หมิว สิริลภัส เปิดใจ พักงานการเมือง คัมแบ๊กวงการบันเทิง รับเจอวิกฤตการเงิน เหลือใช้ไม่น่าถึง 2 เดือน ตอนนี้พร้อมรับงานทุกอย่าง
ขอพักเบรกงานการเมือง ประกาศคัมแบ๊กวงการบันเทิงเต็มตัว สำหรับ หมิว สิริลภัส กองตระการ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน หลังห่างหายจากงานบันเทิงนาน 6 ปี
ล่าสุด “หมิว” เปิดใจกับสื่อมวลชน เจอกับมรสุมชีวิตลูกใหญ่ เข้ามาพร้อมๆ กัน ทั้งปัญหาสุขภาพ เจอวิกฤตการเงินครั้งแรกในชีวิต หลังแม่โดนสแกมเมอร์หลอกสูญหลักล้าน ต้องเอาเงินเก็บไปช่วยแม่ ทำให้มีเงินเหลือใช้ไม่ถึง 2 เดือน ทำให้เธอตัดสินใจกลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง พร้อมรับงานพิธีกร งานแสดง ใช้ความสามารถที่ตนถนัด หารายได้ชดเชยที่เสียไป พร้อมเผยเงินเดือน ส.ส.หนึ่งแสน ที่หลายคนบอกว่าเยอะ ถ้าแลกกับงานที่ทำ เหลือเก็บเดือนหนึ่งไม่ถึง 30,000 บาท

ปัญหาที่เข้ามาในชีวิต ทำให้หมิวไม่ลงสมัคร ส.ส.ต่อ?
ไม่ใช่ค่ะ คือหมิวมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้วด้วย หมิวได้แจ้งเองว่าขอไม่ลงต่อ เพราะหมิวมีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ พอเราเดินออกไปเจอฝุ่น หมิวเข้า รพ.กับเรื่องนี้บ่อยมาก แล้วอีกอย่างเราเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจัง หลายคนอาจจะเห็นตอนหมิวเป็นนักแสดงหรือพิธีกร หมิวจะจริงจังมาก ไม่อยากให้มันมีอะไรที่ผิดพลาด
เวลามาทำงานอีกบทบาทหนึ่งตอนสวมหมวกผู้แทนเราก็เครียด เพราะอยากทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด เรามีประเด็นที่อยากจะผลักดันเรื่องสุขภาพจิต เราตั้งใจกับมันมาก มันเครียดหลายทาง เราก็รู้สึกว่าเราต้องเริ่มรักษาจิตใจเราก่อน
พอมีเรื่องคุณแม่เข้ามา ตอนนี้เราต้องแบ่งตัวเองมาดูแลครอบครัวก่อน มาดูแลตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปดูแลประชาชนหรือดูแลคนอื่นได้ ตอนนี้ต้องเรียกพลังตัวเองกลับมาก่อน ถือว่าช่วงนี้เป็นการพักแล้วก็ออกมาซ่อมแซมตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ
เรียกว่าโบกมือลางานการเมืองไปเลยใช่มั้ย?
หมิวยังเป็น Active Citizen อยู่ค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นหมวก ส.ส.แล้วก็ตาม แต่ว่ายังมีประเด็นที่ตั้งใจอยากจะทำ คือเรื่องสุขภาพจิต เพราะอย่างในวงการบันเทิง หมิวเชื่อว่าหลายๆ คนเป็น หลายคนออกมาพูดเล่าประสบการณ์ให้ฟังแล้วว่าเคยประสบปัญหาที่ต้องไปพบจิตแพทย์ หรือว่าเครียดจนทำร้ายตัวเอง โดนความกดดันต่างๆ
หมิวรู้สึกว่าประเด็นเรื่องนี้มันสำคัญ อยากให้สังคมได้เห็นว่าเราตั้งใจกับเรื่องนี้จริงๆ อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในหลายๆ ฝ่ายให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริงๆ เพราะหมิวพูดเรื่องนี้มาน่าจะตั้งแต่เกิน 6 ปีก่อนแล้ว ในการไปออกรายการแล้วบอกว่ายอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แล้วหมิวก็รณรงค์ให้ทุกคนได้ออกมายอมรับตัวเองแล้วก็ไปเข้าสู่การช่วยเหลือการบำบัดจากแพทย์ให้ได้มากที่สุด

เส้นทางการเมืองเราปิดตายไปเลย หรือมีโอกาสวันข้างหน้าจะกลับไปอีก วางมือเลย 100% มั้ย?
ตอนนี้หมิวก็ต้องบอกว่าหมิวขอพักเบรกก่อน เพราะว่าเราต้องทำงานหารายได้เข้ามาให้มากที่สุด ซึ่งหลายคนจะบอกว่าเงินเดือน ส.ส.มีตั้งแสนนึง เยอะจะตาย แต่เมื่อแลกกับการทำงาน เราต้องแบ่งไปให้ผู้ช่วยในการที่จะเพิ่มค่าเงินเดือนให้เขาแบ่งลงมาทำพื้นที่ จริงๆ เหลือเงินเก็บประมาณเดือนๆ นึงไม่ถึง 3 หมื่นบาท เราก็ต้องโอนให้แม่อีก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีก
เราก็รู้สึกว่าถ้ายังทำตรงนั้นอยู่ถามว่าเรามีพลังมั้ย มีพลังนะ แต่ตอนนี้ขอพักเบรกมาซ่อมร่างกาย ซ่อมจิตใจก่อน แล้วก็ใช้ความรู้ความสามารถที่เราเคยมี สกิลการเป็นพิธีกร การเป็นนักแสดง การพูดของเราแบบนี้ เรารู้สึกว่าเราทำได้ดี เพราะฉะนั้นก็พักเบรกจากตรงนี้ มาทำตรงนี้ก่อน ตอนนี้สิ่งที่หมิวโฟกัสคือหมิวอยากมีงานเยอะๆ หมิวอยากมีรายได้เข้ามาเพื่อเอาไปเติมสิ่งที่มันหายไป
พี่เชื่อมั้ยว่าพอเสร็จจากที่หมิวจัดการเอาเงินเก็บทุกอย่างให้แม่ไปไถ่ทองคืนมาบางส่วน หมิวเหลือเงินที่จะต้องใช้จ่าย ค่าคอนโด ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ เหลืออยู่ใช้ได้น่าจะไม่ถึง 2 เดือน ก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว เราต้องหาวิธีทาง ช่องทางในการทำงาน ในการหารายได้ใหม่ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้คือพร้อมรับทุกงาน
คัมแบ๊กวงการเต็มตัว?
ถ้าจะคัมแบ๊ก เรียกว่าคัมแบ๊กได้มั้ย มันก็หายไปช่วงหนึ่ง ถามว่าคัมแบ๊กมั้ย ก็เรียกว่าคัมแบ๊กก็ได้ค่ะ เพราะว่าตอนนี้พร้อมรับงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพิธีกร ซีรีส์ ละคร หรือว่างานรีวิวสินค้าต่างๆ ถ้าทุกคนเชื่อมั่นว่าหมิวมีทักษะในการพูดแล้วอยากให้หมิวได้ไปมีส่วนหนึ่งในการทำงาน ก็รับเต็มที่เลยค่ะ
หลายคนติดภาพเราเป็น ส.ส. บทบาททางการเมือง?
หมิวต้องบอกแบบนี้ หมิวอยากให้ทุกคนมองว่า ส.ส.ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่รู้นะทุกคนจะมองเห็นมั้ยว่าหมิวไม่เคยทำตัวให้เป็น ส.ส. หมิวไม่เคยทำตัวว่าฉันต้องเป็นท่านเป็นผู้มีอำนาจมากบารมี หมิวก็ไปของหมิวเป็นคนธรรมดาแบบนี้ล่ะค่ะ
จะบอกว่าตอนที่เป็นดารา มีคนมาเกรงใจเรามากกว่าตอนเป็น ส.ส.อีก หมิวขอบอกเลยว่าหมิวขอปรับความคิดใหม่ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือราชการ ทุกคนจะเรียกว่าท่านๆ หมิวบอกว่าไม่เป็นไรเลยค่ะ ถ้าอยากให้เกียรติกัน เรียกหมิว หรือเรียกคุณเฉยๆ ก็ได้
ตอนทำงานในกองละคร บางทีพี่แม่บ้าน พี่ช่างไฟ เราจะเดินผ่านสักทีเขายังต้องห่อตัวเล็กเลยอ่ะ หมิวรู้สึกว่า เฮ้ย ไม่ ชื่อเสียงเงินทองอำนาจ เราได้มาวันหนึ่งเดี๋ยวมันก็จะหายไป อำนาจตอนนั้นเราเป็นผู้แทน บอกเลยว่ามันมีอำนาจนะคะในการขับเคลื่อนอะไรบางอย่างที่เราตั้งใจได้ แต่วันหนึ่งเราถอดหมวกตรงนั้นออกไป เราก็ไม่เสียดาย
ตอนนี้เราอยากได้อย่างเดียวคืออยากมีรายได้เข้ามาในส่วนที่มันเสียไป เสียไปหมิวทำใจได้แล้ว แต่ตอนนี้หมิวต้องฮึบกลับขึ้นมาเพื่อที่จะมาหาเงินใหม่ มาสร้างชีวิตใหม่ให้ตัวเราด้วย เพราะตัวเราก็ต้องดำเนินต่อไปด้วยเอาไปเติมให้กับแม่ด้วยว่าเขาก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปด้วย

แสดงว่าไม่ได้กังวลเรื่องคนจะติดภาพเป็น ส.ส. เป็นนักการเมือง ที่อาจจะเป็นข้อจำกัดในการรับงานหลังจากนี้หรือเปล่า?
หมิวว่าในเรื่องการรับงาน เราก็จะต้องดูมากขึ้น เพราะเราโตขึ้นแล้ว ในการที่จะไปถ่ายแบบที่มันเซ็กซี่เหมือนเมื่อก่อน หมิวก็คงไม่ได้พิจารณาตรงนั้น แต่ถามว่าหลายคนเห็นหมิวมีความสามารถในด้านการพูด ด้านการเป็นพิธีกร ในด้านการแสดงละคร หมิวใช้ความรู้ความสามารถตรงนี้มาหารายได้ได้ แล้วก็ในทุกวันนี้มันเปิดกว้าง มันมีหลายอาชีพให้เราทำมากค่ะ สกิลเราสามารถทำตรงนี้ได้ เราก็ใช้ความรู้ความสามารถตรงนี้ได้
อีกอย่างเราเริ่มโตแล้ว มีน้องๆ คลื่นลูกใหม่ที่เข้ามา เราก็เปิดโอกาสให้น้องๆ เหล่านั้นให้เขาได้เฉิดฉาย เราก็เก็บไว้เป็นความทรงจำครั้งหนึ่งว่าเราเคยเป็นนางร้ายที่ทุกคนเอ่ยถึง นางร้ายที่เซ็กซี่ แต่ก็อยากให้ทุกคนมองใหม่ว่าในทุกวันนี้เราโตขึ้นแล้ว หมิวปีนี้ 39 แล้ว หมิวรู้สึกว่าหมิวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความคิดมีวุฒิภาวะมากขึ้น เก็บประสบการณ์ ชั่วโมงบินหมิวสูงขึ้น หมิวสามารถใช้การพูดของหมิวเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเอง และประโยชน์กับสังคมได้
ที่ใช้คำว่า มีเงินเหลือใช้จ่ายแค่ 2 เดือน เราเคยเจอวิกฤตขนาดนี้มั้ย?
ไม่เคยเลย อันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย เพราะว่าสมัยเล่นละคร หมิวเป็นคนไม่ค่อยใช้เงิน จะไม่ใช้แบรนด์เนม คือแค่อยากไปเที่ยว เที่ยว อยากไปกิน กิน แค่นั้น จะไม่ใช้แบรนด์เนม จะไม่ใช้ชีวิตติดหรูอยู่สบายเลยถ้าทุกคนติดตามในไอจี เราก็เลยมีเงินเก็บค่อนข้างเยอะพอสมควรตอนนั้น เราก็คิดว่าถ้ามันมีงานมาเรื่อยๆ แบบนี้ เราอยู่ได้ แต่ทีนี้เราก็ไม่เคยคิดว่ามันจะมีอุบัติเหตุทางการเงินแบบนี้ ก็เลยค่อนข้างที่จะต้องปรับตัวกับมันเยอะพอสมควร
ตั้งแต่เดือนที่แล้วที่หมิวออกมาโพสต์เรื่องนี้ จนถึงตอนนี้มีงานติดต่อมาเยอะมั้ย?
มีค่ะ มีทางพี่โยเสนองานมาให้ ก็ต้องขอบคุณพี่หนุ่ยจาก ไบโอเอนเนอจีส์ ที่จ้างไปเป็นพิธีกร แล้วก็มีจากทางแบรนด์น้ำหอมที่ให้ไปรีวิวสินค้า แล้วก็จะมีงานพิธีกรในงานกรุงเทพกลางแปลง เร็วๆ นี้ค่ะ หมิวเชื่อว่าหลังจากนี้ไปมันก็จะดีขึ้น เราก็ทำไปเรื่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ แล้วก็วางแผนในด้านการใช้ชีวิต ด้านการเงินใหม่
หมิวห่างจากวงการบันเทิงไปกี่ปี?
หมิวว่าน่าจะประมาณ 6 ปีได้มั้ยคะ 5-6 ปีได้แล้วค่ะ คือเราเบรกวงการไปประมาณปีหนึ่ง หรือ 2 ปี แล้วก็ได้มาทำงานการเมือง
ตื่นเต้นมั้ย พอกลับมาวงการบันเทิงอีกครั้ง?
หมิวยังไม่ได้เห็นบรรยากาศเวลาที่กลับไปอยู่ที่กองละคร แต่หมิวรู้สึกว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนไปยังไง แต่ว่าความรับผิดชอบของเรา ด้วยนิสัย เนเจอร์ของเราที่เห็นทุกคนเท่ากันหมด หมิวร่วมงานกับทุก ๆ คนได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องรุ่นพี่ หรือว่าหน้าใหม่ๆ ก็แล้วแต่ เราก็ยังสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้เหมือนเดิม เพราะว่าตอนที่เราทำงานสมัยก่อน เราก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นตัวปัญหาสำหรับกอง งานพิธีกร หรืองานอีเวนต์อะไรเลย

