โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ‘อี แจมยอง’ ปธน.เกาหลีใต้คนใหม่ กับความท้าทายใหญ่ที่รออยู่
หลังความปั่นป่วนทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีและสุญญากาศทางการเมืองยาวนาน 6 เดือนในเกาหลีใต้ ท้ายที่สุดในวันที่ 3 มิถุนายน ชาวเกาหลีใต้ก็ได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ นายอี แจมยอง ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตย สายเสรีนิยม โดยเขาให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจและผสานรอยร้าวในประเทศที่มีความแตกแยกทางการเมืองอย่างหนักหลังจากที่ อดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จนเกาหลีใต้ดำดิ่งสู่วิกฤตทางการเมือง อย่างไรก็ตาม นายอีจะต้องนำพาเกาหลีใต้ฟันฝ่าความท้าทายต่างๆ อีกมากที่กำลังรอให้เขาแก้ไข ท่ามกลางการจับตามองของชาวเกาหลีใต้ว่าเขาจะทำสำเร็จอย่างที่คาดหวังหรือไม่
นายอี แจมยอง วัย 60 ปี มีประวัติชีวิตที่น่าสนใจอย่างมาก เขาเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ทำให้ในตอนเด็ก เขาต้องเป็นแรงงานเด็กในโรงงานหลายแห่งในเมืองซ็องนัม จังหวัดคยองกี ต่อมาเขาได้รับทุนการศึกษาในเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและได้ทำงานเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ชีวิตของเขาพลิกผันอีกครั้งเมื่อนายอีลงสนามการเมืองจนกลายเป็นนายกเทศมนตรีเมืองซ็องนัม และผู้ว่าการจังหวัดคยองกี ก่อนที่เขาจะเริ่มไต่เต้าขึ้นมากลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของยุน ซอกยอล ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2022 ซึ่งเขาพ่ายแพ้ให้กับยุนไปอย่างเฉียวฉิว และรอดชีวิตจากการถูกลอบสังหารด้วยการแทงเข้าที่คอระหว่างตอบคำถามสื่อที่เมืองปูซานเมื่อปี 2024 โดยผู้ก่อเหตุที่สารภาพว่าเขาไม่ต้องการให้อีเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอีถือเป็นตัวเต็งในโพลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักมาตลอดช่วงก่อนการเลือกตั้ง เขาและพรรคประชาธิปไตยได้บินล้อคลื่นกระแสความไม่พอใจต่อการที่อดีตประธานาธิบดียุนประกาศกฎอัยการศึกในกลางดึกวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งทำให้ยุนถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินถอดถอนเขาพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชน (พีพีพี) สายอนุรักษ์นิยมและ นายคิม มุนซู ผู้สมัครของพรรคทำผลงานได้ย่ำแย่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่งให้นายอีชนะการเลือกตั้งไปด้วยคะแนนเสียง 49.42% เหนือนายคิมที่ได้คะแนนโหวตไป 41.15%
อีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่ 21 ทันทีในวันที่ 4 มิถุนายน โดยไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 2 เดือนตามปกติแต่อย่างใด เขากล่าวสุนทรพจน์ประกาศชนะเลือกตั้งให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่กำลังชะลอตัว และจะไม่ยอมให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศถูกคุกคามอีก โดยประกาศว่าเขาจะเป็นประธานาธิบดีที่ยุติความแตกแยกทางการเมือง พร้อมกับจะจัดตั้งรัฐบาลที่มีความยืดหยุ่น การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายอี แจมยอง อาจไม่เผชิญกับปัญหาในการผ่านร่างกฎหมายในสภามากนัก เพราะพรรคประชาธิปไตยของเขาครองเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม อีต้องรับตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้ท่ามกลางโจทย์ใหญ่หลายด้านทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
นายอีจะต้องเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาในเกาหลีใต้ ผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลง การลงทุนของภาคธุรกิจน้อยลง ตลาดแรงงานหดตัว และสงครามการค้าที่เปิดฉากโดย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ธนาคารแห่งชาติเกาหลีใต้ได้ลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2025 เหลือเพียง 0.8% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ที่เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประธานาธิบดีอีกล่าวว่าเรื่องเศรษฐกิจจะเป็นประเด็นที่เขาให้ความสำคัญสูงสุด เขาจะจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยตรง และกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ ด้านพรรคประชาธิปไตยยังมีแผนที่จะมอบบัตรกำนัลให้กับชาวเกาหลีใต้เพื่อช่วยเหลือธุรกิจในประเทศ ผลักดันซอฟท์พาวเวอร์ของเกาหลีใต้ด้วยการยกระดับการสนับสนุนการผลิตคอนเทนต์

นายอียังมีเวลาไม่มากในการเจรจาการค้ากับสหรัฐเรื่องภาษีศุลกากรต่างตอบแทนที่สหรัฐเรียกเก็บจากเกาหลีใต้ในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอีกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องรีบปิดดีลกับสหรัฐในเรื่องภาษี แหล่งข่าวใกล้ชิดของพรรคประชาธิปไตยระบุว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ชุดใหม่อาจจะพยายามกล่อมให้สหรัฐขยายระยะเวลาการเจรจาการค้าออกไป เป็นการบ้านให้อีต้องรีบหาทางเจรจาการค้ากับสหรัฐให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดกลับมา ให้สมกับที่เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกาในทวีปเอเชีย
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่กำลังรอให้นายอีแก้ไขคือ ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ เขามีนโยบายที่จะคลายความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือด้วยการกลับมาเปิดสายด่วนทางทหารกับเกาหลีเหนือ แม้ว่าประธานาธิบดีอีจะยอมรับว่าคงเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการประชุมสุดยอดกับ นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในเร็วๆ นี้ เขาได้เสนอชื่อ นายอี จองซอก อดีตรัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรองคนใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของประธานาธิบดีอีในการฟื้นการติดต่อกับเกาหลีเหนือ แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจะจับตามองว่าอีจะตอบโต้อย่างไรหากเกาหลีเหนือมีการยั่วยุเกาหลีใต้ในอนาคต
ประธานาธิบดีอี แจมยอง มีแนวคิดที่จะกระชับความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐให้เข้มแข็งขึ้น รวมถึงเพิ่มความร่วมมือไตรภาคีกับญี่ปุ่น แต่ในขณะเดียวกันก็จะนำเกาหลีใต้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือและจีนให้ดีขึ้น แต่คาดว่าอีไม่อาจทำอะไรผลีผลามมากนักเพื่อไม่ให้กระทบความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจและการต่างประเทศแล้ว ประธานาธิบดีอีจะต้องเข้ามาฟื้นฟูเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ พรรคประชาธิปไตยของเขาจะแก้ไขสิทธิของประธานาธิบดีในการประกาศกฎอัยการศึกให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น และจะปฏิรูประบบกฎหมายของเกาหลีใต้เนื่องจากพรรคมองว่าอัยการเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองมากเกินไป ทั้งยังจะเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาศาลสูงสุดและปฏิรูปสำนักงานอัยการ อีหาเสียงว่าจะยุติการแบ่งขั้วทางการเมืองและให้มีการพูดคุยประนีประนอมกันมากขึ้น โดยเขาจะไม่พุ่งเป้าเล่นงานฝ่ายอนุรักษ์นิยม แต่เขาจะยังคงมุ่งสอบสวนการประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดียุน ซึ่งอาจเป็นการโยนไม้ขีดไฟลงกองฟางได้ เพราะฝ่ายอนุรักษ์นิยมยินยอมไม่ได้แน่นอน เนื่องจากอดีตประธานาธิบดียุนอาจเจอโทษสูงสุดคือประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
แม้ว่าชาวเกาหลีใต้หลายคนจะดีใจสุดขีดที่ได้นายอี แจมยอง เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของพวกเขา แต่หลายคนก็จับตามองเช่นกันว่าเกาหลีใต้ภายใต้การนำของนายอีจะเป็นอย่างไร และผู้นำคนใหม่จะนำพาเกาหลีใต้ฟันฝ่าความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศไปจนถึงฝั่งได้หรือไม่

