รถเมล์ รับกดดันเวลาอ่านข่าว หวั่นกระทบครอบครัวคนอื่น เตือนควรหยุดขุดข่าวอักษรย่อ สุดท้ายอาจกินอาหารเม็ด
เมื่อข่าวอักษรย่อกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างมาก ล่าสุด เมื่อเจอ รถเมล์ คะนึงนิจ ที่มาร่วมงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ ฉลองเทศกาลวันแม่ พาแม่มาชีทเดย์” ณ ชั้น G เซ็นทรัล พระราม 3 ก็ได้เปิดใจถึงความกดดันของการทำงานสื่อ พร้อมชี้แจงชัดเจนว่าประเด็นข่าวเมาธ์ สามีนักร้องดังแอบแซ่บกับนักธุรกิจสาวลุคเซ็กซี่ ไม่ได้เริ่มจากรายการของตน!
“กดดันมากค่ะ เวลาที่ต้องอ่านข่าวทุกวันนี้บางทีเนี่ยแหล่งข้อมูลต่างๆ อาจจะไม่ได้มาจากเรา แต่เรารู้ บางทีมันมีการสนทนาร่วมกันในโต๊ะ แล้วบางทีเรารู้ข้อมูลบางอย่าง มันอาจจะเป็นสายมาจากไหนก็แล้วแต่ บางทีเราก็จะมีคนส่งข้อความมาถาม หรือบางทีจบรายการปั๊บวันนั้นก็อาจจะมีคนโทรศัพท์มาว่า ข่าวนี้ที่ว่านั้นคือใคร บางทีบางเรื่องเราก็อาจจะแบบไม่รู้ อาจจะใช้คำนี้แทน บางทีเราอาจจะบอกว่ามันเป็นเรื่องของครอบครัวเขา บางเรื่องที่เป็นคนสนิทมากๆ อย่างคนในครอบครัวเขาอาจจะพูดคุยกันได้ แต่บางทีถ้าสมมุติแบบทุกคนถามแล้วพูดหมดก็คงไม่เอาดีกว่า เป็นเรื่องคนอื่น”
เวลาที่พอพี่เมย์อ่านข่าวไปแล้ว เป็นข่าวแบบว่าเราก็จัดรายการ คนก็เลยถามว่า คนนี้ใช่ไหม คือใคร อยากรู้?
“มันแอบรู้สึกนิดนึงเหมือนกัน ด้วยถ้าสมมุติอย่าง ณ วันนี้เองในฐานะคนที่เป็นแม่แล้ว เวลามันมีข่าวอะไรที่ถ้ามันเกี่ยวกับสถาบันครอบครัว มันต้องระมัดระวังมากพอสมควร เพราะว่ามันไม่ใช่แค่เราอ้าปากพูดในวันนี้แล้วมันจบ เรื่องมันอยู่ยาวไปจนถึงแบบสมมุติอีก 10 ปีข้างหน้า เรากลับมาเสิร์ชข้อมูลนี้ว่า เฮ้ย มันเคยมีข่าวแบบนี้นะ มันก็จะมีหน้าเราในสิ่งที่เราพูดข้อมูลนี้ออกไป ดังนั้นเนี่ยมันก็กระทบกับครอบครัวคนอื่น บางทีเราก็อาจจะไม่อยากแบบแตะเยอะมาก”

แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้เนาะ ?
“ก็ถูกค่ะ มันอาจจะเลี่ยงไม่ได้ เอาแต่แบบพอดีๆ ในฐานะเป็นสื่อดีกว่า เพราะว่าทุกวันนี้ออนไลน์มันโหดมากจริงๆ มันเร็วมาก แล้วมันก็โหดมากในคอมเมนต์บางอย่าง บางทีบางเรื่องอาจจะไม่ได้รู้จากตัวรถเมล์ก็ได้นะ อาจจะรู้มาจากคนที่ทางบ้าน คุณผู้ชมทางบ้านอาจจะรู้มากกว่าเราด้วยซ้ำบางที”
จริงๆ มันต้องบาลานซ์ยังไง ทุกวันเราเป็นพิธีกรด้วย เป็นสื่อมวลชนไปครึ่งนึงแล้ว ก็ต้องเป็นคุณแม่เป็นครอบครัวด้วย ถ้าต้องเจอข่าว?
“คือส่วนใหญ่เราแสดงความคิดเห็นของตัวเองบ้างเล็กน้อย แต่เราเอาแบบพอดีๆ สำหรับเรื่องถ้าสมมุติมันมีการเปิดประเด็นมาแล้ว เราอาจจะไม่ลากไปต่อจนถึงขนาดที่ชื่อมันจะหลุดออกมา ก็คือสุดท้ายมันก็ให้โลกออนไลน์เขาไปไอนั่นกันเอาเอง หรือบางทีมันอาจจะเป็นบางเรื่องที่เจ้าของเรื่องเขาอาจจะไม่ได้อยากพูดก็ได้ นึกออกป่ะ เขาอยากให้มันจบแล้ว เขาเคลียร์กันเองได้แล้ว แต่เราเป็นคนนอก แต่เราไปใส่ใจเรื่องเขามากเกินไป”

แต่คนก็จะมองว่ามันจะขัดกันที่จะพูดร่วมรายการเรา expert สุดท้ายมันก็ขัดแย้ง เราพูดปักตรงข้ามของเรา expert ไหม ?
“ไม่ค่ะ คือจริงๆ ต้องบอกก่อนว่าพี่ๆ แต่ละคนเขาก็จะมีข้อมูลด้วยความที่เพื่อนเยอะ คนรู้จักเยอะ หรือบางทีแม้กระทั่งเราอยู่เฉยๆ ก็อาจจะมีบางคนที่โทรศัพท์มาบอกก็ได้ว่า ใช่ อันเนี้ยเราเคยเจอสถานการณ์นี้ อย่างงี้ไง บางทีเราอาจจะไม่ได้เป็นคนที่ไปหาข้อมูลนั้น แต่บางทีเรื่องมันเข้ามาที่หูเรา ก็มีข้อมูลแค่นั้นเอง”
รู้สึกยังไงที่หลายคนมองว่ายังไงพี่เมย์ก็ต้องรู้ แต่จริงๆ แล้วเรารู้เป็นคนสุดท้ายทุกครั้ง มันเป็นอย่างงั้นไหม ?
“ก็ไม่เสมอไป แต่บางทีเราทำได้ดีแล้วถ้าอย่างงั้น เรารู้สึกว่าบางเรื่องเราอยู่เฉยๆ แล้วเราไม่เริ่มหรือว่าเป็นคนพูดดีกว่า เพราะบางทีอย่างที่รถเมล์บอกว่าบางครั้งเราอาจจะไม่ได้รู้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าสมมุติคนไหนที่รู้ทั้งหมด หรือบางทีต้องบอกก่อนนะคะ อย่างพี่มดดำเอง หรือแองจี้ หรืออะไรก็แล้วแต่ บางทีข่าวไม่ได้เริ่มมาจากเรานะ ต้องอธิบายก่อน ไม่ใช่ทุกข่าว เดี๋ยวจะรู้สึกว่าเฮ้ยเมื่อไหร่ทุกครั้งที่มันมีข่าวประเด็นตัวอักษรย่อมันต้องเปิดมาจากข่าวใส่ไข่ทุกครั้ง หรือมันต้องเปิดมาจากพี่มด พี่แองจี้ หรือใครก็แล้วแต่ บางทีมันเป็นข่าวมาจากที่อื่น แล้วเราอ่าน แต่บางทีเรื่องนั้นเราอาจจะรู้ก็ได้ แต่เราไม่ได้เป็นคนเริ่มพูด
อย่างไอ้ประเด็นตัวอักษรย่อล่าสุดเนี่ย ที่บอกว่านักร้องกับดารา แล้วมีนักธุรกิจสาวเข้ามา ไม่ได้เริ่มเปิดมาจากเราค่ะ มีข่าวสำนักหนึ่งเขียนข้อความนี้มา แล้วแองจี้เนี่ยในฐานะที่เขาเป็นครีเอทีฟรายการ เขาเลือกข้อมูลนั้นมาอ่าน แต่ตอนแรกที่เราพูดข่าวกันไป เราจะพูดบอกว่าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข่าวนี้คือใคร เพราะข้อมูลมันดูเหมือนเคยได้ยินผ่านหูผ่านตากันมา ที่เรานั่งอ่านข่าวกันมาเป็นสิบๆ ปีเนี่ย แต่แค่พอไปเช็กข้อมูล อ้าว เฮ้ย มันไม่ใช่ แล้วสำนักข่าวก็เปิดใหม่ มีตัวอักษรย่อ จ.จาน ออกมา ดังนั้นเนี่ยถามว่าพอเราไปนั่งหา ข้อมูลมันเริ่มแคบขึ้น ข้อมูลมันก็จะพรั่งพรูเข้ามาในทั้งฝั่งของพี่ๆ แล้วก็น้องๆ มันก็เลยเหมือนจะเริ่มรู้”

คนก็ให้เครดิตว่าเอามาจากข่าวใส่ไข่ ทีนี้ทำไง ?
“วันนั้นหนูไม่รู้เรื่อง แต่วันนั้นมานั่งอ่าน แต่เห็นข่าว แล้วคุยกับพี่มดจริงๆ คือบางครั้งเนี่ยยอมรับว่ามีการคุยกันกับพี่มดดำนอกรอบที่ไม่ได้อยู่ในหน้าจอรายการ พี่มดเขาก็เล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้ฟัง บางทีเราก็รับรู้เอาไว้เป็นข้อมูล”
อย่างตอนนี้ข่าวก็ประเด็นเด็ด เราคิดว่ามันจะจบที่สเต็ปไหน ?
“มันจะจบถ้าเราไม่ตามหาเขา หรือเราไม่พูดข่าวเขา จริง วันนี้มีโอกาสเพิ่งไปเจอลีเดียกับพี่แมทธิวมาเมื่อเช้า ไปเจอที่โรงเรียนลูก บอกเดียๆ มันมีข่าวเดีย แต่พี่ได้ยินที่หนูพูดแล้ว เขาบอกว่าหนูก็มองเหมือนกันว่าทำไมถึงมาเป็นคู่หนู เพราะว่าเขาก็ชัดเจน คือก็ถามแหละ พี่แมทไปเรียนคอร์สอะไร ก็ไม่ได้ไปเรียน ดังนั้นเนี่ยมันก็ตัดชัดเจนกันไป อย่างคู่อื่นๆ คนไหนที่เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันคือเรื่องครอบครัวเขา ก็ออกมาพูดเลย ก็ให้มันจบตรงนั้นล่ะค่ะ”
เพราะว่าพี่เมย์ทิ้งท้ายไว้เมื่อวาน ตอนกำลังจะอ่านจบ อ้าว เข้าข่าวภาคค่ำพอดีเลย ?
“ใช่ เข้าข่าวภาคค่ำไปเลย ดูนิวส์โชว์ต่อเลย แต่เมื่อวานนี้จริงๆ เราเริ่มรู้แค่อักษรย่อ แต่มันยังไม่ได้มีข้อมูลเพิ่ม เพิ่งได้ข้อมูลมาเมื่อเช้านี้เอง แต่เราก็พูดจริงๆ ว่าเราอยากให้มันจบไป เพราะบางทีถ้าครอบครัวเขาเคลียร์กันได้แล้ว คนที่จะมาเป็นมือที่สาม มือที่เท่าไหร่ก็แล้วแต่เนี่ย มันไม่ได้เป็นผลดีกับครอบครัวเขา แล้วสุดท้ายเราอาจจะกินอาหารเม็ดกันก็ได้นึกออกป่ะ เพราะสุดท้ายเราพูดกันไปเรื่อยเปื่อยมากเลย แต่ครอบครัวเขาเคลียร์กันจบ ดังนั้นเราควรหยุดตรงนี้”




