วี วิโอเลต แจงสาเหตุร้องเพี้ยน พิธีเปิดซีเกมส์ รับเสียใจมาก รู้สึกถูกทำลายชื่อเสียง-ศักดิ์ศรีในอาชีพ

9.12.25 | 23:35 น.

วี วิโอเลต วี วิโอเลต แจงสาเหตุร้องเพี้ยน พิธีเปิดซีเกมส์ รับเสียใจมาก รู้สึกถูกทำลายชื่อเสียง-ศักดิ์ศรีในอาชีพ ขอใช้พื้นที่แก้ต่างให้ตัวเอง ตลอดชีวิตการเป็นศิลปินของวีไม่เคยลิปซิงค์เลย เผยถ้าร้องสดแล้วออกมาแย่ยังไม่เสียใจเท่านี้ 

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม พ.ศ.2568 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก โดยช่วงหนึ่งของการแสดงชุดที่ 2 “IGNITE THE GAME – ปลุกพลังสู่การแข่งขัน” ที่มี วี วิโอเล็ต, โต้ง ทูพี และกอล์ฟ F.HERO ร้องเพลง 1% ที่เวทีหลัก เกิดข้อผิดพลาดทางเสียงในส่วนของการไลฟ์สตรีม

โดยต่อมา กอล์ฟ F.HERO ได้ออกมาชี้แจงว่า ศิลปินไม่ได้ยินเสียงตัวเองในเอียร์มอนิเตอร์ เนื่องจากตอนซ้อมพวกเราได้รับการบรีฟว่าเนื่องจากข้อจำกัดหลายอย่าง โชว์นี้จะเป็นการลิปซิงค์ 100% จึงเกิดเหตุการร้องไม่ตรงเพลง และเสียงร้องของวี วิโอเลต มีปัญหาดังกล่าว

ล่าสุด วี วิโอเล็ต ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบบุ๊ก Violette Wautier ระบุว่า “จากโชว์พิธีเปิด Sea Games 2025 วันนี้ที่เกิดขึ้น หลายคนน่าจะเห็นถึงการร้องเพลงที่เพี๊ยนมากๆ ของวีในทาง Live สด บอกตรงๆ ว่า เสียใจมากๆ และเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการทำงานที่ผิดพลาดจริงๆ

ตามที่รับแจ้งมา คือ ทางงานแจ้งมาว่าให้วี พี่โต้ง และ พี่กอล์ฟ “Lip Sync100%” ในการแสดงครั้งนี้ ด้วยเหตุผลทางด้านเทคนิคหลายประการ ทำให้การ Lip Sync เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งวีก็เข้าใจและยินยอมตามนั้น และในตอนโชว์จริง ในหูฟัง Ear Monitor ของวี ไม่มีเสียงร้องสดวีเลย ทำให้วี “ไม่ได้ยินเสียงร้องตัวเอง” แต่เพราะเข้าใจว่า Sync วีก็ทำเต็มที่เพื่อให้ภาพมันออกมาดีที่สุด

Advertisement

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ไม่รู้ว่าเกิดการประสานงานที่ผิดพลาดตรงไหน เพราะมีการ “เปิดไมค์สดของวีใน Live” บอกตรงๆ ว่า รู้สึกถูกทำลายชื่อเสียง ภาพลักษณ์ ศักดิ์ศรี อาชีพและความฝันเราทิ้งเลย ณ ตอนนี้วีอาจจะทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะการแสดงจบลงแล้ว แต่อย่างน้อย วีขอโอกาสใช้พื้นที่ของวี ได้แก้ต่างให้ตัวเอง ปกป้องตัวเอง เท่าที่พอจะทำได้…

ตลอดชีวิตการเป็นศิลปินของวี วีแทบไม่เคย Lip Sync เลย วีเลยรู้สึกเสียใจที่อย่างน้อย ถ้าให้โอกาสเราร้องสด แม้จะออกมาแย่ คงจะยังรู้สึกดีกว่านี้ เพราะมันคือความสามารถเรา นี่เราไม่ได้มีโอกาสทำสิ่งนั้นด้วยซ้ำ ให้เรา Sync แต่สุดท้ายเปิดไมค์เราแต่ปิดหู โอกาสที่จะร้องเป๊ะมันน้อยมาก อย่างน้อยถ้ารู้ว่าสด แล้วหูไม่ได้ยิน คงจะถอดหูตัวเองมาฟัง หรือได้พยายามทำอะไรซักอย่าง เพื่อการร้องเพลงที่ดีที่สุด แต่เราไม่มีโอกาสนั้นเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้มีเจตนาจะโทษใครนะคะ แต่ขอโอกาสปกป้องตัวเองค่ะ”