สถาบันทรัพยากรโลก (ดับเบิลยูอาร์ไอ) เปิดเผยผลการศึกษาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า นับตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2016 มีพื้นที่ป่าหายไปจากโลกขนาดเทียบเท่ากับพื้นที่ของประเทศออสเตรียในทุกๆปี และพื้นที่ซึ่งลดลงดังกล่าวนั้นลดลงในอัตราที่เร็วขึ้นกว่าในช่วง 10 ปีก่อนหน้าถึง 20 เปอร์เซ็นต์
งานวิจัยที่นำภาพดาวเทียมมาร่วมวิเคราะห์ด้วยพบว่า แม้จะมีความพยายามในการยุติการตัดไม้ทำลายป่า แต่พื้นที่่ป่าได้หายไปแล้วถึง 10 เปอร์เซ็นต์ นับตั่งแต่ปี 2000 โดยการหายไปของพื้นที่ป่าโดยเฉลี่ยในช่วง 17 ปีที่ผ่านมามีมากถึงวันละ 200 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว
การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นในเวลาเดียวกับที่โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เปิดตัวแผนระยะเวลา 5 ปีที่มีชื่อว่า “เนเจอร์ฟอร์ไคลเมท” เพื่อใช้ประโยชน์จากผืนดินผืนป่าในการลดโลกร้อนให้มากขึ้น

