คอลัมน์แกะรอยต่างแดน : เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมคโดนัลด์ มีแต่เพนกวินกับแมวน้ำ
เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมคโดนัลด์ กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกขึ้นมา หลังจากที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ต่อหลายๆประเทศและดินแดน เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเกาะเฮิร์ดกับหมู่เกาะแมคโดนัลด์ ก็เป็นหนึ่งในดินแดนที่ถูกมาตรการดังกล่าว
ถ้าเป็นดินแดนอื่น ก็คงไม่มีใครสนใจอะไร แต่เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมคโดนัลด์นี้ ถูกพูดถึงขึ้นมา เพราะเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่แม้แต่คนเดียว มีแต่ “เพนกวิน” กับ “แมวน้ำ” เท่านั้น
แล้วใครจะเป็นมาจ่ายภาษีให้?
เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมคโดนัลด์ เป็นดินแดนของออสเตรเลีย ในทวีปแอนตาร์กติกา อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 4,000 กิโลเมตร สามารถนั่งเรือจากกรุงเพิร์ธ เมืองหลวงของออสเตรเลียไปที่เกาะได้ แต่ต้องใช้เวลานานถึง 7 วัน บนเกาะ ก็จะมีแค่เพนกวิน กับแมวน้ำอาศัยอยู่เท่านั้น
สำหรับเกาะเฮิร์ด เป็นเกาะที่รกร้าง ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง และเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟ “บิ๊กเบน” ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุด และแห่งเดียวของออสเตรเลีย ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยธารน้ำแข็ง
เชื่อกันว่า เกาะแห่งนี้ มีคนเดินทางไปครั้งสุดท้าย ก็เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน คือ กลุ่มวิทยุสมัครเล่น ที่เดินทางไปเกาะเฮิร์ด เมื่อปี 2559 เป็นการเดินทางไปโดยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลออสเตรเลียแล้ว
นอกเหนือไปจากเกาะเฮิร์ด กับหมู่เกาะแมคโดนัลด์ แล้ว ก็ยังมีหมู่เกาะโคโคส และเกาะคริสต์มาส ที่ถูกทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าเช่นกัน เช่นเดียวกับเกาะนอร์ฟอล์ก ดินแดนของออสเตรเลีย ที่มีประชากรอยู่แค่ราว 2,200 คน ก็ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทรัมป์เช่นกัน

