กฐินพระราชทาน ณ พุทธคยา ทำนุบำรุงต้นธารพระพุทธศาสนา

ศาสนา เป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในชีวิตคน เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน ทั้งยังเป็นสายใยเชื่อมโยงระหว่างประชาชนที่แม้จะอยู่คนละประเทศได้เช่นกัน ในทุกปี กระทรวงการต่างประเทศมีโครงการอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายที่วัดพุทธในต่างประเทศ เพื่อใช้รากฐานร่วมกันทางวัฒนธรรมของไทยกับมิตรประเทศช่วยกระชับความสัมพันธ์พร้อมกับเผยแพร่เกียรติคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนา โดยในปีนี้มีกำหนดไปถึง 8 ประเทศ และหนึ่งในนั้นคือการอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดออลอินเดียภิกขุสังฆะ จังหวัดคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ในเมืองที่เป็นที่ตั้งของหนึ่งในสังเวชนียสถาน ที่ชาวพุทธควรไปสักการะสักครั้งในชีวิต

โครงการอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ จังหวัดคยาในปีนี้มีคณะเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก คณะของกระทรวงการต่างประเทศ นำโดย นางสาวศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เป็นประธานในการอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี นำโดย นางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี พร้อมด้วยคณะจากกงสุลใหญ่ของไทยจากกัลกัตตา มุมไบ และเจนไน นอกจากนั้นยังมีคณะหน่วยงานทีมประเทศไทย ได้แก่ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือและทหารอากาศประจำกรุงนิวเดลี สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงนิวเดลี และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คณะอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานได้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาปลูกดอกไม้และปรับภูมิทัศน์ที่บริเวณด้านหน้าวัดพระศรีมหาโพธิ์ และทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลองผ้าพระกฐินที่บริเวณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนชาวอินเดียจำนวนมากที่หลั่งไหลกันมาเข้าสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์อย่างเนื่องแน่น ถึงแม้ว่าชาวอินเดียส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาฮินดู แต่ประเทศอินเดียมีความสำคัญอย่างมากต่อพุทธศาสนาจากการเป็นดินแดนต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา ปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 15 ที่คณะของกระทรวงการต่างประเทศอันเชิญผ้ากฐินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาทอดถวายในประเทศอินเดีย ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างไทยและอินเดียโดยมีพระพุทธศาสนาเป็นหนึ่งในรากฐานการส่งเสริมความใกล้ชิดโดยเฉพาะในระดับประชาชนสู่ประชาชน

กิจกรรมอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 11 ตุลาคม เคลื่อนขบวนจากวัดไทยพุทธคยา วัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดียไปยังวัดออลอินเดียภิกขุสังฆะ ประชาชนในพื้นที่ชมการแห่ผ้าพระกฐินตลอดสองฝั่งถนน เด็กๆ ชาวอินเดียโปรยดอกไม้ต้อนรับขบวนแห่ การเชิญผ้ากฐินพระราชทานครั้งนี้ สามารถรวบรวมเงินบริจาคซึ่งประกอบไปด้วยเงินบำรุงพระอารามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลจากกระทรวงการต่างประเทศและผู้มีจิตศรัทธาชาวไทยและชาวอินเดีย รวมทั้งสิ้น 560,911 บาท และ 49,510 รูปี หรือประมาณ 18,200 บาท

เสร็จจากนั้น ประธานและคณะได้ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 15 รูป สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา พระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล และวัดไทยพุทธคยา มอบพระพุทธชยันตีศรีสยามจำนวน 74 องค์แก่พุทธศาสนิกชนในเมืองคยา คณะที่เข้าร่วมพิธียังได้แจกจ่ายถุงยังชีพให้แก่ผู้ยากไร้ในเมืองคยา ท่ามกลางรอยยิ้มของชาวอินเดียในพื้นที่และผู้เข้าร่วมชาวไทย ด้านคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้นำโครงการออกหน่วยทันตกรรมพระราชทานมาเปิดที่วัดไทยพุทธคยาระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคม เพื่อให้บริการตรวจรักษาฟันให้แก่พระสงฆ์ แม่ชี และสามเณรคนไทยกว่า 200 คน

นางสาวศศิริทธิ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของการจัดพิธีอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมายังประเทศอินเดียมีขึ้นเพื่อสืบสานและเผยแพร่พุทธศาสนาโดยเฉพาะในอินเดียที่ถือเป็นดินแดนต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาด้วยกัน เป็นการดำเนินการทูตเชิงธรรมะ ที่ผ่านมาไทยกับอินเดียมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งอยู่แล้วเช่นในเรื่องวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ยิ่งในปีนี้ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในห้วงการประชุมบิมสเทค ซึ่งไทยและอินเดียได้ยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุมความร่วมมือหลายมิติไม่ว่าจะเป็นการเมือง ความมั่นคง การค้า และการลงทุน

สำหรับการจัดงานอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมายังอินเดียในปีนี้ที่มีหลากหลายคณะและหน่วยงานเข้าร่วมด้วยนั้นสะท้อนการทำงานของทีมไทยแลนด์อย่างไร นางสาวศศิริทธิ์กล่าวว่าเราทำงานเป็นทีมเดียวกันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไทยทั้งในและต่างประเทศ ต่างร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือและผลประโยชน์ของไทยในหลากหลายด้าน การจัดงานอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมายังอินเดียครั้งนี้มีผลตอบรับที่น่าปลื้มใจเพราะมีชาวอินเดียเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น สายตาของผู้คนต่างฉายแววแห่งความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นตัวสะท้อนว่าทุกคนให้การตอบรับพิธีนี้อย่างดี

ด้าน Dr. Mahashweta Maharathi เลขาธิการ Bodhgaya Temple Management Committee (BTMC) ผู้บริหารระดับสูงของรัฐพิหาร แสดงความรู้สึกซาบซึ้งใจที่ไทยจัดพิธีกฐินพระราชทานที่เมืองคยา เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการธำรงพระพุทธศาสนาในเมืองคยาแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ด้าน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า การอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายในต่างประเทศเป็นโครงการที่ทางกระทรวงการต่างประเทศดำเนินมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 โดยในตอนแรกมีการจัดพิธีกฐินพระราชทานแค่ในประเทศเพื่อนบ้านติดกับไทย จนตอนนี้ขยายเป็น 8 ประเทศในปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับดีมากจากทางการและประชาชนของประเทศนั้นๆ อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่เราเล็งเห็นความสำคัญ การอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมาทอดถวายที่เมืองคยาในปีนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับอินเดียโดยใช้สื่อทางวัฒนธรรมและศาสนาเป็นเครื่องมือ ส่วนในปีต่อๆ ไปก็มีโอกาสขยายการอันเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปยังประเทศอื่นๆ ในอนาคต

การอันเชิญผ้ากฐินพระราชทานไปทอดถวายในต่างประเทศไม่เพียงแต่ผลดีต่อการสืบสานและทำนุบำรุพระพุทธศาสนาในต่างแดน สร้างสัมพันธ์และความรู้สึกอันดีกับประชาชนในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้น แต่ยังสะท้อนถึงการทำงานของไทยที่ใช้การทูตวัฒนธรรมขับเคลื่อนการกระชับความสัมพันธ์กับนานาประเทศได้อย่างงดงามอีกด้วย

