‘เอ ศุภชัย’ เปย์ 6 หลักงานแต่ง ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ ปลื้มเจอ ‘ลิซ่า’ ชมมารยาทงาม-น่ารัก รับไม่เห็นเหตุการณ์ดราม่าสาดน้ำ
เป็นงานฉลองวิวาห์ที่อบอวลไปด้วยมวลแห่งความสุขสำหรับ งานฉลองมงคลสมรสของ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยงานนี้ไม่เพียงเป็นการรวมตัวของเหล่าคนบันเทิงระดับแถวหน้าของเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ที่สร้างความฮือฮาให้กับทั้งแขกภายในงานและโลกออนไลน์ เมื่อซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ปรากฏตัวร่วมแสดงความยินดีและร่วมเฉลิมฉลองวันสำคัญของคู่บ่าวสาว
งานนี้เมื่อเจอ เอ ศุภชัย นักปั้นมือทอง ผู้ปลุกปั้น ณเดชน์ ที่มาร่วมงานเปิดตลาด”AumAum” ที่ชั้น G เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ก็ได้เผยความรู้สึกหลังร่วมงานฉลองมงคลสมรสรอบ 3 ของ ณเดชน์-ญาญ่า ที่งานนี้ทำหน้าที่เสมือนแม่งาน พร้อมเปย์ซองหนักถึง 6 หลัก! นอกจากนี้ยังเล่าวินาทีสุดตื่นเต้นเมื่อได้เจอกับซุปตาร์ระดับโลก อย่าง ลิซ่า

ความรู้สึกตอนแรกที่เจอลิซ่า เป็นยังไงบ้าง?
“ตื่นเต้นเหมือนมีกฎแรงดึงดูดบางอย่าง ที่เห็นน้องและเหมือนกับเราก็เป็น FC น้องอยู่แล้ว แล้วก็เคยเจอกับคุณแม่ เคยนั่งคุยกับคุณแม่ตอนสมัยงานแต่งงานพี่วู้ดดี้ ทั้งคุณแม่ก็น่ารัก แล้วเวลาไปเจอตัวน้องก็ได้คุยกัน น้องน่ารักมาก พูดอะไรไม่ออกเลย ตอนแรกมี FC น้องลิซ่าหรือว่าชาวเน็ตแซวกันว่า พี่เอเข้าไปขอน้องเพื่อจะมาปั้นเลย บอกไม่ใช่ พี่ไม่ได้ขอเบอร์ ทุกคนเวลาเห็นพี่เอยกโทรศัพท์มา ทุกคนก็บอกว่าพี่เอขอเบอร์น้องเพื่อจะเอามาเข้าสังกัดเหรอ ไม่ใช่ คือพี่เอตื่นเต้นมากคืออยากเซลฟี่ แต่จะยืดแขนขายาวก็เกรงใจน้อง เดี๋ยว FC ว่า ก็เลยไม่กล้า”
คนนี้เรายอมเป็นคนแรกเลยไหม ?
“คนนี้เรายอมคนแรกเลย กลัวแรงต้านไม่ไหว กลัวโดนดราม่าไม่ไหว เดี๋ยวทุกคนว่า กลัวไปหมดเลย กระเถิบตัวอะไรกลัว เพราะว่าเขาเป็นเหมือนตัวแทนคนไทย ให้ชาวโลกได้รู้จักได้ดีมากๆ ทั้งการวางตัว ทั้งทุกอย่าง ต้องชื่นชมเลย แล้วก็อยากให้เป็นตัวอย่างให้กับทุกๆ คน น่ารักจริงๆ น้องลิซ่า”
น้องน่ารักยังไงบ้าง เห็นด้วยตาเนื้อแล้วเป็นยังไง ?
“ตอนแรกคนแยกไม่ออก ว่าลิซ่าหรือเอคนไหน พูดเล่นนะ เดี๋ยวจะโดนชาวเน็ตด่าอีก เห็นด้วยตาเนื้อแล้วสวยมากๆ นอกจากสวยมากๆ แล้วเป็นเด็ก เป็นน้องที่มีสัมมาคารวะ เห็นเขายกมือขึ้นมาสวัสดีพี่เอ แค่นี้พี่เอก็รู้สึกว่าเราแค่ตัวเล็กๆ เขาเป็นถึงระดับโลก แล้วมายกมือไหว้เรา เราก็รู้สึกปลื้ม ได้รู้จักทั้งคุณแม่ ได้รู้จักทั้งน้องลิซ่าแล้ว”
ได้คุยอะไรกับน้องบ้าง ?
“ก็คุย จำไม่ได้เลยเพราะมันตื่นเต้นเกิน จำไม่ได้เลยว่าคุยอะไรกันไปบ้าง ก็เลยเหมือนกับ ตอนนี้ยังอึ้งอยู่เลยว่าคุยอะไรกับน้องไปบ้าง”

แต่ชาวเน็ตเห็นพูดเลยว่าพี่เอไวมากเลย ?
“เหมือนกับพี่เอก็เป็นเหมือนเจ้าของงาน ลูกชายแต่งงาน นึกออกไหม เราก็ทำตัวเป็นแม่งานคนนึง เพราะว่าทีมงานทุกคนที่ดูแลงานก็เป็นสังกัดพี่เอหมดเลย เวลาเราเห็นแขกมาเราก็ต้องเข้าไปสวัสดีแขกทุกๆ คน สวัสดีทุกคนเลย เห็นไหม วันนั้นพี่เอทำตัวเหมือนกับแฟนคลับ FC ของทุกคนท่านนึง ถ้าดูในสตอรี่ ไม่ได้ทำตัวเป็นว่าฉันเป็นใคร เพราะรู้สึกว่าเราต้องมีความเป็นเจ้าภาพ”
วันนั้นเป็นยังไงบ้าง ความรู้สึกที่มีคนมาร่วมงานเยอะมาก ?
“อุ๊ย คือพี่เอว่า ต้องขอบคุณน้องณเดชน์ น้องญาญ่านะ ที่จัดงานเลี้ยงครั้งที่ 3 ขึ้นมา มันเป็นงานที่ทำให้ทุกคนมีความสุข แล้วก็เหมือนกับไม่อยากกลับบ้าน แต่พี่เอต้องไปไลฟ์สดต่อที่บ้านก็เลยกลับตอน 5 ทุ่ม แต่ทุกคนที่อยู่ถึงตี 1 ตี 2 กัน พี่เอไม่ทราบว่าอยู่กันถึงกี่โมง แต่ทุกคนบอกว่าอยากจะให้จัดอีก อยากให้จัดอีก เพราะว่าสนุกมาก เหมือนเราได้เจอคนเก่าคนแก่ที่เราเคารพนับถือ ป้าชาลี พี่จุ๋ม หนังสือพลอยแกมเพชร พี่แอร์ คํารณ หรือว่าแม้กระทั่งเจนเด็ก พวกน้องๆ เจ้าขุนเจ้านาย เจอหมดเลย พี่เอก็เลยรู้สึกว่า หรือแม้กระทั่งซุปตาร์ระดับโลก อย่างเช่นน้องลิซ่า มันเลยเป็นอะไรที่ต้องขอบคุณน้องณเดชน์ น้องญาญ่า ที่ให้พี่เอไปงาน”
รู้ไหมว่าน้องลิซ่าจะมา ?
“ไม่รู้เลย ไม่รู้จริงๆ ไม่รู้ว่าน้องจะมา ถ้ารู้ว่าน้องจะมาก็จะทำผมทรงเดียวกับน้องเลย วันนั้นเกล้ามวย ก็อยากให้คนเข้าใจผิดบ้าง เอลิซ่าเลยบอก เรียกทุกคนว่า อย่าเรียกฉันว่าพี่เอนะวันนั้น ให้เรียกว่า เอลิซ่า”

งานแต่งรอบ 3 แล้ว ซองหนักไหม ?
“อ๋อ ก็รอบ 1 ก็ 5 หลัก แต่รอบ 3 นี่ 6 หลักอยู่ ก็พอดีก็เลยกินเยอะหน่อยวันนั้นในงาน กินแซลมอน กินเนื้อ เค้กที่วางอยู่ กินอย่างเดียวเลย กินอย่างเดียวเลย กินใหญ่เลย กินจนน้ำหนักเพิ่มไป 2 กิโล วันแต่งงานน้อง”
พี่เอมีอะไรอยากจะบอกน้องๆ ทั้ง 2 คนไหม ว่าพอตอนนี้เขาถึงฝั่งฝันกันแล้ว ?
“ก็เขียนไปในโซเชียลหมดแล้ว แล้วก็บอกว่าดีใจกับความรัก คือเราเห็นณเดชน์ตั้งแต่วันแรก ตอนอายุ 14 ที่พี่เอได้พบกับน้องที่ขอนแก่น แล้วก็น้องได้เข้ามาในกรุงเทพฯ จนถึงเหมือนเราดูละครเรื่องนึง ที่มีฉากที่ 1 ก็คือเข้าวงการ ฉากที่ 2 คือน้องเจริญเติบโต เป็นซุป’ตาร์ที่ทุกคนรู้จัก ฉากที่ 3 น้องจีบกัน เป็นแฟนกัน แล้วก็อันนี้มันไม่ใช่ตอนจบของเรื่องนะ เป็นฉากที่ 4 คือวันที่พระเอกนางเอกได้แต่งงานกัน แล้วเหมือนเรานั่งดูแล้วก็ยิ้ม พี่เอนั่งยิ้มตลอดเลย ทักทายคนอย่างเดียวเลย ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ก็สวัสดีค่ะ สวัสดีไปหมด”
แล้วคู่บ่าวสาวตอนนั้นเขาจีบกันยังไง?
“พี่เอก็จำไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าพี่เอก็บางทีไปกองพี่อ๋า (ผจก.ณเดชน์)ไป เพราะว่าพี่เอก็จะไม่ค่อยทราบเรื่องรายละเอียด ก็คือทราบพอๆ กับที่น้องๆ ทราบ”
ก็รู้ด้วยตัวเอง รู้กันแบบที่น้องๆ ทราบ (เพราะว่าตอนนั้นพี่เอก็ห้าม?) จริงๆ ก็ไม่ได้ขนาดนั้น ก็คืออยากให้ทุกคนมีความสุข พี่เอก็อยากให้ทุกคนมีความสุข แต่พี่อ๋าไปกอง พี่เอก็นอนขายโฆษณาอยู่ที่บ้าน สวัสดีค่ะคุณลูกค้า นั่งทักทายลูกค้า”
ตอนนี้ก็ลุ้นเขามีลูก?
“ใช่ อยากดูรุ่นหลานแล้ว (อัดฉีดเท่าไหร่?) อุ๊ยตายแล้ว อย่าเพิ่งพูดสิลูก เพิ่งผ่านงานแต่งไป อย่าเลยลูก เดี๋ยวตอนนั้นแม่ไม่รู้ว่าเงินแม่ในกระเป๋าเหลือเท่าไหร่เดี๋ยวพูดไปแล้วทำไม่ได้เดี๋ยวโดนด่าอีก อย่าเพิ่ง
แต่ก็เชียร์ อยากเห็น อยากอุ้มหลานเร็วๆ แต่พี่เอคิดว่า ให้เป็นไปในเรื่องของอนาคต แล้วก็คือเราดูฉากที่เขาแต่งงานกันให้ยาวนานแล้วก็เสพความสุขในฉากนี้ แล้วก็เดี๋ยวฉากต่อไปพี่เอว่าเราก็จะได้มีความสุขไปด้วยกัน ความสุขเราก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก บวกขึ้นไปอีก”
เพราะทุกคนยกให้เป็นงานแต่งแห่งปีเลย ?
“ใช่ พี่เอว่าเป็นงานแต่งงานที่เหมือนกับดูแล้วมีความสุข เหมือนดูละครเรื่องนึง ในละครบางเรื่องยังไม่ได้มีความสุขขนาดนี้ในการดู แต่อันนี้เราดูแล้วแฮปปี้มาก แล้วก็เห็นอะไรเยอะแยะมากมาย คือเห็นศิลปิน เห็นนักร้อง เห็นพี่กบมาร้องเพลง พี่กบ ทรงสิทธิ์ เห็นน้องเจฟมาร้อง แต่ตอนธามไทมา พี่เอไปไลฟ์สดแล้ว เสียดายมากเลย เลยอดดูยังธามไท”
แล้วตอนที่มีเหตุการณ์ดราม่าสาดน้ำกัน พี่เอได้เห็นไหม ?
“อ๋อ พี่เอกลับบ้านไปแล้ว ตอนนั้นพี่เอกลับบ้านไปแล้วจริงๆ พี่เอกลับบ้านไปแล้ว พี่เอเลยไม่ได้เห็นเหตุการณ์เลย พี่เอกลับบ้านไปแล้ว พี่เอกลับบ้านตอน 5 ทุ่ม พี่เอก็กลับบ้านไปแล้วเลยไม่ได้เห็นอะไรเรื่องนี้ ก็ทราบข่าวเหมือนทุกๆ คนค่ะ เราแค่รับทราบข่าวด้วยกัน แต่พี่เอกลับบ้านไปแล้วจริงๆ”
พี่เอตกใจไหมพอมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในงานแต่งของน้อง ?
“พี่เอกลับบ้านไปแล้ว พี่เอก็เลยไม่กล้าที่จะวิจารณ์อะไรทั้งสิ้น”
“พี่เออยากให้ทุกคนจำเรื่องราวงานแต่งงานของน้องณเดชน์น้องญาญ่า ที่มันเหมือนเป็นตำนานที่เราได้จดจำแล้วก็เหมือนมีความทรงจำที่บริสุทธิ์จริงๆ ความทรงจำที่เหมือนกับรุ่นเก่าที่เราเคยเห็นพระเอกนางเอกแต่งงานกัน จนเจเนอเรชันนี้ เจนน้องณเดชน์ญาญ่า ที่เราโตด้วยกันแล้วเราจำเรื่องราวเหล่านี้”



