ขวัญ กังวลความปลอดภัย หลังโดนข่มขู่ จี้ตำรวจเร่งทำคดี ชี้คู่กรณีไม่ได้ป่วย เชื่อมีคนอยู่เบื้องหลัง
จากกรณีที่นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี เข้าแจ้งความกรณีถูกชายปริศนาบุกประชิดตัวและชี้หน้าข่มขู่ ล่าสุดขวัญได้มาร่วมงานแถลงข่าว ELLE Fashion Week 2026 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ก็ได้อัพเดตความคืบหน้าของคดีความ และเรื่องความปลอดภัย จากการที่นางเอกสาวเปิดตัวเป็นพยานในคดีของแตงโม นิดา
เรื่องความปลอดภัยและคดีความในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“ต้องขอบคุณคุณลุงสนธิ อาจารย์ปานเทพ แล้วก็พี่เอก ที่ช่วยดูแลขวัญในเรื่องความปลอดภัยในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ การ์ดที่ดูแลในเรื่องความเป็นส่วนตัวให้เรา หรือว่าในเรื่องเทคโนโลยีจากพี่เอก กาญจน์นาถ ก็ช่วยดูแลขวัญและคนใกล้ตัวขวัญ แล้วคนใกล้ชิดเราทั้งหมด ขวัญก็อยากจะแนะนำทุกคน คนไหนที่พอมีข้อมูลของพี่โม แต่ยังไม่กล้าที่จะเป็นพยาน หรือเก็บข้อมูลไว้ส่วนตัว ก็สามารถเอาข้อมูลตรงนี้ให้คุณลุงสนธิ อาจารย์ปานเทพ หรือพี่เอกได้เลย ถ้าเกิดว่าเมื่อไหร่ที่เราก้าวไปที่บ้านพระอาทิตย์ เราก็จะได้รับ การปกป้องการดูแลกันอย่างดี เราจะไม่มีใครทิ้งใคร อยากให้ทุกคนปลอดภัย แล้วก็โล่งใจกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา เพราะว่าปัญหามันเกิดขึ้น แต่เราก็มีวิธีการในการตั้งรับหลากหลายรูปแบบ”
หลังจากให้ข้อมูลเสร็จ แล้วโดนคนไม่หวังดีมาติดตามคุกคาม ความคืบหน้าที่ไปโรงพักมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
“วันนั้นไม่สวย แต่วันนี้สวย โกรธวันนั้นคือไม่สวย เเทนที่จะมาประกบใกล้ชิดตอนที่เราสวยๆ นึกออกไหม (สรุปว่าตอนนี้ตำรวจเขาดำเนินการอย่างไร ตามเรื่องได้หรือยัง?) คือเราก็อยากจะให้พี่ๆ นักสืบ หรือผู้มีอำนาจ เขาดำเนินการให้รัดกุมมากกว่านี้ แล้วก็มีความรวดรัดและไวมากกว่านี้ เพราะว่าอย่างเคสที่แล้วที่เรียกไปสืบ เราก็ยังหาเหตุผลแรงจูงใจเขาไม่ได้ว่ามันเป็นเพราะอะไร เราก็ไม่อยากให้เพิกเฉยหรือเมินเฉยไป เพราะสุดท้ายสิ่งที่ขวัญกังวลก็คือความปลอดภัยของขวัญ แบบนี้เขาเรียกว่าการข่มขู่ เพราะถ้าไม่ข่มขู่ เขาจะไม่มีประเด็นพูดออกมาว่า อีก 3 เดือน ขวัญต้องเปลี่ยนคำพูด ถูกไหม การบิดเบือนของกฎหมายมันมี แต่หลักการประพฤติ หรือจริยธรรมที่มันก่อให้เกิดความไม่สงบในสังคม หรือไม่ถูกต้องตามจริยธรรมอันดีของสังคม อันนี้มันมาจากความรู้สึกขวัญ ขวัญไม่รู้สึกปลอดภัย แล้วเรารู้สึกถูกคุกคามและรุกล้ำ ยังไงขวัญก็อยากให้เจ้าหน้าที่การสืบสวนครั้งนี้ หาเหตุผลมาให้ได้ว่า ทำไมเขาถึงมีแรงจูงใจถึงคำพูดที่บอกว่า อีก 3 เดือน ขวัญจะต้องเปลี่ยนคำพูด คำพูดของขวัญมันสามารถเปลี่ยนได้ แต่ว่ามันต้องมาจากหลักฐานที่พิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ขวัญไม่สามารถบิดพลิ้วคำพูดได้ เพราะมันเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นมาแล้ว ขวัญรู้แล้วว่าอะไรที่เกิดขึ้น หรืออะไรที่เกิดขึ้นจริง อันนี้ขวัญพูดได้”

แสดงว่าเชื่อว่าเขาไม่ได้ป่วยจริง แต่ตั้งใจมาคุกคามเราจริง?
“ขวัญว่าเขาไม่ได้เป็นคนริเริ่ม แต่เขาเป็นการกระทำ เพราะฉะนั้นการที่เราจะสืบ เราก็ต้องดูว่าเขารับคำสั่งมาจากใคร หรือต้นตอมันคืออะไร อันนี้คือสิ่งที่เราต้องการจะสืบทราบเหตุผลว่า ที่มาที่ไปมันคืออะไร”
ตอนนี้กลัวหรือระแวงไหมเวลาไปไหนมาไหน?
“กลัวค่ะ แต่ก็อย่างที่ขวัญบอกว่า หนึ่งคือ เราเป็นลูกตำรวจ เรามีเกียรติและเรามีศักดิ์ศรี ครึ่งหนึ่งที่เราเป็นลูกตำรวจ เราต้องยึดถือตามความถูกต้อง ถูกไหม แล้วก็อีกครึ่งหนึ่ง ขวัญเชื่อในความศรัทธาของบ้านพระอาทิตย์ที่จะต้องดำเนินไปด้วยทํานองคลองธรรมและความยุติธรรม แล้วก็ต้องขอบคุณคุณลุงสนธิ อาจารย์ปานเทพ แล้วก็พี่เอกราชด้วย ที่ช่วยดูแลขวัญในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกายภาพ หรือทางด้านกลวิธีต่างๆ เพราะพี่เอกราช เขาเก่งเรื่องนี้ เรายิ่งอยู่กับคนเก่งๆ คนที่มีความปกป้องตรงนี้ มันก็จะทำให้ชีวิตเราไม่รู้สึกว่าสั่นคลอนกับการที่เราต้องไปกังวล หรือเกรงกลัวอะไรกับสิ่งที่มันไม่ถูกไม่ควร”
คิดว่าเป็นกระบวนการไหม ที่มีคนส่งมาคุกคามข่มขู่?
“ถ้าทางลักษณะทางกายภาพ เขาไม่สามารถคิด วิเคราะห์ ทำได้ขนาดนี้ คือเขาหนีพี่ๆ รปภ. ที่เป็นเจ้าหน้าที่ในสวนได้ 3 คน กับแฟนคลับอีก 1 คน เขาหนีหายไปได้อย่างไร ถูกปะ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องเตรียมการมาแล้วว่า ช่องทางในการที่เขาจะหนี เขาจะมีวิธีการไหนบ้าง แล้วไม่ได้ทำคนเดียว ทำงานแบบนี้หนีคนเดียวไม่ได้ ทั้งสวนเบญจกิตติ กว้างจะตาย มันต้องมีวิธีการที่ไม่ใช่ทำง่ายๆ แบบนี้”
โทรศัพท์ที่ได้มา สรุปเป็นเครื่องเปล่าหรือมีข้อมูลอะไร?
“เครื่องเปล่าที่พร้อมเซ็ตเอาไว้แบบที่เขาต้องการจะให้เราเห็น โดยการที่ปลอมเหมือนกับว่าเป็นแฟนคลับ แต่จริงๆ ไม่ใช่แฟนคลับ”
ตอนนี้ตำรวจบอกว่าอย่างไรบ้าง เจอตัวหรือยัง?
“ตำรวจค่อนข้างนิ่งนะคะ ล่าสุดก็คืออยากให้พี่ๆ ช่วยตามเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน อย่างล่าสุดที่ให้ขวัญไปที่ สน.ลุมพินี เขาเรียกระชายคนนั้นมาสืบ เขาก็มากับคุณแม่ แต่เขาก็เหมือนให้การปฏิเสธคำให้การ แต่ไม่ได้บอกว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ว่า อีก 3 เดือนเราต้องเปลี่ยนคำพูด อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราติดใจ มันไม่มีเหตุผลโน้มน้าวที่ทำให้เขาต้องพูดประเด็นนี้ออกมา ว่าเราจะต้องเปลี่ยนคำพูด”

ได้ถามตำรวจไหมว่าสรุปเขาป่วยหรือไม่ป่วย?
“เขาไม่ได้ป่วยนะคะ ไม่ได้มีใบตรวจทางการแพทย์ ใช่ แต่เราในเรื่องของสิ่งที่เราเห็น หรือเราสามารถพินิจวิเคราะห์พิจารณาได้ว่า เขาอยู่เป็นกลุ่มบุคคลประเภทไหน”
เห็นบอกว่าเขาอยู่ใกล้บ้านขวัญด้วยใช่ไหม?
“ใช่ อยู่ใกล้หมู่บ้านขวัญค่ะ”
เวลาไปไหนมาไหน ต้องเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นไหม?
“ขวัญก็กลัวนะคะ แต่ก็ขอบคุณแฟนคลับทุกคน แล้วก็พี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนด้วย ทุกคนอยู่กับขวัญมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนก็จะเห็นวิวัฒนาการของขวัญมากขึ้น ทุกวันนี้ที่เราทำมา เราก็พยายามจะทำในสิ่งที่ดีที่สุด ความเป็นตัวตนของเราบางทีมันก็เสียไปเหมือนกัน มันก็คือถึงเรียกว่าการเสียสละ แต่มันก็อยู่ที่ทัศนคติขวัญเอง ขวัญก็ต้องเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตด้วย ในการที่เราจะเลือกทำแบบนี้ มันก็เป็นสิ่งที่เราไม่ได้เสียสละคนเดียว อย่างที่ขวัญเห็น พี่เอกราชเสียสละอะไรไปแบบ หนักมากนะ แต่เราเห็นบ้านพระอาทิตย์ เห็นคุณพ่อเรา คุณพ่อเราก็เสียสละเหมือนกัน หนูว่าสิ่งที่หนูทำไม่ได้เศษเสี้ยวครึ่งหนึ่ง แต่หนูก็อยากจะทำ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันดูแล แล้วก็เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับขวัญด้วย ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง”
หลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อ?
“ให้เป็นการดำเนินการ 100% ของคุณลุงสนธิ อาจารย์ปานเทพ แล้วก็พี่เอกราชหมดเลยค่ะ ไม่ว่าคุณลุง คุณอา อาจารย์ เห็นว่าเราควรจะทำ การดำเนินการอะไร หนูก็จะเต็มที่ 100% เพราะเราเชื่อว่าท่านมีความรู้แล้วมีแบบแผนมากกว่าเรา”
แสดงว่าการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปเลย ไม่กล้าออกไปไหน หรือมีความแพนิกไหม?
“กลัว แพนิก แต่เราก็ปรับมุมมอง เอาตัวเราไปอยู่ในพระพุทธศาสนา เราก็เชื่อว่าถ้าเราอยู่ในทํานองคลองธรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พี่โม คุณพ่อขวัญ คนดีๆ หลายๆ ท่านที่อยู่ในสังคม ในแวดวงต่างๆ ท่านก็จะคุ้มครองหนูเอง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม”
มีบอกพี่โมไหมว่าหนูมาช่วย ให้พี่โมช่วยดูแล?
“ให้เป็นภาระของพี่โมค่ะ ทำให้ขนาดนี้แล้วเนอะ คนอื่นพี่โมก็ไม่เลือกเนอะ แล้วทุกอย่างก็มาลงที่หนูเนาะ (มีอะไรจะบอกพี่โมไหม?) พี่โมเขาทำเต็มที่ในส่วนของพี่โมแล้ว ตอนนี้ก็ถึงหน้าที่ของคนหลังๆ คนไหนที่มีใจรักความยุติธรรม แล้วเห็นความเป็นคนได้มากพอ เราก็จะได้ช่วยพี่โมได้เต็มที่เหมือนกัน”
ประเด็นเรื่องตบยุงบนหัวอาจารย์เบียร์ ตอนนั้นเป็นอย่างไร?
“ตอนนั้นหนูตกใจ นึกออกปะ แล้วเรากำลังจะตบแล้ว เพราะเราคิดถึงพี่ปอที่โดนยุงกัดแล้วเป็นอะไรอย่างนั้น แล้วตอนนั้นเราอยู่ป่า เรากำลังจะตบแล้ว เราก็แบบ เอ๊ะ อาจารย์บวช หัวโล้น เราควรจะทำยังไงดีวะ จะฆ่าสัตว์ไหม บนหัวอาจารย์ไหม หรือพี่ปอ คือมันหลายเรื่องอยู่ในหัวมาก แต่ดีที่อาจารย์ปากไว หนูมือไว อาจารย์ปากไว มันก็เลยบาลานซ์กัน ก็เลยอยู่ที่สเตตัสเดิม”
เรื่องที่มีประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงอายุ 35 รู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้?
“โลกแคบมาก ระวังจะอายุไม่ถึง 35 ขวัญว่าน้องหรือพี่หรือใครก็ไม่รู้ ขวัญว่าเขาอาจจะอยู่บ้านมากเกินไปมั้ง เลยเห็นอะไรมุมมองแคบๆ ลองออกจากบ้าน หรือลองเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเองมีมุมมองอะไรใหม่ๆ บ้าง จะรู้ว่าข้างนอกมีอะไรที่ดีมากกว่าที่ตัวเองคิดอีกเยอะ”
มีอะไรอยากฝากบอกเพิ่มไหม?
“อย่ามายุ่งกับขวัญเลย ไปแก้คิ้วดีกว่า”


