คอลัมน์ People In Focus : จอห์น โบลตัน คู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อของทรัมป์

คอลัมน์ People In Focus : จอห์น โบลตัน คู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อของทรัมป์

เวลานี้ คนที่ดูจะเป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคงหนีไม่พ้นจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงที่ทรัมป์เคยไล่ออกไปเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน

โบลตัน ข้าราชการประสบการณ์สูง วัย 71 ที่เคยทำงานกับประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันหลายต่อหลายคน ตอบแทนทรัมป์อย่างเจ็บแสบ ด้วยการออกหนังสือบันทึกความทรงจำในการทำงานกับทรัมป์ ระยะเวลา 17 เดือน มีเนื้อหาโจมตีทรัมป์หลายต่อหลายเรื่อง

ทรัมป์ดึงโบลตันมาร่วมงานในทำเนียบขาวในปี 2018 ขณะที่โบลตัน ทำงานเป็นนักวิเคราะห์ให้กับช่องฟ็อกซ์นิวส์

โบลตัน มีแนวคิดที่แตกต่างกับทรัมป์หลายต่อหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเห็นดีเห็นงามกับการส่งทหารบุกอิรัก โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ผิดอะไร และยังมีแนวคิดสนับสนุนให้โจมตีทางอากาศใส่อิหร่านและเกาหลีเหนือด้วยในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่ทรัมป์ เน้นไปที่นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” และมองว่าการส่งทหารสหรัฐประจำการในต่างประเทศเป็นเรื่องสิ้นเปลือง

อย่างไรก็ตามโบลตัน มีแนวคิดเรื่องการต่อต้านองค์กรระดับโลกเช่นสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รวมถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ

โดยครั้งหนึ่งโบลตัน เคยกล่าวโจมตีสำนักงานใหญ่ยูเอ็น ในนครนิวยอร์ก เอาไว้เมื่อปี ค.ศ. 1994 ว่า อาคาร 38 ชั้นดังกล่าวแม้จะหายไป 10 ชั้นก็ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรเลยแม้แต่น้อย

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ลังเลที่จะเลือกโบลตัน เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็นแต่อย่างใด

โบลตัน เอง ถูกมองในแง่ลบจากทั้งสื่อและนักวิชาการที่มองว่าเป็นคนที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมแบบเก่าเน้นไปที่ความยิ่งใหญ่ของสหรัฐในฐานะชาติมหาอำนาจของโลก

โบลตัน ลูกชายนักดับเพลิง เคยเล่าเอาไว้ในหนังสือที่วางขายเมื่อปี 2007 ระบุว่า ขณะที่ตนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเยล ตนรู้สึกโกรธเคืองนักศึกษาฐานะดีที่ออกมาประท้วงการทำสงครามเวียดนามเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับให้เหตุผลที่ไม่ไปร่วมรบในสงครามดังกล่าวด้วยว่า ตนไม่พร้อมที่จะสละชีพหากยังมีชาวอเมริกันสายเสรีนิยมที่ยอมแพ้ให้กับศัตรูของชาติอยู่ในประเทศ

อุดมการณ์สายเหยี่ยวของโบลตัน ส่งผลให้เกิดความแตกหักขึ้นเมื่อทรัมป์ ล้มเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน รวมถึงหันไปสานสัมพันธ์กับคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ นำไปสู่การถูกปลดออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา

โบลตัน แสดงให้เห็นความเชี่ยวชาญในการเล่นเกมการเมือง ในช่วงเวลาที่ทำเนียบขาวพยายามดำเนินการขัดขวางการวางจำหน่ายหนังสือของโบลตัน โดยอ้างว่าโบลตันมีข้อมูลลับของทางราชการ

โบลตัน ก็ปล่อยเนื้อหาบางส่วนที่เป็นข้อกล่าวหาทรัมป์ ออกมาตอบโต้ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาว่าทรัมป์ ขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ช่วยให้ตนได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 และข้อกล่าวหาอื่นๆอีกมากมาย

โดยหนังสือ “เดอะรูมแวร์อิตแฮพเพนด์: เอไวต์เฮาส์เม็มมัวร์” บันทึกความทรงจำทำเนียบขาวของโบลตัน วางขายแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สลด! ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักชนต้นไม้ริมทางคนขับเจ็บคนนั่งข้างดับ
บทความถัดไปฟ้าผ่าใน 2 รัฐของอินเดีย ทำคนตายกว่า 100 ศพ