‘ก้อง ห้วยไร่’ ลั่นเลิกเป็นสะพานบุญ หลังเจอบทเรียนราคาแพง ให้กำลังใจ ‘เบลล่า’ เชื่อบริจาคด้วยจิตบริสุทธิ์
หลังจากนักร้องหนุ่ม ก้อง ห้วยไร่ เข้ารับการผ่าตัดใหญ่ที่หัวเข่า ท่ามกลางความห่วงใยจากภรรยาและเพื่อนพ้องในวงการ ล่าสุด “ก้อง” ร่วมให้สัมภาษณ์ภาพยนตร์คอเมดี้ฟอร์มยักษ์จาก Netflix เรื่อง แก๊งโอเวอร์ ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน อัพเดตสุขภาพและสภาพจิตใจ พร้อมเปิดใจปมบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี
สุขภาพเป็นยังไงบ้าง?
“โอ้โห แย่มากเลยครับ ผมเลยกลายเป็นแพนิก เวลาเสิร์ชไปดูคลิปที่พี่ๆ เพื่อนๆ นักฟุตบอล นักกีฬาเตะกัน เล่นกันแรงๆ แล้วมันรู้สึกกลัวเลยครับ แล้วก็รู้สึกว่าทำทำไมวะ เขารู้ไหมว่าเวลาไปผ่าตัดมันทรมานแค่ไหน ทั้งสุขภาพจิตก็พังตามไปด้วย มันตามไปยังไง คุณเคยเล่นกีฬาแล้วออกกำลังกายไม่ได้ไหมครับ ทรมานมาก เพราะฉะนั้นอย่าเป็นนะครับ เอ็นไขว้หน้าขาดเนี่ย”
ตอนนี้สามารถกลับไปสนามฟุตบอลได้หรือยัง?
“ไม่เลยครับ หมอขอ 2 ปี ตอนนี้เพิ่งผ่านมาได้ อันนี้ด้วยความไม่รู้ คือจริงๆ มันต้องพัก 6 เดือนเป็นขั้นต่ำ ผมพัก 15 วัน คือล็อกคิวว่าไม่รับคอนเสิร์ต 15 วัน แล้วหลังจากนั้นก็นั่งเก้าอี้ร้องเพลงครับ”

ตอนนี้มีอาการอย่างไรบ้าง?
“คือถ้าเกิดว่าย่ออย่างนี้มันจะไม่ได้เลยครับ ยืนนี่ก็ต้องยืนขาขวา ต้องใช้พี่หมอนวดมาคลายเส้นขาขวา เพราะเหมือนน้ำหนักมันมาที่ขาขวา เสร็จปุ๊บขาซ้ายรีบ กล้ามเนื้อที่เคยมีมันฝ่อ ตอนนี้กำลังเร่งพยายามขึ้นครับ”
ต้องใช้คนช่วยทำกายภาพบำบัดใช่ไหม?
“ใช่ครับ ต้องใช้พี่ๆ มาทำกายภาพ เพราะขี้เกียจ เราก็นอนให้เขาดึงแข้งดึงขาไปครับ
อันนี้หนักสุดไหม?
“หนักสุดไหมสำหรับชีวิตผมว่ามันก็ไม่หนักเท่านี้แหละ แต่ถ้าเรื่องสุขภาพ ผมว่าอันนี้หนักที่สุด เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ และผมเพิ่งรู้ว่าหลังผ่าตัดจะหนาวผิดปกติ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร”
มีวิธีเยียวยาจิตใจตัวเองอย่างไรบ้าง?
“ผมว่าอยากเตะบอล อยากออกกำลังกายกับเพื่อน มันลำบากมากกว่า เห็นเพื่อนเล่นบอลการกุศลโน่นนี่นั่น แล้วเราก็ได้แต่มอง กลายเป็นจิตตก”
นอกจากการเตะฟุตบอล มีอะไรที่ช่วยทดแทนได้บ้าง?
“แฟนเพลงอย่างเดียวเลย ไปร้องเพลงแล้วก็ไปโต้ตอบกับเขา ซึ่งเป็นนักร้องนิสัยไม่ดี ด่าแฟนเพลง แต่แฟนเพลงปรบมือให้ (เพราะเราด่าเขาแล้วเขาไม่โกรธ?) คือเขารู้แหละว่าเราไม่ได้ด่าเพราะเราโกรธ เราด่าหยอกๆ เขา แต่ผมก็ดูนะ ไม่ใช่ว่าด่ามั่ว คนนี้ทรงนี้เล่นไม่ได้ว่ะ น่าจะไม่สนุกกับเรา เราก็เลือกๆ อยู่ครับ”
ภรรยาว่าอย่างไรบ้างเรื่องการดูแล?
“ก็เป็นแม่บ้านที่ต้องทำทุกอย่าง พอเห็นว่าสุขภาพจิตเราแย่ เขาก็อยากให้เราสนุก เพราะว่าไปทำงานก็มีคนมารอดูเรา ก็พยายามไม่นั่งให้มากที่สุด เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตครับ”

แต่น้องๆ ก็เป็นห่วง อย่าง เบิ้ล ปทุมราช?
“เป็นห่วง เพราะมันรู้ว่าผมเป็นคนชอบเล่นกีฬา แล้วก็คุยกันหลังไมค์กันอย่างนี้ครับ ที่ห่างกันเพราะว่าเขาไปเป็นดารา (แล้วเราล่ะ เราเป็นอะไร ?) เป็นนักร้อง เราเป็นนักร้อง เราก็ต้องทำงาน (แอ๊กติ้งร้องไห้) ตั้งแต่คบพี่ณเดชน์ ไม่คุยกับกูเลย (อันนี้คุณดราม่า?) ลูกเมียมาแล้ว เฮ้ย เป็นไง พ่อบอกแล้วพ่อเป็นดารา ลูกไม่รู้ เพราะว่าซีเจมอลล์เขายิงแอดที่ผมเต้น ครูถาม พ่อทำงานอะไร บอกว่าขายของอยู่ซีเจมอลล์”
ให้กำลังใจเบลล่า (ราณี) หน่อย ตอนนี้น้องโดนเรียกไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี?
“ผมว่าให้กำลังใจ ผมว่าดีด้วยซ้ำ เพราะน้องเป็นคนที่มีชื่อเสียง เป็นคนที่รู้จักกันเยอะ การที่น้องบริจาคด้วยจิตอันบริสุทธิ์ แฟนๆ เห็นว่าขนาดเบลล่ายังบริจาค เราไปบริจาคเติมกันเข้าไปดีกว่า ผมก็เลยมองว่าน้องต้องไปแหละดีแล้วครับ แต่ผมไม่ก้าวล่วงเรื่องคนอื่นนะครับ เพราะผมเข้าใจอยู่ แต่ว่าไม่เป็นไร เพราะเราก็เจอกันบ่อยๆ กับน้องเบลล่าครับ”
ได้คุยอะไรกับน้องบ้างไหม?
“โอ้โห ไม่ได้คุยเลยครับ ส่วนมากคุยกับภรรยาผม เขาสนิทกัน เขาสนิทกับภรรยาผม เวลาเขามาเจอกันผมก็ต้องขึ้นไปนอนแล้ว เพราะเวลาผู้หญิงคุยกัน เราก็ไม่รู้จะนั่งฟังอะไร เรื่องผู้หญิง”
อย่างก้องบริจาคให้มูลนิธินี้ไหม?
“ช่างมันเถอะครับ บริจาคด้วยจิตบริสุทธิ์ไปแล้วก็ช่างมันเถอะ แล้วแต่เขา ก็เป็นวิบากของเขา ผมก็ตั้งใจแล้วว่าทุกวันนี้กลายไปเป็นไม่รับเงินจากหน้าเวทีมาเป็นปีแล้ว (เพราะดราม่า?) ผมเอาเงินของแฟนเพลงไปมอบให้คนที่เขาไม่ได้เอาไปทำจริง รู้สึกผิดเลยครับ ก็เลยบอกว่าหลังจากนี้ไม่ต้องให้ผมนะ ผมจะเอาเงินจากค่าตัวนั่นแหละ เพราะเจ้าภาพให้มาเยอะแล้ว (ก็คือเลิกเป็นสะพานบุญแล้ว ไม่เอาแล้ว?) ไม่เป็นสะพานบุญแล้ว ไม่รับเงินจากแฟนเพลงแล้ว เพราะถึงเขาจะให้โดยเสน่หาก็ตาม แต่ว่าจุดประสงค์ก็พลาดไปแล้ว”

ถ้าเกิดเวลาทำความดีบ่อยๆ พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เรามีความรู้สึกอย่างไรบ้าง มันเสื่อมศรัทธา?
“ผมว่าไม่เสื่อมครับ คนที่ตั้งใจคือคนที่ตั้งใจ เหมือนข่าวพระหรือข่าวใครก็ตาม มันเป็นแค่บุคคลคนเดียว มันจะเปลี่ยนไม่ได้ แต่คนที่เขารอความช่วยเหลือมันก็ต้องมี ถามว่าเขาช่วยจริงไหม ทุกคนช่วยจริงนะ เขาช่วยจริงๆ แต่ส่วนผิดก็คือผิด ส่วนถูกเราก็ต้องชื่นชม ส่วนผิดก็รับวิบากกรรมของตัวเองไป ผมคิดว่าไม่อยากให้มองว่าต่อไปจะไม่มีใครกล้าทำแล้วนะ เพราะโลกมันมีกฎหมายนะ ถ้าอยากทำให้มันไม่ถูกต้อง สังคมหรือกฎหมายเขาก็สั่งสอนเราเองครับ”
กังวลไหม เพราะช่วงน้ำท่วมก็เคยเปิดรับบริจาคเช่นกัน?
“พี่ก้องตัดสินใจโดยใช้วิธีการเอาเงินสดออกจากบัญชีทั้งหมด เบิกก้อนเดียว และให้เห็นทุกบาททุกสตางค์ ตอนที่ไปมอบต้องมีการถ่ายภาพ มีการรับจริง แล้วก็เอาลูกพี่ไปประกันตัว คือพี่โอม “ลูกพี่ครับ ไปช่วยผมหน่อย ไปประกันตัวให้ผมหน่อย” ก็ไปวางไว้ลงโรงเรียนละ 1- 2 ล้าน ซึ่งเขาต้องเห็นเราใช้ ผมไม่สามารถรู้หรอกว่าโรงเรียนเขาเอาไปใช้จริงไหม แต่ผมก็เอาไปวางให้เขาได้เห็นครับ”
แสดงว่าโปร่งใส?
“โปร่งใสครับ ธนาคารกรุงไทยจะน่ารักกับผมเสมอ เพราะว่าพี่ต้องปิดการโอนเข้าโอนออกกับผมตอนนี้ เดี๋ยวนี้ แล้วเอาเงินออกมาก้อนเดียว ทั้งหมดเป็นกี่บาทกี่สตางค์ มันมีภาพในโซเชียลทั้งหมด แล้วเราก็จัดการ”
สำหรับเราคิดไหมว่าหลังจากนี้จะไม่รับช่วยบริจาค?
“ผมว่าโอนตรงดีที่สุด แต่พอเป็นอย่างนี้นะ มันก็อดคิดไม่ได้ เพราะโอนตรงไปเขาเอาไปทำอะไรก็ยังไม่รู้ เอาเป็นว่าเท่าที่ไหวนะครับทุกคน มนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นสัตว์สังคม มันเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่รักตัวเองไว้ก่อนนะครับทุกคน รักตัวเองไว้ก่อน เอาตัวเอง เอาครอบครัวเราให้มีความสุขซะก่อน ก่อนที่จะไปช่วยคนอื่น เพราะสุดท้ายแล้วในวันที่เราแย่ คนที่จะช่วยเราได้มีแค่คนเดียวคือตัวเราจริงๆ ครับ เพราะฉะนั้นคนที่อยากทำความดี อย่าหมดศรัทธา ทำต่อ เป็นแบบนี้ต่อไป แต่อะไรที่มันถูกต้องต้องให้มันถูกต้องแล้วทีนี้ คุณเห็นชัดอยู่แล้วว่าผลตามมามันเป็นอย่างไร สังคมมันชัดขึ้นนะ ก็เลยแบบว่าอยากทำก็ทำต่อ แต่ต้องชัด เพราะหลังจากนี้คุณจะยากหน่อย ใครที่ทำอะไรไม่ชัด”

