ทีม ‘ทรัมป์’ เดินทางเยือนไทย ชูยุทธศาสตร์การค้า-ความมั่นคง

18.06.18 | 18:10 น.
นายแมทธิว พอททิงเกอร์

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายแมทธิว พอททิงเกอร์ รองผู้ช่วยประธานาธิบดี และผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกิจการเอเชีย ประจำทำเนียบขาว เปิดเผยถึงเป้าหมายในการเดินทางเยือนหลายประเทศในภูมิภาค ตั้งแต่พม่า ไทย และกำลังจะเดินทางต่อไปยังมาเลเซียในวันเดียวกันนี้ว่า เพื่อพบปะหารือกับรัฐบาลและตัวแทนของอีกหลายๆ ฝ่าย เพื่อทำความเข้าใจถึงยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงเอาไว้ที่ดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วระหว่างการเดินทางเยือนหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการในรายละเอียดสำหรับนำมาปฏิบัติ ภายใต้หลักการที่ภูมิภาคซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่ออเมริกานี้สามารถดำรงอยู่อย่างมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองได้โดยเปิดกว้างและเสรี ชาติใดๆ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่สามารถปกป้องอำนาจอธิปไตยและมีอิสระเสรีในการใช้ช่องทางในการเดินเรือรวมถึงน่านฟ้าเพื่อการค้าขายได้อย่างเต็มที่ ยึดมั่นในหลักการของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติ

นายพอททิงเกอร์กล่าวว่า องค์ประกอบสำคัญในยุทธศาสตร์ใหม่ดังกล่าวนี้คือการอำนวยให้เกิดความมั่นคงและรุ่งเรืองของอาเซียนยังคงเป็นผลประโยชน์สำคัญยิ่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นกับอาเซียนทั้งในทางความมั่นคงและในเชิงพาณิชย์ สำหรับประเทศไทยนั้นถือเป็นพันธมิตรที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอำนวยประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับทั้งสองประเทศและต่อภูมิภาคโดยรวมอย่างกว้างขวาง การพบหารือกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำเนียบขาวและการเดินทางมาเยือนไทยเพื่อพบหารือของรัฐมนตรีต่างๆ ในปี 2560 รวมถึงการเดินทางเยือนวอชิงตันของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มั่นคงยาวนานระหว่างทางการวอชิงตันและกรุงเทพฯ ความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองครอบคลุมถึงความร่วมมืออย่างกว้างขวางทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง สหรัฐอเมริกายังคงถือเป็นพันธะยึดมั่นในการรักษาความเป็นมิตรกับประเทศไทยและคนไทย เช่นเดียวกับการดำเนินการเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายร่วมกัน ขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง การค้าและการลงทุน การแก้ปัญหาสาธารณสุข การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบค้ามนุษย์และแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยทั้งหลาย ความร่วมมือดังกล่าวเหล่านั้นไม่เพียงเอื้อประโยชน์ต่อคนไทยเท่านั้นยังส่งผลดีต่อผู้คนในภูมิภาคโดยรวมอีกด้วย

“ดังนั้นเราจึงคาดหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิดต่อไปในอนาคตข้างหน้า โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขอให้ผมนำความปรารถนาดีมายังประชาชนไทยทั้งหลายอีกด้วย” นายพอททิงเกอร์ระบุ

นายพอททิงเกอร์ยอมรับว่าในระยะใกล้แล้วประเทศไทยและอาเซียนอาจได้รับผลกระทบบ้างจากการปรับตัวของความสัมพันธ์ด้านการค้าของสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งล่าช้ามานานแล้ว แต่ในระยะปานกลาง และระยะยาว เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือโอกาสสำหรับไทยและประเทศในอาเซียนโดยรวมในการกลายเป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐอเมริกา ไทยและอาเซียนจะกลายเป็นตลาดที่ชวนดึงดูดและเป็นเป้าหมายในการลงทุนที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจในจีนอีกด้วย