนึงเราไม่ได้รักกันแล้ว เพลงเคารพความความรู้สึกนั้น เพลงยินดีที่เข้าใจเพียงแต่ว่าบางครั้งอาจจะละเลย”

ก็เป็นการคุยกันทั้งสองคนว่าจะลดสถานะลง?

“ใช่ค่ะ”

Advertisement

ใครเป็นคนเริ่มก่อนที่รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม?

“น่าจะ (ผายมือ) สำหรับเพลงเพลงไม่ได้ตั้งตัว”

แสดงว่าปั้งขึ้นมาเลย?

“(พยักหน้า)”

เขาเป็นคนเอ่ยมาก่อน?

“ใช่ค่ะ”

ตอนนั้นใจเราเป็นยังไงบ้าง?

“คือเพลงพูดตรงๆ ว่าเพลงไม่ได้เผื่อใจไว้ แต่ว่าเพลงรู้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ และไม่ใช่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับท่านอื่นๆ เพียงแต่ว่าเพลงอ่ะไม่ได้เผื่อใจไว้สำหรับตัวเองเท่านั้นเอง”

ช็อกมั้ย?

“ช็อกอยู่แล้ว” (ยิ้ม)

เพลงได้ถามไหมว่าสาเหตุเกิดจากอะไร?

“เพลงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนกว่าที่เราจะได้ข้อสรุปอะไรหลายๆ อย่างมันก็มันต้องมีการพูดคุย”

แสดงว่ามีการพูดคุยกันหลายรอบแล้ว?

“ครั้งเดียว”

เรื่องนี้เกิดขึ้นนานหรือยัง?

“ในวันที่ตามที่ข่าวเคยออกมาว่าเราไม่ได้มีรูปคู่กันมาหลายเดือนแล้ว ในวันนั้นมันเป็นการพูดคุยว่าไม่พร้อมขอเวลา เพลงอ่ะเคารพตรงนี้ เพราะเพลงรู้สึกว่าเราอยู่ในวัยที่เราอายุ 29 มันไม่แปลกเลยถ้าเกิดเราอาจจะเกิดการไม่พร้อมขึ้น แล้วเพลงอะเคารพสิ่งนั้น เพลงก็รู้สึกว่าเพลงก็แค่ขอถอยออกมา ถ้าคำว่าเราเลื่อนงานแต่งออก มันเลื่อนไปแล้วจัดวันที่พร้อมได้ แต่สิ่งที่เพลงเข้าใจและสิ่งที่คุณเป๊กพูดอาจจะไม่ได้ตรงกัน เราเข้าใจไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง มันก็คืออย่างงั้น เราลดความสัมพันธ์ คือความรักมันคงเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว”

มันมีเรื่องมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องไหม?

“เพลงคงตอบได้แค่ว่า ถ้าความรักเปลี่ยนไปก่อนขอให้เดินมาบอกเพลงก่อนที่จะทำให้เราบั่นทอนความรู้สึกเพราะเพลงเชื่อว่าในวันที่เรารักกันเรารักกันจริงๆ อย่างน้อยความรักที่เพลงมี เพลงรักจริงๆ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยในวันที่เราเดินจากกัน ถ้าเราให้เกียรติกันเรายังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน”

เสียใจไหมกับคำที่หมดรักที่มันเกิดขึ้น?

“ถ้าเพลงตอบว่าไม่เสียใจเลยไม่เสียดายเลย มันคงไม่เป็นไปไม่ได้”

แล้วตอนนี้จิตใจเราเป็นยังไง

“ก็ได้มีโอกาสหันกลับมารักตัวเองและได้รู้ว่ามีวันที่เราต้องเดินข้ามผ่านอุปสรรคอีกครั้งนึงในชีวิต ใครคือคนที่อยู่ข้างเราจริงๆ และมันทำให้เพลงรู้ว่าเพลงมีซัพพอร์ต Foundation ที่แข็งแรงมาก คนที่พร้อมที่อยู่กับเพลง ไม่ตัดสินเพลง ไม่ตัดสินเรื่องราวความรักของเพลง แค่นั่งอยู่ตรงนั้นเพื่อเข้าใจและเป็นพลังเป็นกำลังใจให้เพลงเดินก้าวผ่านไป ในวันที่แย่เพลงบอกเลยว่าเพลงยังโชคดีที่หันไปแล้วยังเห็นคนที่รักเพลงจากใจที่จริงใจ

ถามว่าสภาพจิตใจจิตใจตอนนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยัง น่าจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่ารักตัวเองและรักคนที่รักเราซึ่งล้อมรอบเราอยู่ เราเปลี่ยนแปลงความรักนั้นเดินก้าวไป เพลงเชื่อว่าวันข้างหน้าสิ่งที่ดีๆ จะรออยู่”

จบกันด้วยดีไหม?

“จบด้วยการที่ได้คุยกันแค่ครั้งเดียว หลักๆ คือสองครั้ง ครั้งแรกอาจจะไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ครั้งที่สองเพลงเป็นคนขอคุยเองว่าสรุปแล้วมันคือยังไง เราเข้าใจตรงกันแล้วหรือยัง เพราะเพลงเข้าใจว่าเราแค่ Postpone ออกไป แต่ Postpone หมายถึงว่าเราพักสถานะไว้ตรงนี้ แต่คำว่าเลิกคือว่าแคนเซิลงานแต่ง เพราะฉะนั้นในวันนั้นมันคือคำว่า Postpone แต่วันนี้เพลงได้คำตอบแล้ว และเพลงก็เคารพการตัดสินใจครั้งนั้นค่ะ

ถามว่าคุณแม่ซัพพอร์ตยังไงบ้าง คุณแม่เป็นคนให้เกียรติความรักของเพลงตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว คุณแม่จะไม่เคยเข้ามาก้าวก่าย คุณแม่มีหน้าที่แค่ซัพพอร์ตหัวใจลูก เพราะว่าคุณแม่เลี้ยงลูกมาคุณแม่ก็ถนอมหัวใจเพลงมาตลอดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณแม่ไม่ทำอะไรเลยนอกจากดูแลหัวใจตรงนี้ค่ะ ”

ตอนนี้ใช้คำว่าโสด 100% ใช่ไหม?

“จะพูดอย่างนั้นก็ได้ (พยักหน้ายิ้ม)”

คิดว่าพร้อมเปิดใจเมื่อไหร่?

“ตอนนี้ก็คือให้เวลาได้ร้องไห้เต็มที่ ได้ฮีลเต็มที่ ให้เวลาตกตะกอนเต็มที่ แล้วก็วันที่เราพร้อมเพลงว่าเราจะรู้ตัวเราเองว่าเราพร้อมวันไหน แล้ววันนี้เพลงขอให้ตัวเองได้มีเวลาได้ฮีลกับมัน เพราะบางวันก็ยังยิ้มบางวันก็ร้องไห้มันเป็นธรรมดา ฉะนั้นยังคิดว่าให้เวลาก่อนดีกว่า”