เปิดมุมมอง-โอกาสไทยในเวที อุตสาหกรรมวัฒนธรรม APEC ครั้งแรก

9.09.25 | 06:30 น.

เปิดมุมมอง-โอกาสไทยในเวที อุตสาหกรรมวัฒนธรรม APEC ครั้งแรก

ในโลกที่มีแต่ความผันผวนในปัจจุบัน ทุกประเทศต่างมองหาเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นเม็ดเงิน ความร่วมมือ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนของนานาประเทศ อุตสาหกรรมวัฒนธรรมจึงเป็นหนึ่งในหัวข้อที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญ การประชุมเอเปค 2025 ในปีนี้ที่สาธารณรัฐเกาหลีเป็นเจ้าภาพการประชุม เป็นครั้งแรกที่มีการจัด ประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรม (HLD-CCI) ที่เมืองคยองจู จังหวัดคยองซังเหนือ ระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โอกาสของความร่วมมือ และการทำให้วัฒนธรรมเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ผู้แทนระดับสูงจาก 20 เขตเศรษฐกิจเอเปคต่างตบเท้าเข้าร่วมการประชุมร่วมกัน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความสำคัญของอุตสาหกรรมวัฒนธรรม โดยในการประชุมนี้ “มติชน” มีโอกาสเข้าร่วมทำข่าวและสัมภาษณ์ นางรักชนก โคจรานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนไทยที่เข้าร่วมการประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการประชุมดังกล่าว โอกาสในการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ และสิ่งที่ไทยได้นำเสนอให้นานาชาติได้เห็นถึงความคืบหน้าและจุดแข็งของไทยในเรื่องอุตสาหกรรมวัฒนธรรม

รักชนก โคจรานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

รองปลัดรักชนกกล่าวถึงความรู้สึกที่การประชุมระดับสูง HLD-CCI ของ APEC ที่จัดขึ้น ว่าเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเปคได้มาร่วมกันประชุมด้านวัฒนธรรมในกรอบเอเปคโดยเฉพาะเป็นปีแรก เหมือนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าความสำคัญทางด้านวัฒนธรรมนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม สามารถนำวัฒนธรรมให้มีผลต่อด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ หรือว่าด้านอื่นๆ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี การที่ทุกคนที่ทำงานด้านวัฒนธรรมโดยเฉพาะจากแต่ละประเทศได้มารวมตัวกันที่การประชุมนี้ บางประเทศเดินหน้าทำงานในเรื่องนี้ไปเยอะมากแล้ว บางประเทศก็อาจจะอยู่ในระหว่างทาง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีการช่วยเหลือกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายหรือแนวทางในการปฏิบัติ

การจัดประชุมวัฒนธรรมที่มีเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพก็ถือว่าเหมาะอยู่ไม่น้อย เพราะเกาหลีใต้มีจุดแข็งในเรื่องนี้ ทั้งจากการโปรโมท K-POP หรือซีรีย์เกาหลีที่โด่งดังไปทั่วโลก รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมให้ความเห็นว่า หลายคนคงสนใจเรื่องซีรีย์เกาหลีหรือวงการเพลงเกาหลีที่มาแรงมากว่า เกาหลีใต้ผลักดันวงการนี้ให้สำเร็จได้อย่างไร ซึ่งเกาหลีใต้ก็สามารถถ่ายทอดความรู้ในเรื่องนี้ให้กับคนอื่นผ่านการเป็นเจ้าภาพการประชุมนี้เช่นกัน แต่ในด้านวัฒนธรรมก็มีหลากหลายสาขามาก อุตสาหกรรมวัฒนธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวพันกับกระทรวงอื่นๆ ด้วย การสืบสาน อนุรักษ์วัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาไปสู่สากลสุดท้ายก็จะวนกลับมาสู่เรื่องเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับชุมชนเช่นกัน

Advertisement

ในเมื่อการประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเอเปคเป็นโอกาสที่แต่ละประเทศได้แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ก็เป็นโอกาสที่ไทยจะได้แบ่งปันแนวคิดต่างๆ ให้เขตเศรษฐกิจเอเปคได้เห็นเช่นกัน รองปลัดรักชนกเล่าว่า การประชุมนี้แบ่งเป็น 3 หัวข้อ โดยในหัวข้อความเชื่อมโยง ไทยได้แสดงวิสัยทัศน์ว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมไทยได้กำหนดนโยบาย 3 ปีให้วัฒนธรรมเป็นทั้งเครื่องยนต์และโล่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกับการเสริมสร้างความมั่นคงและภูมิคุ้มกันให้กับสังคม ไทยมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ ศิลปิน เยาวชน และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องให้นำมรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยโครงการที่ไทยริเริ่มไปแล้วคือ โครงการเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรองเข้าด้วยกันผ่านอัตลักษณ์เช่น เส้นทางอาหาร เส้นทางผ้า หรือเส้นทางมวยไทย

ส่วนในหัวข้อนวัตกรรม ไทยเล็งเห็นโอกาสที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จะมีบทบาทต่ออุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ รองปลัดรักชนกให้ความเห็นว่าเอไอถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทยและอาจจะอยู่ในช่วงเริ่มต้น เรื่องนี้ก็ต้องใช้เวลาและการพัฒนาต่อไป แต่อะไรก็ตามที่มันใหม่ แน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องของกฎหมาย จริยธรรมในการใช้งานที่เราจะต้องคิดควบคู่กันไปเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา จุดแข็งของไทยคือความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อยอด เช่น โครงการ Sithep Adventure ซึ่งเป็นเกมแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่พัฒนาโดยกรมศิลปากร เพื่อนำเสนอเรื่องราวของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกไปเมื่อปี 2023 เป็นตัวอย่างที่กระทรวงวัฒนธรรมของไทยได้นำมรดกทางวัฒนธรรมมาผสมผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนมีความสนใจกับมรดกของไทยมากขึ้น ทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่ยังเป็นเรื่องสนุกด้วย

ส่วนในหัวข้อสุดท้ายอย่างเรื่อง ความเจริญร่วมกัน รองปลัดรักชนกกล่าวในที่ประชุมว่าไทยเชื่อมั่นว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมคือเอกลักษณ์ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมของไทยจะจัดงาน Thailand Biennale ครั้งที่ 4 ระหว่างเดือนพฤศจิกายนปีนี้ไปจนถึงเดือนเมษายนปีหน้าที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความร่วมมือและความกลมเกลียวของผู้คนทั่วโลก โดยจะเชิญศิลปินจากประเทศต่างๆ มารังสรรค์ผลงานในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางศิลปะระดับสากล แต่ยังเป็นเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ระหว่างศิลปินต่างๆ ชุมชน และผู้คน เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

สำหรับคำถามว่าไทยจะร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปคอื่นๆ อย่างไรเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมซอฟท์พาวเวอร์ของไทยที่เราเองก็เป็นผู้เล่นใหญ่ในด้านนี้เช่นกัน รองปลัดรักชนกตอบว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการร่วมประชุมด้านวัฒนธรรมกันก็เหมือนเป็นสัญญาใจว่าเราจะร่วมมือกัน แต่ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บทเรียนหรือแนวทางต่างๆ เช่นกับสหรัฐอเมริกาที่ไทยก็มีความร่วมมือเรื่องการอนุรักษ์วัดไชยวัฒนาราม ที่สหรัฐมาช่วยเหลือในแง่ของการให้องค์ความรู้

อย่างไรก็ตาม รองปลัดรักชนกมองว่า แม้การประชุม HLD-CCI จะไม่ได้มีการลงรายละเอียดมากขนาดนั้น เพราะพูดในหลักการเป็นหลัก แต่ก็เป็นโอกาสที่ทุกคนได้เห็นความถนัดหรือจุดแข็งของแต่ละเขตเศรษฐกิจ ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าหากเราต้องการผลักดันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราควรไปร่วมมือกับใคร ซึ่งจะช่วยให้ความร่วมมือต่างๆ ในอนาคตทำได้ง่ายขึ้น

ไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างมาก เป็นต้นทุนทางสังคมที่ดีที่จะอยู่กับประเทศเราต่อไป กระทรวงวัฒนธรรมกำลังให้ความสำคัญไปที่การทำให้วัฒนธรรมมีบทบาทเด่นชัดในสังคมมากขึ้น ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจที่จะเป็นศิลปิน สนใจผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมมากขึ้น เช่นในเรื่องผ้าไทยที่ทุกภาคมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่หากนำมาส่งเสริมให้มีความร่วมสมัยก็จะน่าดึงดูดมากขึ้น อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจคือกรมการศาสนากำลังส่งเสริมเรื่อง เส้นทางท่องเที่ยวสายมู ที่เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

สุดท้าย รองปลัดรักชนกให้แง่คิดว่าวัฒนธรรมเป็นเรื่องของทุกคน การให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางวัฒนธรรมในเอเปคคือการลงทุนในอนาคต ที่จะนำมาสู่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรือง ควบคู่ไปกับความสงบสุขทางสังคมอย่างแท้จริง วัฒนธรรมไม่ใช่แค่รากฐานของสังคม แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี นวัตกรรมมีความก้าวหน้าเช่นนี้