คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : ถึงวันที่ต้องสู้ ของ “บ้านฟลินต์สโตน”

AFP

ที่เมืองฮิลส์โบโรห์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่โดดเด่น จนกลายเป็นจุดสนใจของบรรดาผู้มาเยือน

เพราะบ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่สร้างขึ้นตามการ์ตูนเรื่อง “มนุษย์หินฟลินต์สโตน”

การ์ตูนมนุษย์หินฟลินต์สโตน เป็นการตูนที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยยุค 1960 การ์ตูนว่าด้วยเรื่องของมนุษย์หิน ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

และบ้านฟลินต์สโตนหลังนี้ ก็ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1976 มีส่วนประกอบต่างๆเหมือนกับบ้านในการ์ตูนเรื่องนี้แทบทุกอย่าง จะมีแต่งเติมบ้างในส่วนของเครื่องใช้ที่ต้องทันสมัยเพื่อการอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ ก็ยังมีรูปปั้นตัวการ์ตูนในเรื่องอยู่มากมาย รวมไปถึง เห็ดและ “ไดโนเสาร์” ตัวสูง ที่เจ้าของใหม่อย่าง “ฟลอเรนซ์ ฟาง” เพิ่งจะสร้างขึ้นเมื่อปีก่อนหลังจากซื้อบ้านมา

และกำลังทำให้เกิดเรื่องเกิดราวกับเจ้าหน้าที่ผังเมือง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีการต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยเจ้าหน้าที่ผังเมืองระบุว่า ไดโนเสาร์และเห็ดที่สูงนั้นกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่สวยงาม และไม่ได้ตามมาตรฐานของชุมชน พร้อมกับสั่งให้รื้อถอนทิ้งเสีย

นางฟาง ในวัย 83 ปี ซื้อบ้านฟลินต์สโตนนี้มาเมื่อปีก่อน ในราคา 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 89 ล้านบาท) และได้สร้างเห็ดและไดโนเสาร์ตัวสูงขึ้นมากมายตามบริเวณบ้าน ซึ่งเห็ดและไดโนเสาร์เหล่านี้สามารถมองเห็นได้จากทางด่วนที่อยู่ใกล้เคียงกัน

นางฟาง บอกว่า เมื่อก่อนตอนผ่านบ้านหลังนี้ ก็รู้สึกประหลาดใจมากว่า ใครกันที่อยู่ในบ้านหลังนี้ “ตอนนี้ ฉันเองเป็นคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้”

บ้านหลังนี้ ถือได้ว่าเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนที่ได้พบเห็น จึงนิยมที่จะเข้าไปถ่ายรูปกันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ ที่เคยเป็นเด็กที่ชื่นชอบบ้านหลังนี้ หรือแม้แต่เด็กรุ่นใหม่ ก็ยังชอบบ้านหลังนี้

เพราะฉะนั้น เมื่อถูกสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างใหม่ อย่างไดโนเสาร์ จึงได้มีผู้คนร่วมกันลงนามขอให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเสีย

หลายคนที่บอกว่า เห็นบ้านนี้มาตั้งแต่เด็ก และชอบมาก จนมาถึงรุ่นลูก ที่ก็ชอบไดโนเสาร์ตัวโตของบ้านหลังนี้ และยังมีเสียงจากทั่วโลกที่ให้กำลังใจแก่นางฟาง ที่ได้ขอบคุณทุกกำลังใจ

“มันทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ต่อสู้เพื่อฟลินต์สโตนในตำนาน” นางฟางกล่าว และว่า “มันคือความทรงจำของชาวอเมริกันที่ทำให้ผู้คนยิ้ม และรู้สึกดีกับตัวเอง ขอให้เฟรด(ตัวเอกในฟลินต์สโตน) และดีโน (ไดโนเสาร์ของเฟรด) ได้มีชีวิตอยู่ และมาร่วมกันรักษารอยยิ้มเอาไว้”

“ยับบา ดับบา ดู้ววววว”

บทความก่อนหน้านี้‘สุรพล’ อึ้ง เจอแจกใบส้ม สัญญาจะให้ ยันไม่เกี่ยวทอดผ้าป่า ถวายปัจจัยพระไม่เข้าข่าย
บทความถัดไปพาณิชย์ปลื้มยอดงานแฟร์STYLE Bangkok สะพัด2,200 ล้านบาท