ไฟสงครามตะวันออกกลาง สั่นคลอนภาพลักษณ์ ฮับการบินโลก
ในช่วงศตวรรษที่ 21 ภูมิภาคตะวันออกมีการผลักดันตัวเองขึ้นมาในระดับโลกในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตน้ำมัน เศรษฐกิจ และฮับด้านการบินเพื่อไปสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว แม้ตะวันออกกลางจะมีความตึงเครียดอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยขยายวงออกไปนอกพรมแดนของประเทศคู่ขัดแย้งมากนัก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เพิ่งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังอิสราเอลและสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การลุกลามบานปลายด้วยการโจมตีตอบโต้กลับของอิหร่านทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้ฮับด้านการบินในตะวันออกกลางที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่นิยมของนักเดินทางและมีสายการบินต่างๆ มากมายต้องหยุดชะงักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาจทำลายความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของฮับการบินในตะวันออกกลางในเวลานี้
ตะวันออกกลางมีปัจจัยบวกหลายประการที่ทำให้เหมาะแก่การเป็นฮับการบินของโลกในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเส้นทางบินเอเชียไปยังยุโรป ประเทศอย่างซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และกาตาร์ สร้างสนามบินขนาดใหญ่จนติดอันดับสนามบินที่ใหญ่และดีที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังมีสายการบินอย่าง เอมิเรตส์ แอร์ไลน์, เอทิฮัด แอร์เวย์ และกาตาร์ แอร์เวย์ ที่มีฝูงบินขนาดใหญ่ เส้นทางบินไปทั่วทุกมุมโลก แถมมีบริการที่ยอดเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆ ทั้งหมดนี้ล้วนผลักดันให้ประเทศอาหรับในตะวันออกกลางกลายเป็นศูนย์กลางการบินของโลก
แต่สถานะดังกล่าวกำลังถูกสั่นคลอนเมื่อการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐในอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากโจมตีประเทศต่างๆ ในอ่าวอาหรับ เพื่อตอบโต้ที่ประเทศเหล่านั้นมีฐานทัพสหรัฐซึ่งถูกใช้ในการโจมตีอิหร่าน ภาพข่าวที่โดรนของอิหร่านพุ่งโจมตีย่านเศรษฐกิจของนครดูไบ ประเทศยูเออี อาคารพักอาศัยในกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และพื้นที่สนามบินนานาชาติของบาห์เรน คูเวต ยูเออี สร้างความแตกตื่นให้กับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางในภูมิภาค ฮับการบินขนาดใหญ่หลายแห่งในตะวันออกกลาง เช่น สนามบินดูไบที่มีการสัญจรทางอากาศคับคั่งที่สุดในโลก ต้องปิดทำการนับตั้งแต่สงครามในอิหร่านเริ่มขึ้น ผู้โดยสารหลายหมื่นคนตกค้างในสนามบิน หลังเที่ยวบินในสนามบินหลัก 7 แห่ง อาทิ ดูไบ โดฮา และอาบูดาบี ถูกยกเลิกรวมกันมากถึง 21,300 เที่ยวบิน เส้นทางการบินระหว่างเอเชียไปยุโรปเป็นอัมพาตในชั่วข้ามคืน
นักเดินทางหลายคนโพสต์วิดีโอของแถวเข้าคิวยาวล้นเคาน์เตอร์เช็คอิน อาคารผู้โดยสารของสนามบินดูไบและโดฮาที่เต็มไปด้วยนักเดินทางที่กำลังไม่รู้ว่าจะได้กลับประเทศเมื่อใด พร้อมกับคอมเมนต์เตือนผู้โดยสารคนอื่นๆ ว่าอย่าเพิ่งบินมาตะวันออกกลางหากไม่อยากตกค้างอยู่ที่นี่เหมือนตน ทำลายภาพจำของการเดินทางอันแสนสะดวกสบาย ทันสมัยของฮับการบินตะวันออกกลางไปจนหมดสิ้น พอล ชาร์ลส์ ซีอีโอของ PC Agency บริษัทให้คำแนะนำด้านการท่องเที่ยวระดับหรูกล่าวว่า นี่เป็นการชัตดาวน์ด้านการบินที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19
ผลกระทบต่อภาคการบินในครั้งนี้ยังทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางระหว่างเอเชีย-ยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เพราะตั๋วเที่ยวบินตรงขายหมดล่วงหน้าหลายสัปดาห์ และสายการบินที่เคยต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง อาจต้องเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่ออ้อมพื้นที่เสี่ยงภัย ทำให้ต้องใช้น้ำมันมากขึ้นยิ่งเพิ่มงบประมาณด้านการบินต่อครั้งให้สูงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งก๊าซและน้ำมันที่สำคัญของโลกยิ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวสูงขึ้น นักเดินทางจำนวนมากพยายามเลี่ยงการใช้ฮับการบินในตะวันออกกลาง โดยหันไปจองเที่ยวบินไปยุโรปที่ไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮับการบินอื่นๆ ในเอเชีย เช่น จีน สิงคโปร์ หรืออเมริกาเหนือแทน เป็นข่าวดีสำหรับสายการบินอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ แอร์ไลน์ คาเธ่ย์ แปซิฟิค เตอร์กิช แอร์ไลน์ หรือการบินไทย ที่มีปริมาณผู้โดยสารสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ผู้โดยสารบางส่วนอาจต้องชะลอการเดินทางออกไปเพราะยอมจ่ายราคาตั๋วที่แพงขึ้นกว่าช่วงปกติ 2-3 เท่าไม่ไหว
ผลกระทบต่อการปิดฮับการบินในตะวันออกกลางยังไม่ได้กระทบต่อนักเดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการขนส่งสินค้าทางอากาศ นายพอล ชาร์ลส์ ให้ความเห็นว่าผลกระทบต่อภาคส่วนดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายมากถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากการสู้รบในตะวันออกกลางลากยาวออกไป การท่องเที่ยวในตะวันออกกลางมูลค่า 367,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีอาจได้รับผลกระทบ เพราะภาพลักษณ์ของการเป็นภูมิภาคแห่งการเติบโต ปลอดภัย และความหรูหราถูกทำลายไปพร้อมกับไฟสงคราม บริษัท Tourism Economics คาดการณ์ว่าในปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในตะวันออกกลางจะลดลง 23-38 ล้านคนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาจลดลงจากช่วงก่อนหน้าประมาณ 34,000-56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายไมเคิล โอเลียรี ซีอีโอของสายการบินราคาประหยัด ไรอันแอร์ กล่าวว่ายอดจองการท่องเที่ยวในตะวันออกกลางร่วงลงอย่างหนัก จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวในยุโรปหันไปจองเที่ยวบินไปยังประเทศใกล้เคียงอย่าง โปรตุเกส อิตาลี และกรีซ แทนในช่วงเทศกาลวันอีสเตอร์
แม้ว่าโอเลียรีจะคาดว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะไม่ลากยาวออกไปนาน จึงอาจไม่เกิดผลกระทบในระยะยาว แต่ความเชื่อมั่นในภาคการบินของตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

