โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ศึกดีเบต ‘ทรัมป์’ฟอร์มบู่ ‘แฮร์ริส’ฟอร์มแจ๋ว แต่ยังโน้มน้าวอเมริกันชนไม่ได้?
และแล้วการดีเบตโต้วาทีศึกเลือกตั้งสหรัฐที่หลายคนเฝ้าจับตาระหว่าง 2 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว อย่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน และ นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ก็จบไปแล้วอย่างดุเดือดสมการรอคอย หากใครได้ชมคงจะเห็นฝีไม้ลายมือของนักการเมืองมือเก๋าสองคนชิงไหวชิงพริบกันอย่างสนุกสนาน แต่ในการดีเบตเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา มีหนึ่งคนที่โดดเด่นออกมา ผู้สมัครที่ชาวอเมริกันและผู้ชมทางบ้านชูมือให้เป็นผู้ชนะคือใคร และผลงานการดีเบตที่ยอดเยี่ยมนี้จะเพียงพอทำให้เขาคว้าเก้าอี้ในห้องทำงานรูปไข่มาครองอีก 4 ปีข้างหน้าได้หรือไม่?
การดีเบตครั้งนี้ถือเป็นการดีเบตครั้งแรกระหว่างทรัมป์และแฮร์ริส ทำให้ชาวอเมริกันหรือผู้ชมทางบ้านจากทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับการโต้วาทีประชันวิสัยทัศน์ครั้งนี้มาก ถึงขั้นว่ามีผู้ชมผ่านทางโทรทัศน์ทางช่องเอบีซีมากถึง 67.1 ล้านคน มากกว่าการดีเบตครั้งก่อนหน้าระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่มีผู้ชม 51 ล้านคน หากใครได้ชมการดีเบตคงรู้สึกได้ว่าการดีเบตคู่ชิงประธานาธิบดีสหรัฐครั้งนี้สนุก เข้มข้นกว่าครั้งที่แล้วมาก เพราะการดีเบตรอบก่อน ทรัมป์เป็นฝ่ายโจมตีใส่ไบเดนตลอด 90 นาที ต่างจากครั้งนี้ที่ทรัมป์และแฮร์ริสชิงไหวพริบกันอย่างสนุกสูสีสมเป็นมวยคู่เฮฟวี่เวต ทั้งทรัมป์และแฮร์ริสต่างออกมาประกาศชัยชนะในการดีเบต แต่โพลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นชี้ว่าผู้ชมการดีเบตราว 6 ใน 10 คนมองว่าผู้ชนะการดีเบตครั้งนี้คือ คามาลา แฮร์ริส
ทรัมป์กลับเป็นฝ่ายที่ถูกไล่ต้อนในการดีเบตรอบนี้ แฮร์ริสโจมตีทรัมป์ในเรื่องคดีอาญาหลายกระทงพยายามทำให้ผู้ชมเห็นภาพว่าทรัมป์เป็นพวกสุดโต่ง เธอพูดถึงนโยบายที่จะช่วยเหลือชาวอเมริกันวัยทำงานที่เผชิญกับราคาที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพสูงด้วยความหวังที่จะสร้างเศรษฐกิจที่เป็นโอกาสให้กับอเมริกันชน แฮร์ริสพยายามบีบให้ทรัมป์พลาดและวางกับดักให้ทรัมป์ตกหลุมพรางซึ่งได้ผลตลอดการดีเบต ทำให้แฮร์ริสรอดจากการถูกทรัมป์โจมตีในหลายเรื่องที่เป็นจุดอ่อนของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้อพยพเข้าเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อในประเทศ สวนทางกับทรัมป์ที่ยังทำได้ไม่ดีในประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของเขาอย่างเรื่องสิทธิการทำแท้ง ที่เขาบอกว่าเป็นคนทำให้ศาลสูงสุดของสหรัฐยกเลิกสิทธิการทำแท้งตามรัฐธรรมนูญของประเทศ และอ้างว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่อยากให้เรื่องดังกล่าวกลับไปให้แต่ละรัฐพิจารณาเอง เปิดช่องให้แฮร์ริสโจมตีทรัมป์ว่านี่เป็นการดูถูกผู้หญิงชาวอเมริกัน
ทรัมป์กล่าวข้อมูลเท็จหลายครั้งตลอดการดีเบต อาทิ ผู้อพยพหลายล้านคนที่แห่เดินทางเข้าสหรัฐมาจากคุกและโรงพยาบาลจิตเวชในต่างประเทศ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ใช้ความรุนแรงยึดเมืองต่างๆ ในสหรัฐ บอกว่า นายทิม วอลซ์ คู่ชิงรองประธานาธิบดีของแฮร์ริสสนับสนุนการทำแท้งในเดือนที่ 9 ของการตั้งครรภ์ บอกว่าแฮร์ริสแท้จริงแล้วเกลียดอิสราเอล และที่หนักที่สุดคือทรัมป์พูดว่าผู้อพยพชาวเฮติในรัฐโอไฮโอจับสุนัขและแมวของชาวบ้านแถวนั้นมากิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่เรียกเสียงฮาให้กับแฮร์ริสและโลกออนไลน์ กว่าทรัมป์จะมาปล่อยหมัดเด็ดก็เป็นช่วงท้ายของการดีเบตที่ทรัมป์โจมตีแฮร์ริสว่าเธอมีนโยบายต่างๆ มากมายแต่ทำไมเธอไม่ทำทั้งๆ ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐมานานถึง 3 ปีครึ่ง
ผลงานการดีเบตของแฮร์ริสก็ยังคงห่างจากคำว่า “สมบูรณ์แบบ” เช่นกัน เพราะเธอเลี่ยงตอบคำถามว่าชาวอเมริกันมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่า 4 ปีที่แล้วหรือไม่ และไม่ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน 13 คนจากการที่สหรัฐถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน ทิ้งยุทธโธปกรณ์จำนวนมากไว้ให้กับกลุ่มทาลิบัน ทั้งเธอและทรัมป์ยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายและโครงการต่างๆ ที่จะทำหากได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป ถึงกระนั้นก็ตาม ชาวอเมริกันหลายคนยังคงมองว่าแฮร์ริสยังดูมี “ทรง” มากกว่าทรัมป์ นายมาร์ค ชอร์ต อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่คณะทำงานของไมค์ เพนซ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐในรัฐบาลทรัมป์ กล่าวว่า “ทรัมป์เสียโอกาส แทนที่เขาจะมุ่งเล่นงานประเด็นเศรษฐกิจและการควบคุมพรมแดนของรัฐบาลไบเดน-แฮร์ริส แต่เขากลับตกหลุมพรางแฮร์ริสและหันไปพูดเรื่องถูกปล้นการเลือกตั้งกับผู้อพยพจับสัตว์เลี้ยงชาวอเมริกันมากิน” ผลงานการดีเบตที่ดีของแฮร์ริสทำให้ชาวอเมริกันบางคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร เริ่มหันมามองแฮร์ริสมากขึ้น เช่น โจแอน ลอนดอน ชาวอเมริกันที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันมาโดยตลอดบอกว่าเธอจะหันไปเลือกแฮร์ริสในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งนี้ แม้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วยกับนโยบายสำคัญๆ ของแฮร์ริสก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ผลงานดีเบตของแฮร์ริสอาจยังไม่สามารถดึงดูดให้ชาวอเมริกันที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร ให้หันมาเทคะแนนให้เธอได้มากอย่างที่คิดไว้ เพราะแฮร์ริสไม่ได้เจาะลึกนโยบายที่เธอจะทำหากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไปและไม่ได้อธิบายว่าเธอจะช่วยยกระดับชีวิตชาวอเมริกันชนชั้นกลางอย่างไร ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สัมภาษณ์ชาวอเมริกัน 10 คนที่ยังลังเลระหว่าง 2 แคนดิเดต โดย 6 คนบอกว่าจะโหวตเลือกทรัมป์หรือเอนเอียงไปหาทรัมป์ ขณะที่เพียง 3 คนบอกว่าจะเลือกแฮร์ริส
และนี่อาจจะเป็นดีเบตเดียวของทั้งคู่ที่โลกจะได้เห็น หลังจากทรัมป์ออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่มีดีเบตรอบ 3 แน่นอน แต่การชนะดีเบตไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครคนนั้นจะชนะการเลือกตั้งเสมอไป ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปได้ว่าผลงานดีเบตนี้จะเพียงพอที่จะสร้างโมเมนตัมใหม่ให้กับแฮร์ริสหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าทรัมป์ยังคงได้เปรียบแฮร์ริสในเรื่องการนโยบายควบคุมชายแดนและเศรษฐกิจ เมื่อการเลือกตั้งกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ทั้งแฮร์ริสและทรัมป์ต้องงัดไม้เด็ดในมือออกมาใช้ หากหวังจะคว้าเก้าอี้ผู้นำสหรัฐมาครอง!

