โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ‘มาร์กอส VS ดูแตร์เต’ ศึกหักเหลี่ยม 2 ตระกูล ชิงอำนาจฟิลิปปินส์

17.03.25 | 15:17 น.
FILE PHOTO AP

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ‘มาร์กอส VS ดูแตร์เต’ ศึกหักเหลี่ยม 2 ตระกูล ชิงอำนาจฟิลิปปินส์

เป็นที่รู้กันว่าการเมืองของประเทศฟิลิปปินส์ถูกครองโดย 2 ตระกูลการเมืองยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ตระกูลมาร์กอส และ ตระกูลดูแตร์เต ทั้ง 2 ตระกูลหันมาจับมือกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เมื่อปี 2022 เพื่อส่งให้ นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ลูกชายของอดีตผู้นำเผด็จการฟิลิปปินส์ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ต่อจาก นายโรดริโก ดูแตร์เต โดยมี ซารา ดูแตร์เต ลูกสาวคนโตของโรดริโก นั่งเก้าอี้รองประธานาธิบดี

แต่ต่อมาความสัมพันธ์ของตระกูลมาร์กอสและดูแตร์เตเลวร้ายลงในเวลาไม่นาน จนล่าสุด อดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) และองค์การตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล คาสนามบินกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สะท้อนความสัมพันธ์ที่แตกหักระหว่าง 2 ตระกูลมหาอำนาจการเมืองของฟิลิปปินส์ที่ผันเปลี่ยนไปสู่สงครามในสนามการเมืองเต็มรูปแบบโดยมีรางวัลสูงสุดคือตำแหน่ง “ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์”

ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนที่โรดริโก ดูแตร์เต ยังดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ในเกาะมินดาเนา เขามีนโยบายปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของหน่วยล่าสังหารแห่งดาเวา (Davao Death Squad: DDS) ที่อยู่เบื้องหลังการสังหารหรืออุ้มหายผู้คนมากกว่า 1,000 คนในเมืองดาเวา ก่อนที่ต่อมาเขาจะนำนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่นองเลือดเข้ามาใช้ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระหว่างปี 2016 ถึง 2022 โรดริโกยืนกรานมาโดยตลอดว่า ให้ตำรวจสามารถสังหารผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดได้หากเป็นการป้องกันตัว

ตัวเลขของตำรวจบอกว่า ผู้ต้องสงสัยจำนวน 6,200 คนถูกสังหารจากการยิงต่อสู้ในการปราบปรามยาเสพติดของโรดริโก แต่อัยการของไอซีซีบอกว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจมากถึง 30,000 คน ทันทีที่ไอซีซีเริ่มสอบสวนเรื่องดังกล่าว โรดริโกได้นำฟิลิปปินส์ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกไอซีซีในปี 2019 แต่โรดริโกไม่สามารถลงเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้อีกครั้งในปี 2022 ในขณะนั้น ซารา ดูแตร์เต ลูกสาวของเขาที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาก็กำลังมีชื่อเสียงมากขึ้น เช่นเดียวกับเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ จากตระกูลมาร์กอสที่ก็เป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งเช่นกัน ทั้งสองตระกูลจึงผนึกกำลังกันโดยให้มาร์กอส จูเนียร์ ลงท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และซารา ดูแตร์เต เป็นรองประธานาธิบดี เพื่อที่การเลือกตั้งครั้งถัดไปในปี 2028 จะเป็นคิวของซาราที่จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ภายใต้การหนุนหลังจากตระกูลมาร์กอส

Advertisement

มาร์กอส จูเนียร์ และซารา ดูแตร์เต จับมือกันคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2022 อย่างถล่มทลาย ส่วนโรดริโกก็อุ่นใจขึ้นว่าการผนึกกำลังกันนี้จะช่วยคุ้มครองตัวเขาไม่ให้ถูกเช็คบิลย้อนหลัง หลังจากที่เขาลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีไปแล้ว เรียกได้ว่าวิน-วินทั้งสองฝ่าย แต่รอยร้าวระหว่างสองตระกูลก็เริ่มปรากฎให้เห็นไม่นานหลังรัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ เริ่มไปได้ไม่นาน เมื่อซาราขอตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมแต่ถูกปฏิเสธและถูกแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการแทน แถมประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ยังมีนโยบายแตกต่างกับตระกูลดูแตร์เตอย่างชัดเจน จากการนำฟิลิปปินส์หันไปกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา และมีความตึงเครียดกับจีนในประเด็นพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ รวมถึงหยุดการปราบปรามยาเสพติดอย่างบ้าระห่ำของดูแตร์เต

ด้วยเหตุนั้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลดูแตร์เตและมาร์กอสเลวร้ายลงอย่างหนัก จนแตะจุดต่ำสุดเมื่อปีที่แล้วหลัง ซารา ดูแตร์เต รองประธานาธิบดีได้บอกกับนักข่าวว่าเธอได้สั่งกับนักฆ่าให้ไปสังหารประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ หากเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ถือเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เพราะไม่เคยมีใครเห็นรองประธานาธิบดีขู่ฆ่าประธานาธิบดีตัวเองมาก่อน ทำให้สภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ยื่นถอดถอนซาราพ้นจากตำแหน่งซึ่งทางวุฒิสภาจะเป็นผู้ตัดสินภายในปีนี้ หากซารา ดูแตร์เต ถูกถอดถอนพ้นจากตำแหน่งก็จะทำให้เธอไม่สามารถรับตำแหน่งอาวุโสทางการเมืองได้อีก ดับฝันการเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ไปโดยปริยาย

เมื่อบวกกับสถานการณ์ล่าสุดที่โรดริโก ดูแตร์เต ถูกจับกุมและส่งตัวไปให้กับไอซีซีในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดของเขาทั้งในตอนที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาและประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ตระกูลดูแตร์เตโต้แย้งว่าเป็นการจับกุมที่ไม่ถูกต้องเพราะฟิลิปปินส์ไม่ได้เป็นสมาชิกไอซีซีแล้ว แต่อัยการของไอซีซีโต้แย้งว่าศาลมีสิทธิที่จะสอบสวนการในข้อหาดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ฟิลิปปินส์จะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก ด้านประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ กล่าวว่าทางการฟิลิปปินส์ไม่ได้ให้การช่วยเหลือศาลไอซีซีแต่อย่างใด และการจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับของอินเตอร์โพล แต่อินเตอร์โพลก็ได้หมายจับมาจากศาลไอซีซีอีกทอดหนึ่ง แม้ว่าก่อนหน้านี้ในขณะที่ยังรักกันหวานชื่น ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ จะเคยประกาศว่าเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของไอซีซีก็ตาม ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปหลังความสัมพันธ์กับตระกูลดูแตร์เตย่ำแย่ลง การจับกุมตัวดังกล่าวจะทำให้โรดริโก ดูแตร์เต เป็นอดีตประมุขแห่งรัฐของประเทศในทวีปเอเชียคนแรกที่ถูกนำตัวขึ้นศาลไอซีซี

ลิซานโดร เคลาดิโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐให้ความเห็นว่า แม้ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ จะไม่สามารถสั่งศาลไอซีซีได้ว่าต้องออกหมายจับใครและเมื่อใด แต่การจับกุมโรดริโกจะเป็นผลดีอย่างมากกับตระกูลมาร์กอส เพราะฟิลิปปินส์จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤษภาคมนี้

แม้โรดริโกจะถูกวิจารณ์จากการทำสงครามยาเสพติดที่นองเลือด แต่เขาก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวฟิลิปปินส์จำนวนไม่น้อยด้วยเสน่ห์ความเป็นคนตรงๆ พูดจาโผงผางของเขา การที่โรดริโกถูกส่งไปควบคุมตัวไกลถึงกรุงเฮกจึงเป็นการสกัดขาโรดริโกไม่ให้ช่วยวุฒิสมาชิกของเขาหาเสียงเลือกตั้ง และอาจเป็นการปิดโอกาสไม่ให้โรดริโกกลับมาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาอีกครั้ง บวกกับหากวุฒิสภาลงมติถอดถอนซารา ดูแตร์เต ก็จะยิ่งเป็นการกำจัดอำนาจทางการเมืองของตระกูลดูแตร์เต ทำให้อำนาจทางการเมืองของฟิลิปปินส์ตกไปอยู่ในมือของตระกูลมาร์กอสมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอาจเป็นการปลุกให้ผู้สนับสนุนตระกูลดูแตร์เตออกมาลงถนนประท้วงในช่วงก่อนหรือระหว่างการเลือกตั้งกลางเทอมได้เช่นกัน

นี่คือเรื่องราวการต่อสู้อันดุเดือดและเชือดเฉือนระหว่าง 2 ตระกูลการเมืองอันยิ่งใหญ่แห่งฟิลิปปินส์ ที่เข้าสำนวนไทยว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้” และยิ่งสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเสือตัวที่ยังเหลือรอดอยู่ในสังเวียนอาจเป็นตระกูลมาร์กอสก็เป็นได้