ณัฏฐ์ ไม่ตกใจ ดราม่า ทนายปิศาจ ทำกระทบภาพลักษ์ประมง ยันซีรีส์ไม่ได้ทำผิด เชื่อคนดูรู้เจตนา
จากกรณีที่ สมาคมประมงแห่งประเทศไทย ได้ประกาศแจ้งเตือน ขอความร่วมมือให้เจ้าของเรือประมงผู้ประกอบกิจการท่าเทียบเรือประมง แพปลา ชาวประมงและผู้ประกอบกิจการต่อเนื่องประมงในทุกจังหวัดชายทะเลระมัดระวังการให้เช่าเรือประมง แพปลา ท่าเทียบเรือ ถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งอาจจะมีการนำเสนอเรื่องราวที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอาชีพประมงและการประมงของประเทศไทย
เนื่องจากอาจจะมีการนำเสนอบทที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการปฎิบัติต่อแรงงานที่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด รวมถึงการหลบหนีไปทำงานแพปลา ท่าเทียบเรือประมง และเรือประมงของไทย

โดยสาเหตุที่สมาคมออกประกาศนั้น มาจากการนำเสนอภาพลักษณ์อาชีพชาวประมงไทย ในซีรีส์ชื่อดังเรื่องหนึ่ง ผ่าน Netflix แพลตฟอร์มชื่อดังที่มีคนดูอยู่ทั่วโลก จึงหวั่นว่าอาจจะสร้างความเข้าใจผิด และทำให้ภาพลักษณ์อาชีพเสียหายได้
ซึ่งหลังจากออกประกาศ ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยโยงไปที่ซีรีส์ดัง อย่าง ทนายปีศาจ
ล่าสุด ณัฏฐ์ กิจจริต นักแสดงนำจากซีรีส์ทนายปีศาจ มาร่วมงานแถลงข่าว ความร่วมมือการรับรองหลักสูตรการอบรมวิชาชีพ ณ ห้องอเนกประสงค์ 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก็ได้แจงดราม่าดังกล่าว
ขออนุญาตถามถึงซีรีส์ทนายปีศาจ ที่กลายเป็นประเด็นกับกรมประมง ตกใจไหม?
“ล่าสุดทำกรมประมงระคายเคืองใจก็ขอโทษด้วย ไม่ตกใจ เพราะโดนตั้งแต่ตอนถ่ายแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าคำตอบก็อยู่ในเนื้อความนั่นแหละ สุดท้ายเราไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกคนที่ดูซีรีส์ก็จะรู้ว่าตัวละครฝั่งประมงเจตนาคืออะไร ถ้าดูอย่างละเอียดเราไม่มีอะไรที่เป็นผลเสียเลย จริงๆ เราช่วยเป็นกระบอกเสียงเรื่องนี้ด้วยซ้ำว่าจุดยืนของซีรีส์คืออะไร”
พอเรื่องราวมันเป็นแบบนี้ ฟีดแบ็กมันกลับมาถึงตัวนักแสดงเองบ้างไหม?
“ไม่มีเลย ทุกอย่างปกติ เยี่ยมมาก ระหว่างถ่ายทำก็มีการพูดคุยกันทีนึง และไม่มีอะไร สุดท้ายผมว่าเข้าใจในคอนเซิร์น เข้าใจในสิ่งที่เขาเขียนมาเป็นประเด็น แต่เราไม่ได้ทำอย่างนั้น เนื้อหาของทนายปีศาจชัดเจนมาก และรีรันดูกันได้เรื่อยๆ”
มันจะแปลความว่าต่อไปในอนาคต หากมีฉากที่ต้องถ่ายในทะเลและใช้เรือประมงอีก มันอาจจะทำได้ยากขึ้นหรือยังไง?
“ไม่เลย ผมเชื่อใจในสังคมเรามากกว่า เชื่อใจว่าคนดูก็พร้อม คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีปัญหาก็พร้อม และผมว่าทุกคนทราบว่าภาพยนตร์จริงๆ ฟังก์ชั่นเราคืออะไร เราคือภาพสะท้อนของอะไรก็ตามแต่ที่มันอยู่ในสังคม ทั้งเรื่องจริงและไม่จริง สุดท้ายภาพยนตร์เป็น Entertainment มันมีเรื่องที่สำคัญกว่าภาพยนตร์อีกเยอะ ผมว่าเรารู้ว่าเจตนาเราคืออะไร ว่ามันแค่ไหน”

แต่จะมีบางคอมเมนต์ที่บอกว่าถ้าไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัวสิ?
“ผมไม่กล้าไปวิพากษ์วิจารณ์คอมเมนต์หรอกครับ ผมว่าประเด็นนี้ สมมติว่ามีคนบอกว่าภาพยนตร์… จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือสิ่งที่ไม่เหมาะสม ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ Search Engine ทุกประเภทนำไปสู่ความรุนแรงและไม่เหมาะสมได้ทั้งนั้น ดังนั้นในมุมที่เป็นเรื่องเดียวกัน ผมเชื่อว่ามองชื่นชม Filmmaker คนไทยดีกว่า ในมุมเดียวกันชื่นชมสิ่งที่เราสามารถทำได้ในทนายปีศาจ ชื่นชม Wave ของคอนเทนต์ไทยปีนี้ที่เราสามารถเล่าเรื่องยากๆ ได้มากขึ้น ชื่นชมนายทุนที่เปิดกว้างมากขึ้น ชื่นชมกระแสของคนดูที่ต่างคนต่างโอบรับและออกมาดีเฟนด์ประเด็นที่ถูกต้องกันมากขึ้น ผมว่าสังคมมันพร้อมกว่าที่บางคนอาจจะคิดไว้เยอะพอสมควร”
ความสำเร็จของเรื่องมันก็มากเหมือนกัน กลับมาที่ตัวเรายังไงบ้าง?
“ดี รู้สึกว่าหลายๆ ครั้งเวลาเราโชคดีอยู่ในโปรเจกต์ที่สปอตไลท์ส่องถึงนานๆ เพื่อนๆ ที่อยู่รอบตัวเรา นักแสดงสมทบ ทีมเมคเกอร์ทุกยูนิต กระทั่งเสื้อผ้าหน้าผมทุกอย่างมันโดนเล่าถึง เราไม่ได้มีโอกาสอยู่ในโปรเจกต์ที่อยู่ในสปอตไลต์นานขนาดนี้บ่อยๆ ก็พยายามจะสนุกกับทุกๆ วันที่มันเกิดขึ้น พยายามเอนจอยกับทุกๆ โพสต์ พยายามส่งต่อกันเวลาโพสต์ถึง มีคนพูดถึงเมคอัพ เวลาพูดถึงเสื้อผ้า ก็ส่งๆ กันไป ก็เป็นโมเมนต์สั้นๆ ที่เราก็รู้ว่าเดี๋ยวก็จะหมดไป แต่ช่วงนี้สนุกมาก”
อีกเรื่องนึง เรื่องดราม่าโบท็อกซ์ สำหรับการแสดง มุมมองนักแสดงรู้สึกยังไงบ้าง?
“ตอนแรกเป็นห่วงนิดนึง แต่พอเห็นพี่หญิงตอบโต้ทุกอย่างด้วยความเกรี้ยวกราดเหมือนเดิมก็โอเค ไม่หรอก คือพูดเล่นกับแกบ่อยๆ ว่า โอ้โห นี่ขนาดขยับได้แค่นี้เอง ที่ 3 ของโลก ล้อเล่นๆ ผมคิดว่าจริงๆ แล้วการมีอยู่ของหัตถการมันคือภาพสะท้อนของสังคม ผมคิดว่าทุกๆ อาชีพ ทุกๆ คนมีความอยากที่จะหล่อจะสวยอยู่แล้ว มันคือความเป็นจริงของยุคสมัย ผมก็รู้สึกว่าทนายจิตตรีเขาก็รักสวยรักงาม ภาค 2 ผมอาจจะทำมากกว่าเดิม”
โบท็อกซ์มีผลต่อการแสดงความรู้สึกไหม ?
“ในฐานะพาร์ตเนอร์นักแสดงไม่รู้สึกเลย”



