โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ ออนไลน์สแกม ปัญหาที่โลกต้องร่วมแก้ไข

27.10.25 | 16:40 น.

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ปรากฏการณ์ ออนไลน์สแกม ปัญหาที่โลกต้องร่วมแก้ไข

ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของโลกในเวลานี้ เพราะนอกจากจะมีมูลค่าความเสียหายเป็นเงินจำนวนมากแล้ว ยังนำไปสู่การค้ามนุษย์และฟอกเงิน จากพฤติการณ์ล่อลวงชาวต่างชาติจากหลายประเทศของโลกเพื่อถูกบังคับให้มาทำงานหลอกลวงผู้อื่นในวิธีแตกต่างกันออกไป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นที่จับตาจากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา จากการเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ที่มีหัวหน้าใหญ่เป็นชาวจีน ปัญหาออนไลน์สแกมที่กำลังลุกลามไปทั่วภูมิภาคอาเซียน สะท้อนถึงผลกระทบของปัญหานี้ที่กำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประเทศจีนปราบปรามการพนันผิดกฎหมายในประเทศอย่างเข้มงวดในช่วงปลายทศวรรษที่ 2010 ทำให้หัวหน้ากลุ่มอาชญากรรมชาวจีนย้ายฐานปฏิบัติการของตัวเองมายังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัญหาออนไลน์สแกมได้รับการพูดถึงในประเทศไทยเป็นเวลาระยะหนึ่งแล้ว จากการที่คนไทยถูกหลอกเงินเป็นจำนวนมาก แถมหลายคนทั้งถูกล่อลวงและสมัครใจไปทำงานกับกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหานี้เคยได้รับการพูดถึงในระดับนานาชาติมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อจีนเข้ามาปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเมียนมาเมื่อช่วงต้นปี 2568 จากกรณีที่มี หวังซิง หรือซิงซิง นักแสดงชาวจีนถูกหลอกให้เดินทางมาไทยและถูกพาตัวข้ามฝั่งไปยังเมียวดีของเมียนมา โดยกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์จีนที่ตั้งฐานอยู่ในเมียนมา

ล่าสุด ปัญหาสแกมเมอร์ที่ถูกตีแผ่อย่างมากในเวลานี้ เกิดขึ้นหลังมีผู้พบศพนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ อายุ 22 ปี ในรถยนต์ที่จอดอยู่ใกล้ภูเขาโบกอร์ จังหวัดกำปอด ประเทศกัมพูชา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังเดินทางมายังกัมพูชาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม โดยบอกพ่อแม่ว่าจะมาร่วมงานนิทรรศการก่อนจะขาดการติดต่อไป สภาพศพมีร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักโดยกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์จนทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เข้ามาให้ความสำคัญกับการปราบปรามออนไลน์สแกมในกัมพูชาด้วยการออกมาตรการเร่งด่วนต่างๆ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา และปกป้องพลเมืองของตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ มีการเปิดโปงพฤติการณ์ของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาจากการที่ผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้เล่าว่า ถูกทรมานและบังคับให้หลอกลวงผู้อื่นต่ออย่างเป็นระบบในฐานปฏิบัติการหลายแห่งในกัมพูชา

ในขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้เข้ามาร่วมปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา จากการประกาศคว่ำบาตร ริบทรัพย์สินนายเฉิน จื้อ ประธานของบริษัทปริ้นซ์ กรุ๊ป เป็นมูลค่ากว่า 4.8 แสนล้านบาท จากการดำเนินการศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่านานาชาติเล็งเห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่ปัญหาแค่ระดับภูมิภาคแต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไข นายจอง บุมโม ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติพูกยอง ให้ความเห็นว่า การติดตามเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ทำได้ยากมาก เพราะมักใช้ IP address จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย “เขตเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักตั้งอยู่ใกล้ชายแดน ดังนั้นกลุ่มสแกมเมอร์เหล่านี้มักจะเปิดฐานปฏิบัติการอยู่ตามเมืองชายแดน” จองกล่าว และว่า ชาวจีนเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในเขตเศรษฐกิจตามชายแดนเหล่านี้ ทำให้ประเทศอย่างกัมพูชา ลาว หรือเมียนมาใช้อำนาจอธิปไตยเพื่อปราบปรามเรื่องนี้ได้ยากขึ้นเพราะมีการพึ่งพาทางเศรษฐกิจจีนอยู่มาก

Advertisement

เดิมทีเมืองเมียวดีในประเทศเมียนมาเคยขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ชาวจีน แต่ล่าสุด เมืองสีหนุวิลล์ของกัมพูชาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองตากอากาศกลับกลายเป็นแหล่งของแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนขนาดใหญ่ ที่มีการกระทำที่เป็นการค้ามนุษย์และละเมิดสิทธิมนุษยชน จำนวนของกลุ่มอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสื่อในกัมพูชารายงานว่ากลุ่มสแกมเมอร์ออนไลน์กำลังย้ายฐานปฏิบัติการออกจากสีหนุวิลล์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ทำให้การปราบปรามปัญหาเหล่านี้และการช่วยเหลือเหยื่อออกมาจากกลุ่มสแกมเมอร์ทำได้ยากขึ้น

นายอี แจฮยอน ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพื่อการศึกษานโยบายอาซาน ในกรุงโซล กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการตอบสนองร่วมระหว่างกัมพูชา ประเทศสมาชิกอาเซียน และพันธมิตรอื่นๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และเกาหลีใต้ควรร่วมมือกับประเทศเหล่านี้เพื่อแก้ไขปัญหาออนไลน์สแกมที่มีกลุ่มอาชญากรอยู่เบื้องหลัง นอกจากนั้น ควรมียุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม นายอีมองว่า การจัดตั้งแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพอาจทำได้ยากหากไม่มีจีนเข้าร่วมด้วย เพราะหัวหน้ากลุ่มสแกมเมอร์ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน แถมเหยื่อที่ถูกหลอกมาทำงานจำนวนมากยังเป็นชาวจีนด้วย สื่อเกาหลีใต้อย่างโคเรียไทม์สจึงตั้งคำถามว่า จีนจะร่วมมือกับเกาหลีใต้และประเทศอื่นๆ ในอินโด-แปซิฟิก ในการเอาผิดกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ที่ส่วนใหญ่มีชาวจีนเป็นหัวหน้าหรือไม่ เพราะตอนนี้ทางการจีนยังคงสงวนท่าทีต่อปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากชาวจีนเพียงคนเดียวเสมอไป ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้แต่ไทยเองก็รับผลประโยชน์จากกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์เช่นกัน ขณะที่ในไทยเองก็มีการทลายกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ให้เห็นอยู่เป็นระยะ ทำให้เห็นว่าไทยก็ถูกใช้เป็นแหล่งปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์เช่นกัน เป็นปัญหาที่เริ่มฝังรากลึก และการแก้ไขปัญหานี้ไม่ง่ายอย่างที่คนไทยหรือรัฐบาลของต่างประเทศคาดหวัง

ข่าวดีคือนานาชาติกำลังให้ความสำคัญกับปัญหาออนไลน์สแกมมากขึ้นและกำลังพูดถึงความร่วมมือในการแก้ปัญหา ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) สมัยที่ 151 ได้ลงมติสนับสนุนญัตติของไทยที่ให้การปราบปรามสแกมเมอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นวาระเร่งด่วนด้วยคะแนนที่ถือว่าสูงกว่าที่คาดการณ์ ส่วนไทยเองก็เคยนำเสนอเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในเรื่องออนไลน์สแกม ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินไปเมื่อการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (AMM) ครั้งที่ 58 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีทั้งในอาเซียนและประเทศคู่เจรจา และการประชุมผู้นำกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) ครั้งที่ 15 ซึ่งมีสมาชิกคือชาติอาเซียนและอีก 8 ชาติ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ รัสเซีย และสหรัฐ จะมีประกาศความร่วมมือในการต่อต้านออนไลน์สแกมในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศมาเลเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เช่นกัน

ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นปัญหาระดับโลกที่จำเป็นต้องมีการระดมสรรพกำลังในระดับโลกเพื่อแก้ไขให้หมดไป เพราะความพยายามในระดับประเทศหรือภูมิภาคเพียงลำพังอาจไม่เพียงพอที่จะถอนรากถอนโคนเครือข่ายออนไลน์สแกมเมอร์ ที่มีความพัวพันกับทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและอาจร่วมถึงนักการเมืองของหลายประเทศเข้าไปเกี่ยวข้อง นี่เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์จำนวนมากเกิดขึ้นอีกในอนาคต