พรีวิว ยูโร 2020 : ‘สิงโตคำราม’ เหนือกว่า ‘ยูเครน’ เยอะ แต่ต้องห้ามประมาทคู่แข่ง

พรีวิว ยูโร 2020 : ‘สิงโตคำราม’ เหนือกว่า ‘ยูเครน’ เยอะ แต่ต้องห้ามประมาทคู่แข่ง

“สิงโตคำราม” อังกฤษ เต็งหนึ่งของการแข่งขัน ณ เวลานี้ จะพบกับ ยูเครน ในศึกยูโร 2020 รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สตาดิโอ โอลิมปิโก้ กรุงโรม ประเทศอิตาลี คืนวันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 02.00 น. (เช้ามืดวันที่ 4 กรกฎาคม) ถ่ายทอดสดทางเอ็นบีที เอชดี2

ทีมสิงโตคำรามนั้นล้มคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ในรอบที่ผ่านมาด้วยสกอร์ 2-0 ส่วนทางด้านของยูเครนนั้น ได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 120+1 เอาชนะ “ไวกิ้ง” สวีเดน ไปได้ 2-1 ทำสถิติเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรก

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
อังกฤษ
ชนะ เยอรมนี 2-0 (ยูโร 2020)
ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 1-0 (ยูโร 2020)
เสมอ สกอตแลนด์ 0-0 (ยูโร 2020)
ชนะ โครเอเชีย 1-0 (ยูโร 2020)
ชนะ โรมาเนีย (เหย้า) 1-0 (อุ่นเครื่อง)

ยูเครน
ชนะต่อเวลา สวีเดน 2-1 (ยูโร 2020)
แพ้ ออสเตรีย 0-1 (ยูโร 2020)
ชนะ นอร์ธ มาซิโดเนีย 2-1 (ยูโร 2020)
แพ้ เนเธอร์แลนด์ (ยูโร 2020)
ชนะ ไซปรัส (เหย้า) 4-0 (อุ่นเครื่อง)

สถิติการพบกัน
ทั้งสองทีมเคยเจอกันมาทั้งหมด 7 ครั้ง อังกฤษเอาชนะไปได้ 4 ครั้ง เสมอกัน 2 ครั้งและยูเครนเอาชนะได้หนเดียว ซึ่งล่าสุดที่เจอกันต้องย้อนไปฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก ที่กินกันไม่ลงเสมอไปทั้งสองเกม แต่ในฟุตบอลยูโรรอบสุดท้าย เจอกันเมื่อปี 2012 อังกฤษเอาชนะไปได้ 1-0 จากประตูชัยของเวยน์ รูนีย์

สภาพทีม
อันเดร เชฟเชนโก้ กุนซือของยูเครนน่าจะยึดระบบหลัง 3 ตัวเอาไว้หลังจากทำได้ดีในเกมกับสวีเดน ทำให้รุสลัน มาลินอฟสกี้ ปีกซ้ายจะต้องหลีกทางเป็นสำรองไปก่อนตามเดิม ในขณะที่แดนหน้าต้องลุ้น อันดรี ยาร์โมเลนโก้ ดาวยิงประจำทีมว่าจะสามารถลงสนามได้หรือไม่ โดยมีอาร์เต็ม ดอฟบิก พร้อมลงสนามแทน

ขณะที่อังกฤษเองเมื่อถึงรอบลึกแล้ว น่าจะยึดเอาความปลอดภัยเป็นหลัก แล้วใช้ระบบเซนเตอร์แบ๊ก 3 คนตามเดิม แต่ว่ารีซ เจมส์ จะได้ลงเล่นแทนคีแรน ทริปเปียร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ดีแคลน ไรซ์ ที่มีใบเหลืองติดตัวน่าจะได้พักก่อน โดยให้จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาคุมเกมแดนกลางแทน ส่วนแนวรุก เมสัน เมาท์ ที่พ้นกักตัวแล้ว ก็มีลุ้นได้ออกสตาร์ต แต่ต้องแย่งตำแหน่งกับบูกาโย่ ซาก้า ที่ฟอร์มดี

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ยูเครน : จอร์จี้ บุชชาน, อิลเลีย ซาบาร์นี่, เซอร์ฮี คริฟต์ซอฟ, ไมโคล่า มัตวีเยนโก้, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, มีโคล่า ชาปาเรนโก้, ทาราส สเตปาเนนโก้, เซอร์ฮี ซีดอร์ชุก, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, อันดรี ยาร์โมเลนโก้, โรมัน ยาเรมชุก

อังกฤษ : จอร์แดน พิกฟอร์ด, ไคล์ วอล์กเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, รีซ เจมส์, คาลวิน ฟิลลิปส์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลุก ชอว์, เมสัน เมาท์, แฮร์รี่ เคน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

สรุป
นาทีนี้คงต้องบอกว่าอังกฤษเป็นทีมที่เหนือกว่า และด้วยผลงานการเล่นที่ผ่านมา กลายเป็นทีมที่เสียประตูยากมากๆ ซึ่งถ้าหากไม่เสียประตูก็เท่ากับปิดประตูแพ้ไปก่อนได้เลย นอกจากนี้แฮร์รี่ เคน ก็สามารถทำประตูปลดล็อกได้แล้ว ฉะนั้นทำให้เขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น มีโอกาสยิงประตูต่อเนื่องได้

ในขณะที่ยูเครนเองลงเล่นมา 120 นาทีเต็มในรอบก่อน อาจจะสภาพร่างกายเป็นรอง แต่เรื่องใจคิดว่าเมื่อมาถึงรอบนี้คงไม่แพ้ใครเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำคือต้องป้องกันจังหวะบุกให้ได้ และพยายามอย่าเสียประตูก่อน ถ้าหากยื้อถึงช่วงต่อเวลา หรือดวลจุดโทษ เมื่อนั้นโอกาสจะ 50-50 แล้ว

อย่างไรก็ตามยังมองว่าตอนนี้โมเมนตัมของอังกฤษดีมากๆ ชนะคู่แข่งสำคัญมาได้ และแรงจูงใจที่จะกลับไปเล่นในเวมบลีย์อีกครั้ง ฉะนั้นยังมองว่าจะบดเอาชนะไปได้

สกอร์ที่คาด : อังกฤษ​ ชนะ ยูเครน 2-0

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon