ดาด้า แจงแจ้งความ นานา ไม่ได้เอาผิด แค่อยากได้เงินคืน รับยังพูดไม่หมดเพราะอยากเซฟเพื่อน ให้กลับไปสนิทเหมือนเดิมคงยาก
อีกหนึ่งผู้เสียหายจากกรณีของ นานา ไรบีนา โดยล่าสุดวันนี้หลังจากจบรายการโหนกระแส ดาด้า วรินดา ดำรงผล ก็ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนหลัง ปรึกษาทนายความและได้ตัดสินใจแจ้งความดำเนินการทางด้านกฎหมายกับเพื่อนรักแล้ว โดยเจ้าตัวได้เผยว่า
ตอนนี้ตัดสินใจว่าจะแจ้งความแล้ว?
“คืออันนี้มันเป็นในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย พอวันนึงเราได้มีทนายแล้วได้ปรึกษาทนาย ทนายก็แนะนำว่ายังไงมันเป็นเรื่องของทางกฎหมายปกติ ด้าก็ได้คุยกับทางนานาแล้วแล้วก็ได้แจ้งกับนานาทราบ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการทำสัญญากันว่านานาเป็นหนี้ด้าเท่าไหร่ มีกรอบชำระหนี้ยังไงบ้าง อันนี้อยู่ในรายละเอียดที่กำลังร่างสัญญากันอยู่“
นานาว่ายังไงบ้าง?
”เขาก็โอเคยอมรับ คือในกรอบของด้า จะเป็นคดีแพ่งแต่ถ้าวันนึงเขาผิดสัญญาชำระก็สามารถเป็นอาญาได้ เป็นเรื่องของทางกฎหมายที่ทนายเขาทำให้ด้า“
ถามใจด้าอยากให้เขาชำระยังไงเท่าไหร่จนครบ?
”อันนี้รายละเอียดต้องดู ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา เพราะเมื่อกี้นานาเพิ่งโทรหาด้าก่อนเข้ารายการโหนกระแส เรื่องของกรอบชำระหนี้ว่าจะ ไหวที่เดือนเท่าไหร่กี่ปีเรายังไม่ได้ลงรายละเอียดค่ะ ด้ายังไม่ได้มีตัวเลขในใจ เดี๋ยวหลังจากนี้ถึงจะได้เจรจากันอีกทีว่าเขาไหวที่เท่าไร ชำระคืนในระยะเวลากี่ปีหรือยังไงบ้าง“
ถามถึงเหตุที่ตัดสินใจแจ้งความ?
”คือด้าปักธงว่าด้าไม่ได้เอาผิดอะไรเขา ด้าอยากได้เงินคืนเท่านั้นเอง แล้วสิ่งที่ที่ผ่านมาเขาก็ยอมรับแล้ว ว่าเขาก็โกหกด้าเขาก็ขอโทษ แล้วเมื่อเช้าเขาก็โทรมาขอโทษครั้งนึง ซึ่งตรงนี้มันเคลียร์กันแล้วเรียบร้อยว่าที่ผ่านมายังไม่ได้เคลียร์เรื่องของการชำระหนี้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ยังไงซึ่งอันนี้วันนี้จะต้องคุยกับนานาอีกครั้งนึง“

ของดาด้าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ มีดอกเบี้ยด้วยไหม?
“3 ล้านบาท ไม่ได้คิดดอกกับนานาเลย เพราะว่าในพาร์ตของด้ามันเป็นการซื้อหุ้นบริษัทของเขา อย่างเราเองเราก็เพิ่งรู้ว่าหุ้นบริษัทนี้ที่เราลงเงินไปมันไม่ได้ไปอยู่ในบริษัท มันเอาไปใช้ในเรื่องส่วนตัวของเขา”
พอได้คุยกับนานาทิศทางเป็นยังไงบ้าง?
“ก็คุยกันแบบไม่ได้มีอารมณ์โกรธหรืออะไรนะคะ จริงๆ แล้วตัดเรื่องความโกรธอะไรไปเราพยายามให้เขาได้มีที่ยืนในการออกมาทำงานและชำระหนี้เท่านั้นเองโทรของด้า ไม่ได้ต้องการเอาผิดอะไรแค่ให้เขาชำระหนี้เท่านั้นเอง”
น้ำเสียงเขาตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ล่าสุดวันนี้น้ำเสียงก็ความเครียดเขาก็ยอมรับว่าเขาเครียดแต่ไม่ได้คุยเรื่องส่วนตัวอื่นๆ เลยค่ะ เพราะด้าก็รีบมาที่ช่อง 3 แล้วเมื่อคืนได้มีโอกาสคุยกับทนายฝั่งด้า ว่าด้าจะทำแบบนี้ 1-2-3-4 นานาโอเคไหม”
ตอนที่เขาโทรมาแล้วเราบอกว่าจะมาออกรายการโหนกระแส?
“เขาบอกว่า ให้เขามีพื้นที่ในการทำงานมีโอกาสได้ทำงานและชดใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้หลายๆ คนด้วย (เราตีความหมายคำว่ามีพื้นที่นี้ยังไงคืออย่าพูดหมดหรือยังไง?) ก็คงประมาณนั้นแหละ คือเราให้โอกาสเขา เพราะธงของด้าคืออยากได้เงินคืนถ้าจะไปทำร้ายเขาทั้งหมดเลยมันก็ไม่จำเป็น (แสดงว่าเราก็ยังไม่พูดทั้งหมดยังเซฟเพื่อนรักเพื่อนอยู่?) (หัวเราะ) ก็ประมาณนั้นค่ะ”
เราผิดหวังในตัวเพื่อนคนนี้ไหม?
“แน่นอน มันผิดหวังแหละเพราะว่ารู้จักกันมา 30 ปี เราโตมาด้วยกันผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาด้วยกันแต่วันนึงสิ่งที่เพื่อนพูดกับเรามาเป็นเรื่องโกหก แน่นอนแหละทุกคนเสียใจ แต่เมื่อมันทำไปแล้วเกิดไปแล้วเราจะมาตีโพยตีพายจะไปโกรธไปแค้นไปเกลียดมันก็ทำอะไรไม่ได้ก็แก้ปัญหาดีกว่า หลังจากนี้เรามูฟออน เพื่อนเอาเงินเราไปใช้แบบผิดวัตถุประสงค์ เราก็ต้องการเงินคืน เขาก็ใช้หนี้เรา จบแค่นี้เอง”
ถามถึงความรู้สึกที่เพื่อนได้ประกันตัวเมื่อวาน?
“ก็ดีใจกับเพื่อนถ้าเกิดได้โอกาสประกันตัวเขาจะได้โอกาสกลับมาทำงานแล้วก็ใช้หนี้ แต่ใจจริงอยากให้เขาได้มีโอกาสได้พื้นที่ในการทำงานและใช้หนี้มากกว่า (มีบางคนที่คัดค้านการประกันตัวเรามองมุมนี้ยังไง?) อันนี้เป็นเรื่องของเขา แต่สำหรับด้ามองว่าอยากให้เขาได้มีโอกาสออกมาทำงานชดใช้เจ้าหนี้มากกว่า”
ยังเชื่อใจเพื่อนไหม?
“โอ.. ยากแล้ว (หัวเราะ) ต่อไปนี้ถ้านานาพูดอะไรอาจจะต้องเช็กอีกทีนึงว่ามันเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก อันนี้สำหรับด้านะ”
คนมองว่าโดนหลายดอกแล้วตอนนี้ยังมีความเป็นเพื่อนอยู่ไหม?
“มันตอบยาก ตอนนี้มันตอบไม่ได้”
รู้ไหมว่าเมื่อวาน #สงสารดาด้า พุ่ง?
“เห็นว่าดาด้ากินหญ้า (หัวเราะ) ก็ยอมรับที่ผ่านมาก็กินหญ้าจริง แต่หลังจากนี้ต่อไปนี้สิ่งที่เขาพูดก็ต้องย้อนถามคนอื่นก่อนว่ามันจริงไหมก็ต้องสืบหน่อย (จะมีดอกที่สามไหม?) ไม่มีแล้วพอแล้ว 2 ดอกพอแล้ว”
ยังมีความเป็นเพื่อนอยู่ไหม?
”ความเป็นเพื่อนยังไงมันก็ยังเป็นเพื่อนแหละ แต่หลังจากนี้มันจะสนิทกันเหมือนเดิมไหม มันยากแล้วแหละ มันยังตอบไม่ได้เต็มปากว่ายังไง แต่มันก็ยาก”
ในใจมันบอบช้ำขนาดไหน?
“ครั้งแรกนะตอนที่รู้ว่านานาโกหกแล้วรู้เรื่องที่เพื่อนเอาเงินเราไปด้วยอะ ร้องไห้ไป 3 วัน ยอมรับ นี่จริงๆ เป็นคนเข้มแข็งมากนะ ร้องไห้ไป 3 วัน จนน้องสาวบอกว่าร้องไห้เยอะกว่าตอนอกหักอีกมันเป็นความเป็นเพื่อนน่ะ พอวันหนึ่งกับการที่สิ่งที่เขาพูดใส่หูเรามาตลอดมันกลายเป็นเรื่องโกหกไม่ใช่เรื่องจริงก็ตกใจ”
ในรายการโหนกระแสที่ทนายสายหยุดสู้ในฝั่งนานามีส่วนไหนไหมที่เราไม่เห็นด้วย?
“คือจริงๆ ในพาร์ตของข้อกฎหมายหน้าที่ของทนายสายหยุดเขาก็ทำในฐานะทนายของนานานะคะ แต่ว่าอีกฝั่งนึงเขาก็มองว่ามันเป็นการลงทุน สำหรับด้าอันนี้ก็อยู่ในการตัดสินของศาลเลย ด้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับตรงนี้แต่พาร์ตด้าจะเป็นอีกพาร์ตหนึ่งของการที่เราซื้อหุ้นบริษัทเขา”

มันกลายเป็นว่ามีความรู้สึกนึงขึ้นมาว่าความไว้ใจของเพื่อนมันผิดเหรอที่ไว้ใจ?
“คือด้าว่าในมุมด้าเองก็ยอมรับว่าตกใจในส่วนของด้า การที่เราไว้ใจเพื่อนการที่เราซื้อหุ้นบริษัทเขาแล้วผลกลับมาคือ หนึ่ง เอกสารเป็นเอกสารที่ไม่จริง สอง เป็นการซื้อหุ้นทิพย์ ถ้าในพาร์ตเราเราก็รู้สึกตกใจ แล้วก็ไม่เคยรู้เลยว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้จนกระทั่งมีข่าวออกมา จนเราไปเช็กว่าตกลงแล้วมันไม่ใช่เรื่องจริง ด้าว่าผู้เสียหายฝั่งโน้นเขาก็คงรู้สึกเหมือนกันกับด้านี่แหละ”
มันกลายเป็นว่าอย่างเพื่อนที่สนิทกันมากๆ เขายังมีความเชื่อใจยากเลยแล้วเราคิดไหมว่านานาพูดความจริงกับทนายสายหยุดแล้ว?
”ในพาร์ตของลูกความและทนายความเขาก็ต้องพูดความจริงทั้งหมดถูกไหมคะ ไม่อย่างนั้นทนายความก็คงว่าความให้เขา ไม่ได้ในมุมของด้านะ เขาก็ต้องที่ผ่านมาอย่างที่ทนายสายหยุดบอกรวมถึงวันที่ด้าได้เข้าไปเคลียร์กับนานาเขาก็ยอมรับว่าเขาทำจริงเขาผิดจริงเขาก็ยอมรับทุกอย่างที่เขาโกหกเพื่อนหรือทำอะไรต่อเพื่อนหลายๆ คนเขาก็ยอมรับว่าเขาผิดจริง”
เราคิดว่าเพื่อนเรายังมีโอกาสกลับมามีที่ยืนได้มากน้อยแค่ไหน?
“ด้าว่าสังคมให้โอกาสเขาแค่ไหนเขาก็ต้องยืนตรงนั้นแหละ ง่ายๆ ให้โอกาสเขามีที่ยืนแค่ไหน ถึงแม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ เขาก็ต้องยืนและอยู่ตรงนั้นก็ต้องทำงานใช้หนี้”
หลายคนถามหาเวย์ ไทเทเนียม?
”ด้าก็ไม่เจอ ด้ายังไม่ได้คุยอะไรกับเวย์เลย พื้นฐานด้าสนิทกับนานาและเวลาสนิทกันตลอดเวลาที่รู้จักนานามาหรือเวย์ก็ไม่ค่อยได้คุยกับเวย์เลย ส่วนใหญ่เรานัดเจอกับนานากินข้าวอัพเดตชีวิตก็จะเจอกับนานา นานๆ จะเจอกับเวย์ทีในการมีงานใหญ่ๆ ถึงได้เจอเวย์เท่านั้นเอง“
เรามองเรื่องนี้ยังไงบ้างจากข้อมูลที่ออกมาทั้งที่ข้าวโพดให้สัมภาษณ์มองว่าทุกอย่างเกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็คือเอาไปเปย์สามี?
”(หัวเราะ) เอ่อ.. ก็ตามนั้นเลย จริงๆ เราก็ไม่รู้ว่าเงินมันไปไหน ทุกวันนี้หลายๆ คนก็ยังเป็นคำถามในรายการทุกคนก็ถามว่า เงินไปไหน จากที่ดูรายการโหนกระแสทนายสายหยุดเขาก็เป็นคนบอกเองว่า จริงๆ แล้วเงินมันไม่ได้ไปไหนมันอยู่ในดอกเบี้ยเงินกู้ 80% ใช้จ่ายส่วนตัว 20% จากเนื้อหารายการซึ่งอันนั้นก็ต้องตามทนายเขาค่ะ”
เท่าที่รู้จักกันมาเพื่อนเราทุ่มใช่ไหมเวลารักใคร?
“เขาก็เป็นคนรักครอบครัวมากๆ คือเราสนิทกับนานาเราก็รู้ว่าที่ผ่านมาเขาดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่”
ทุกวันนี้ยังสามารถโทรหากันได้เหมือนเดิม?
“อืม.. ตอนนี้ไม่ถึงขนาดนั้น ตอนนี้การคุยกับนานาคือคุยในเรื่องเรื่องของการวางกรอบชำระหนี้ว่าเขาจะชดใช้เราได้กี่เดือนยังไงบ้าง คุยกันแบบนี้ แต่การอัพเดตชีวิตไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว (เรียกว่าถอยออกมา?) ถอยออกมาก่อน คือถามว่าเป็นเพื่อนไหมเป็นเพื่อน แต่ถ้าจะให้เพื่อนสนิทไหมคงไม่ถอยออกมาใหม่ดีกว่า”

เพื่อนๆ หลายคนก็เป็นห่วงดาด้า?
“ใช่ๆ คือตอนนี้เชื่อไหมว่ามันไม่ได้มีความโกรธหรือเกลียดนานา ก็ยังยืนยันคำเดิมนะความเป็นเพื่อนไอ้เรื่องโกรธเกลียดไม่มี หรือจะแค้นฝังหุ่นเขาเกลียดเขาไปเลย ไม่มี อะไรมันเกิดขึ้นแล้วมันแก้ไขไม่ได้ ในเมื่อเขามาขอโทษและยอมรับว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดโกหกเราเราเคลียร์เราจบ แต่หลังจากนี้จะให้ไปสนิทเหมือนเดิมมันยาก มันอาจจะยากนิดหนึ่งค่ะ”
อย่างเพื่อนคนอื่น เจนสุดา, พอลล่า ที่มีการเปิดเผยรายชื่อที่นานายืมเงินไปเรามีโอกาสได้คุยกับเขาไหม?
“ไม่ได้คุยค่ะไม่ได้คุยเลย มีแค่เจนี่ที่ตอนด้าเพิ่งรู้ว่าโดนหลอกไป 3 ล้าน ก็ได้มีการส่งข้อความคุยกับเจนี่ เจนี่ก็บอกว่าเสียใจเหมือนกันคุยกันนิดๆ แค่นั้นเราก็ไม่ได้อัพเดตกันอีกเลย”
อยากฝากอะไรถึงเพื่อนไหม?
“คือก็วันนี้ได้ประกันตัวแล้วก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่นานาจะได้ยืนในที่ของเขาที่พอจะยืนได้แล้วก็ทำงานชดใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลาย อันนี้อยากให้เขาหลังจากนี้ไม่โกหกเพื่อนอีกหรือว่ามีปัญหาอะไรทางที่ดีด้าว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย การโกหกสุดท้ายมันก็เนี่ยบทเรียนมันก็เห็นอยู่ว่าสุดท้ายไม่มีใครโกหกไปตลอดรอดฝั่งได้ ความจริงมันก็คือความจริง ถ้าเกิดเมื่อก่อนย้อนกลับไปถ้านานามีปัญหาอะไรแล้วเดินเข้ามาบอกเพื่อนด้าว่าเพื่อนหลายคนยินดีที่จะช่วยเหลือเขา แต่ว่าเขาเลือกที่จะโกหกเพื่อนอันนี้ก็เป็นผลลัพธ์ที่เขาจะต้องได้รับ ณ ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นที่ยืนในสังคมอาจจะไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาอาจจะมีพื้นที่นิดๆ ในการยืนเขาก็ต้องอยู่ตรงนั้นแหละ แล้วก็ในการทำงานตั้งใจและให้เพื่อนได้เห็นว่าไอ้สิ่งที่เขาทำผิดไปหลังจากนี้เขาจะมีการชดใช้ให้กับเพื่อนจริงๆ มีความตั้งใจจริงๆ ไม่ผิดสำหรับเพื่อนด้าว่าหลังจากนี้เขาอาจจะมีโอกาสที่มีพื้นที่ในการยืนมากขึ้น”

