เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์ดูท่าจะเกิดความอึมครึมขึ้นอีกหลังการกลับมาบริหารประเทศของนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่มีรายงานว่าได้ให้สัมภาษณ์กับแชนแนลนิวส์เอเชีย สื่อสิงคโปร์ว่า ตัวเขาต้องการให้มีการเจรจากันใหม่ในข้อตกลงว่าด้วยการจัดส่งน้ำประปาให้แก่สิงคโปร์ ซึ่งนายมหาธีร์ชี้ว่าข้อตกลงเดิมที่มีอยู่เป็นเรื่อง “น่าขัน” ที่มาเลเซียขายน้ำประปาจำนวนพันแกลลอนให้กับเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์เพียงแค่ 3 เซน (0.3 ริงกิต หรือราว 2.46 บาท)
“นั่นเมื่อย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1990 หรือ 1930 ก็โอเค แต่ตอนนี้คุณสามารถซื้ออะไรได้กับเงิน 3 เซน? ไม่มี” นายกรัฐมนตรีมหาธีร์กล่าว
เมื่อถูกถามแผนการเจรจาใหม่ในข้อตกลงนี้ที่ทั้งสองประเทศทำกันมายาวนาน นายมหาธีร์กล่าวว่า เรากำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ให้ถูกต้องและจะมีการนำเสนอต่อไป
ด้านรัฐบาลสิงคโปร์ยังไม่ให้ความเห็นใดๆ ในเรื่องนี้
ทั้งนี้สิงคโปร์ซื้อน้ำประปาส่วนใหญ่มาจากรัฐยะโฮร์ ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ภายใต้ข้อตกลงที่ทำกันไว้ในปีค.ศ.1962 สิงคโปร์สามารถดึงน้ำจากแม่น้ำยะโฮร์มาใช้ได้มากถึงวันละ 250 ล้านแกลลอน ขณะที่ในอดีตที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติเพื่อนบ้านในอาเซียนแห่งนี้มีการกระทบกระทั่งมาโดยตลอดในหลายประเด็นความขัดแย้ง ที่รวมถึงเรื่องการซื้อขายน้ำประปา ก่อนที่บรรยากาศความสัมพันธ์กับสิงคโปร์จะดูเป็นมิตรขึ้นในสมัยรัฐบาลมาเลเซียชุดที่แล้วภายใต้การนำของนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรี
แต่ดูเหมือนบรรยากาศจะไม่สู้ดีขึ้นอีกเมื่อนายมหาธีร์กลับมาบริหารประเทศ โดยเมื่อไม่มีกี่อาทิตย์ก่อนนายมหาธีร์ได้ประกาศระงับแผนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียกับสิงคโปร์เอาไว้ก่อน

