โอ๊ต วรวุฒิ เล่าชีวิตพ่อเลี้ยงเดี่ยว เปิดเหตุตัดสินใจประกาศขายที่-ลดภาระหนี้

16.12.25 | 13:32 น.

โอ๊ต วรวุฒิ เล่าชีวิตพ่อเลี้ยงเดี่ยว เปิดเหตุตัดสินใจประกาศขายที่-ลดภาระหนี้

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โอ๊ต วรวุฒิ นิยมทรัพย์ อดีตดาวร้าย ประกาศขายทรัพย์สินผ่านทางโซเชียล เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ท่ามกลางความห่วงใยจากแฟนละคร ถึงปัจจัยในการขายสมบัติทิ้ง ล่าสุด ขอควงน้องโอเลิฟ ลูกชายคนเล็กมาอัปเดตชีวิต พร้อมเผยทุกมรสุมชีวิตผ่านรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” ช่องเวิร์คพอยท์หมายเลข 23 กับพิธีกรตัวแม่ หนูแหม่ม สุริวิภา รวมถึงสเตตัสปัจจุบันที่ควบตำแหน่งคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกชาย ‘โอลาฟ-โอลีฟ’ ด้วยตัวเอง


โอ๊ต กล่าวว่า ที่ดินที่ประกาศขาย เป็นที่ดินที่ซื้อมาเก็บไว้ประมาณ 10 ปี ตอนนี้ถึงเวลาเดือดร้อน หากมีคนสนใจสามารถติดต่อได้ทางอินบ๊อกซ์โซเชียลของตนได้ ที่ชะอำมีทั้งหมด 4 แปลง อยู่ใกล้ทะเลฝั่งถนนเพชรเกษม อยู่ฟากทะเล 3 แปลง อยู่ฝั่งภูเขา 1 แปลง เข้าเมืองชะอำ 10 นาที เข้าทะเล 10 นาที ส่วนที่ดิน 1 ไร่ หมู่สี่ที่เขาใหญ่ตนก็ขายเช่นกัน เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศมาก ส่วนสาเหตุที่ขายก็เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้

โอ๊ต กล่าวอีกว่า ช่วงหลังมานี้ ภาษีที่ดินที่ชะอำสูงมากกว่าแต่ก่อน ทั้งยังมีภาระในเรื่องของการจ้างคนดูแล ปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ ตอนแรกตนก็จะขายโรงแรมที่บุรีรัมย์ แต่ว่าในช่วงหลังได้กำไรปันผลดี และลูกก็ไม่อยากให้ขาย อยากเก็บโรงแรมที่บุรีรัมย์ไว้ ตนจึงวางแผนหาทางเก็บโรงแรมไว้ ดูว่าที่ชะอำตรงไหนที่พอจะขายได้ เพื่อที่จะเอาเงินมาใช้หนี้ธนาคาร คือตอนที่ทำโรงแรม ตนกู้ธนาคารมาส่วนหนึ่ง ใช้เงินตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง เงินลินดา แฟนเก่าของตนอีกส่วนหนึ่ง 3 แต่ตอนนี้ไม่ได้ขายโรงแรมแล้ว เพราะตนตัดส่วนอื่นเพื่อที่จะเก็บโรงแรมไว้

“ก่อนหน้านี้ขายบ้านเดี่ยว ขายรถ ขายตึก ขายคอนโด ส่วนร้านอาหารริมผา ลาภินขายไปเมื่อต้นปี เพราะคุณลินดาต้องไปแบ่งมรดกกัน เพราะว่าคุณแม่เสีย ก็เลยต้องขายที่เผื่อจะไปแบ่งมรดกพี่น้อง ทำให้ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว รื้อทุกอย่างหมดแล้ว” โอ๊ต กล่าวและว่า

Advertisement

ปัจจุบัน ตนอยู่กับลูก 3 คนที่คอนโด เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเต็มเวลาแบบฟลูไทม์ 100 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยงลูกเองตอนเช้า ทำกับข้าว พาลูกไปโรงเรียน เย็นก็ไปรับกลับ เอาเข้านอน เป็นกิจวัตรแบบนี้ทุกวัน ตนเลี้ยงลูกเองไม่มีพี่เลี้ยงเลย ส่วนสาเหตุที่เลือกเลี้ยงลูกเอง เป็นการตัดสินใจที่ตนเลือกจะอยู่กับลูกจนโต ตนอยากใกล้ชิดจนลูกจำตนได้

“ด้านการตัดสินใจขายของออกไปนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตนเป็นคนทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก ทำควบคู่กับงานในวงการบันเทิง ตั้งแต่เปิดผับ เปิดร้านอาหาร ตนก็ทำมาตลอด ส่วนมากจะขาดทุน ก็สั่งสมประสบการณ์ เพราะตนคิดว่าชีวิตขึ้นลงตลอดเวลา ต้องเสียสละบางอย่างที่เลือกจะเอาบางอย่างไว้ ทีนี้ ก็ต้องมาดูว่าเอาอะไรไว้แล้วมีประโยชน์กับครอบครัว หรือมีผลต่อคนที่อยู่ในครอบครัวเรา ซึ่งก็ต้องยอม ไม่อย่างนั้นจะหนัก” โอ๊ต กล่าว