สัมผัสเสน่ห์ ‘คยองจู’ นครประวัติศาสตร์แห่งเกาหลี ที่พลาดไม่ได้

29.10.25 | 06:40 น.
วัดพุลกุกซา

สัมผัสเสน่ห์ ‘คยองจู’ นครประวัติศาสตร์แห่งเกาหลี ที่พลาดไม่ได้

หากให้พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ หลายคนอาจนึกถึงเมืองใหญ่ๆ อย่าง กรุงโซล เมืองปูซาน หรือเกาะเชจู แต่อีกเมืองที่เชื่อว่าหลายคนอาจคุ้นตาแต่อาจไม่เคยรู้จักดีก็คือ เมืองคยองจู ในจังหวัดคยองซังเหนือ ที่ในปีนี้เป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะมาทำความรู้จักกับคยองจู เมืองมรดกโลกที่เปรียบเสมือน “พิพิธภัณฑ์ที่ไร้กำแพง” ที่ผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับความทันสมัยของเกาหลีใต้ได้อย่างกลมกล่อม

คยองจูเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลาโบราณก่อนคริสตกาลถึง 57 ปี จนถึงปีค.ศ. 935 รวมเป็นระยะเวลากว่า 992 ปี ก่อนการถือกำเนิดของอาณาจักรโชซอนและย้ายเมืองหลวงมาเป็นกรุงโซลในปัจจุบัน คยองจูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในปี 2000 จากการที่คยองจูมีโบราณสถาน โบราณวัตถุจำนวนมาก และยังสามารถอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม

เจดีย์ทาโบทับและเจดีย์ช็อกกาทับ

การเดินทางมาท่องเที่ยวคยองจูสามารถทำได้หลายเส้นทาง ทั้งจากการนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินอินชอนแล้วเข้ามากรุงโซลเพื่อต่อรถไฟความเร็วสูง โดยคยองจูจะอยู่ 1 สถานีก่อนถึงปลายทางที่ปูซาน ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือหากเดินทางจากปูซานมายังคยองจูก็ง่ายเช่นกัน

คำนิยามเมืองคยองจูว่าเป็นเหมือน “พิพิธภัณฑ์ที่ไร้กำแพง” สะท้อนถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งแรกที่หลายคนอาจนึกถึงคือ วัดพุลกุกซา ซึ่งหมายถึงวัดแห่งพระพุทธเจ้า ก่อสร้างครั้งแรกในปีค.ศ. 528 ก่อนที่ต่อมาจะมีการบูรณะและต่อเติมครั้งใหญ่ในค.ศ. 751 มีสถาปัตยกรรมแบบชิลลา เป็นหนึ่งในวัดหลักของนิกายโชกเยและเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธเกาหลี ภายในตัววัดมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจคือ เจดีย์ทาโบทับ และ เจดีย์ช็อกกาทับ ตั้งอยู่ในลานหน้าหอสวดมนต์หลักของวัด ภายในตัววัดยังมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและจะมีทิวทัศน์สวยงามโดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

Advertisement
หอดูดาวชอมซองแด

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในคยองจูคือ หอดูดาวชอมซองแด ก่อสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระราชินีซอนต็อก เป็นหอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปเอเชีย หอดูดาวมีฐานเป็นรูปทรง 4 เหลี่ยมแต่ตัวของหอดูดาวเป็นรูปทรงกระบอกที่มีความโค้งมนความสูงประมาณ 9 เมตร ประกอบขึ้นด้วยหิน 365 ก้อนตามจำนวนวันของ 1 ปี หินทั้งหมดถูกเรียงกัน 27 ชั้น สื่อถึงสมเด็จพระราชินีซอนต็อกที่เป็นผู้ปกครองอาณาจักรชิลลาพระองค์ที่ 27 สร้างขึ้นเพื่อใช้ดูดาวและพยากรณ์อากาศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำเกษตรหรือการดูฤกษ์ทางการเมือง ถือเป็นตัวแทนของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของอาณาจักรชิลลา เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในคยองจู เพราะปรากฎในซีรีย์เกาหลีหลายเรื่อง

พระราชวังทงกุงและสระวอลจี

หากเยี่ยมชมหอดูดาวชอมซองแดเสร็จแล้ว สามารถเดินข้ามถนนต่อมาอีกก็จะพบอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในคยองจู คือ พระราชวังทงกุง และ สระวอลจี ก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังของมกุฎราชกุมารแห่งอาณาจักรชิลลา และเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองต้อนรับแขกคนสำคัญของพระมหากษัตริย์ หรือเป็นสถานที่หารือของเจ้าหน้าที่ในสมัยโบราณ เกาหลีใต้ทำการขุดค้นพระราชวังทงกุงในช่วงทศวรรษที่ 1970-1980 พบสิ่งปลูกสร้างอีก 26 แห่งและโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูปสัมฤทธิ์เคลือบทอง กระเบื้อง และถ้วยชาม โดยมีเครื่องปั้นดินเผาชิ้นหนึ่งสลักคำว่า วอลจี แปลว่าสระน้ำที่สะท้อนดวงจันทร์ เป็นที่มาของชื่อสระน้ำแห่งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเยี่ยมชมพระราชวังทงกุงและสระวอลจีคือเวลากลางคืนที่ทั้งพระราชวังจะประดับไฟสีเหลือง เหมาะแก่การเดินเล่นเพื่อชมสถาปัตยกรรมแบบชิลลาและสัมผัสกับประวัติศาสตร์ของผู้ปกครองอาณาจักรชิลลาโบราณ

The Smile of Silla

ด้วยความที่คยองจูเป็นเมืองโบราณและมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก ทำให้ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคยองจู เป็นหนึ่งในสถานที่ที่พลาดไม่ได้หากมาเยือนคยองจู แบ่งเป็นหลายนิทรรศการ เช่น นิทรรศการประวัติศาสตร์ชิลลา จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ไฮไลท์หลักของนิทรรศการนี้คือ มงกุฎทองคำแห่งชิลลา และชิ้นส่วนกระเบื้องหลังคาโบราณที่รู้จักในชื่อ The Smile of Silla ที่เป็นสัญลักษณ์ของการประชุมเอเปคในปีนี้ รวมถึงยังเป็นที่มาของโลโก้ LG บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังสัญชาติเกาหลี นิทรรศการต่อมาคือห้องจัดแสดงศิลปะชิลลา ที่มีพระพุทธรูปโบราณจำนวนมากเพราะคยองจูถือเป็นยุคเฟื่องฟูของพระพุทธศาสนาในเกาหลี ความพิเศษของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคยองจูในห้วงการประชุมเอเปคคือจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ 6 มงกุฎทองคำแห่งชิลลาจะมาจัดแสดงในที่เดียวกันระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน ซึ่งมีแผนให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจเยี่ยมชมมงกุฎแห่งชิลลาด้วย

คยองจูไม่ได้มีแค่โบราณสถานเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีย่านวัยรุ่น ถนนฮวังนีดัน เอาใจคนสายช็อปและสายกิน เพราะมีร้านอาหารเกาหลีและมีร้านค้าตั้งอยู่จำนวนมาก มีของให้เลือกซื้อหลากหลาย นอกจากนั้นยังมีร้านถ่ายรูปหรือร้านรับวาดภาพ แถมยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมด้วยเพราะบ้านที่ตั้งอยู่ 2 ฝั่งถนนเป็นสไตล์ฮันนก หรือบ้านโบราณของเกาหลี

จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยือนเมืองคยองจูเป็นเวลาประมาณ 4 วัน ทำให้สัมผัสถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของคยองจู ด้วยความเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลานานเกือบพันปี ถือเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้ควรค่าแก่การไปเยือน มีการผสมผสานของวัฒนธรรมและความร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน ทำให้คยองจูเป็นเมืองเก่าที่มีความทันสมัย เป็นเมืองรองของเกาหลีใต้ที่พลาดไม่ได้!