โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ‘ทรัมป์’ มุ่งกวาด ‘แรร์เอิร์ธ’ การแข่งขันใหม่ต้านเกมอำนาจจีน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนทวีปเอเชีย เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม หลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน เยือนประเทศญี่ปุ่น และเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้เพื่อหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 ที่เมืองคยองจู แต่ดูเหมือนว่าหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของทรัมป์ในห้วงการเยือนเอเชียครั้งนี้คือ การลงนามความตกลงแร่แรร์เอิร์ธ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของสหรัฐว่าจะต้องลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีนให้ได้ เพราะจีนแทบจะครองตลาดแรร์เอิร์ธของโลก เป็นไพ่สำคัญที่จีนถืออยู่ในมือจนเป็นแต้มต่อสำคัญในสงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจโลก ทำให้เกิดคำถามว่าสหรัฐจะลดการพึ่งพาแรร์เอิร์ธของจีนสำเร็จตามที่หวังได้หรือไม่
แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น เราต้องรู้ถึงความสำคัญของแร่แรร์เอิร์ธเสียก่อน แรร์เอิร์ธเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการผลิตสิ่งของหลายอย่าง อาทิ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเครื่อง MRI เลเซอร์ หรือแม้แต่ยุทธโธปกรณ์ทางทหาร แรร์เอิร์ธสามารถพบได้ในธรรมชาติและมีจำนวนเยอะมากในโลก แต่การสกัดแรร์เอิร์ธให้บริสุทธิ์นั้นถือว่าทำได้ยากและอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้หลายประเทศและสหภาพยุโรป (อียู) ลังเลที่จะขุดแร่แรร์เอิร์ธ จีนถือเป็นมหาอำนาจในเรื่องแรร์เอิร์ธเพราะจีนเป็นผู้เล่นใหญ่ในเรื่องการสกัดและแปรรูปแรร์เอิร์ธจากการลงทุนและการวางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน จนทำให้จีนกลายเป็นผู้คุมห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธโลก

อย่างที่รู้กันว่าตอนนี้โลกกำลังเผชิญกับสงครามการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน สหรัฐขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้าส่งออกของจีนในอัตราที่สูง แต่ในขณะเดียวกันสหรัฐก็ยังต้องพึ่งพาแรร์เอิร์ธที่ส่งออกมาจากจีนเช่นกัน ทำให้แรร์เอิร์ธเป็นสิ่งที่จีนสามารถใช้ในการต่อรองการค้ากับสหรัฐได้ รัฐบาลจีนมีการประกาศควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธในเดือนเมษายนและต้นเดือนตุลาคม จนทำให้ห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธของโลกได้รับผลกระทบ สร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐอย่างมากถึงขนาดขู่ว่าจะขึ้นภาษีจีนอีก 100% ศาสตราจารย์โซเฟีย คาแลนซาคอส จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กให้ความเห็นว่าการควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธของจีนครั้งล่าสุดมีขึ้นเพื่อให้จีนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบก่อนการหารือระหว่างทรัมป์และสีที่จะมีการพูดถึงเรื่องการค้า
นับตั้งแต่ที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ทรัมป์เล็งเห็นว่าสหรัฐต้องลดการพึ่งพาแรร์เอิร์ธจากจีนให้ได้ สังเกตได้จากการที่สหรัฐให้ยูเครนลงนามข้อตกลงแร่แรร์เอิร์ธเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือยูเครนสู้รบกับรัสเซีย ทรัมป์ผลักดันให้สหรัฐเข้าถึงแหล่งแรร์เอิร์ธมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการลงนามข้อตกลงแร่แรร์เอิร์ธกับออสเตรเลียมูลค่า 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 275,186 ล้านบาท เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศร่วมมือและร่วมลงทุนในการสร้างแหล่งแรร์เอิร์ธนอกประเทศจีน ทรัมป์เดินทางร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียและได้ลงนามข้อตกลงเกี่ยวกับแร่แรร์เอิร์ธกับมาเลเซีย ไทย เวียดนาม และกัมพูชา เปิดทางให้สหรัฐเข้าถึงแรร์เอิร์ธในประเทศเหล่านี้และช่วยให้กฎการส่งออกแรร์เอิร์ธเป็นผลดีต่อบริษัทสหรัฐมากกว่าจีน และเป็นการรับประกันว่าประเทศที่ลงนามกับสหรัฐจะไม่ปิดกั้นการส่งออกแรร์เอิร์ธไปยังสหรัฐ

ทรัมป์ยังเดินทางต่อไปเยือนประเทศญี่ปุ่นและลงนามข้อตกลงเรื่องแรร์เอิร์ธกับญี่ปุ่นเช่นกัน โดยมีเนื้อหาว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกระตุ้นการผลิตแร่ที่สำคัญผ่านการใช้นโยบาย มาตรการทางการค้า และการลงทุน ทรัมป์พึงพอใจกับทิศทางการเข้าถึงแรร์เอิร์ธในประเทศต่างๆ ถึงขนาดบอกกับนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซีของออสเตรเลีย ระหว่างการลงนามข้อตกลงแรร์เอิร์ธว่าอีก 1 ปีข้างหน้า สหรัฐจะมีแร่แรร์เอิร์ธเยอะมากถึงขนาดว่าไม่รู้จะเอาไปทำอะไรต่อ และเชื่อว่าราคาของแรร์เอิร์ธจะลดลงเพราะอุปสงค์ของแรร์เอิร์ธจะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผลิตแรร์เอิร์ธอาจไม่ได้รวดเร็วอย่างที่ทรัมป์คิดเพราะยังคงมีอุปสรรครออยู่อีกมาก เช่น ออสเตรเลียแม้จะมีแรร์เอิร์ธอยู่มากจนอาจแข่งกับจีนได้อย่างสูสี แต่ออสเตรเลียยังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตแรร์เอิร์ธ และต้องใช้ทั้งเวลา ความรู้ เม็ดเงินจำนวนมากในการสร้างโรงงานสกัดแรร์เอิร์ธ ส่วนข้อตกลงที่ทำไว้กับมาเลเซียและไทยเป็นการลงนาม บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะยุติลงหากมีการเปลี่ยนขั้วการเมือง ส่วนการขุดแรร์เอิร์ธในญี่ปุ่นก็มีความยากเช่นกันเพราะแม้ญี่ปุ่นจะมีแรร์เอิร์ธอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่อยู่ใต้ทะเล ทำให้การขุดขึ้นมาสกัดทำได้ยากขึ้น นอกจากนั้น การเดินสายลงนามข้อตกลงแรร์เอิร์ธของสหรัฐยังเผชิญกับอุปสรรคในเรื่องข้อกำหนดของการผลิตแรร์เอิร์ธ เพราะการขุดและสกัดแรร์เอิร์ธส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

มารีนา จาง นักวิจัยด้านแร่ธาตุจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ให้ความเห็นว่าจีนนำหน้าประเทศต่างๆ ในเรื่องแรร์เอิร์ธหลายปีจากการทำวิจัยและมีความชำนาญในเรื่องนี้ ต่อให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรนำเรื่องการผลิตแรร์เอิร์ธเป็นโครงการแห่งชาติก็อาจต้องใช้เวลานานถึง 5 ปีจึงจะไล่ตามจีนได้ทันในเรื่องแรร์เอิร์ธ อีกประเด็นที่น่าสนใจที่ทำให้จีนมีความได้เปรียบในเรื่องแรร์เอิร์ธคือ มูลค่าการส่งออกแรร์เอิร์ธคิดเป็นสัดส่วนน้อยมากในเศรษฐกิจจีนโดยรวม จากการประมาณการ มูลค่าการส่งออกแรร์เอิร์ธอาจคิดเป็นน้อยกว่า 0.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของประเทศจีน แต่แรร์เอิร์ธมีมูลค่าสูงมากต่อจีนในแง่ของยุทธศาสตร์ หมายความว่าถึงแม้จีนจะลดการส่งออกแรร์เอิร์ธก็ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมากนัก ขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างสหรัฐจะได้รับผลกระทบหนักกว่าหากจีนจำกัดการส่งออกแรร์เอิร์ธอีกครั้ง
จริงอยู่ที่โลกจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธ เพราะแร่ธาตุที่สำคัญเช่นนี้ไม่ควรตกอยู่ในความไม่แน่นอนถึงขนาดที่การควบคุมการส่งออกจากประเทศเดียวก็สามารถกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดได้ วันหนึ่งสหรัฐอาจก้าวขึ้นมาทัดเทียมกับจีนในเรื่องแรร์เอิร์ธเพราะจากความมุ่งมั่นของทรัมป์ที่ต้องการปิดจุดอ่อนของตัวเองในการแข่งขันทางการค้ากับจีนในระยะยาว แต่เท่าที่ดูแล้ว วันนั้นดูเหมือนจะยังห่างไกลไปอีกหลายปีทีเดียว

