มกุฏราชกุมารฮุสเซน บิน อับดุลลาห์ รัชทายาทแห่งราชวงศ์จอร์แดน ได้รับการยอมรับในฐานะ ‘อนาคต’ ของราชวงศ์จอร์แดนที่สามารถครองใจกลุ่มคนวัยเยาว์ที่มีจำนวนคิดเป็นสัดส่วนถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศได้อย่างไม่ยากเย็น
แม้เจ้าชายฮุสเซน พระโอรสของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 จะทรงพระเยาว์ด้วยพระชนมายุเพียง 23 พรรษา แต่ทว่าพระองค์ไม่ใช่บุคคล “หน้าใหม่” ในเวทีการเมืองระดับโลก ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน เจ้าชายฮุสเซนทรงเป็นผู้แทนพระองค์ เสด็จขึ้นโพเดียมแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกามาแล้ว
การใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่าง “อินสตาแกรม” บัญชี “alhusseinjo” โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอกิจกรรมในครอบครัว การฝึกทหาร รวมไปถึงการพบปะกับผู้นำประเทศต่างๆทั่วโลก เช่นล่าสุดทรงโพสต์ภาพที่พระองค์ทรงเป็นเจ้าภาพต้อนรับเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ แห่งราชวงศ์อังกฤษที่เสด็จเยือนจอร์แดนอย่างเป็นกันเอง ก็สร้างความใกล้ชิดระหว่างพระองค์กับประชาชนให้มากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
แม้ว่าประชาชนจะเกิดกระแสความไม่พอใจต่อรัฐบาล กับนโยบาย “รัดเข็มขัด” จนออกมาเดินขบวนประท้วง เจ้าชายฮุสเซน ยังคงไว้ซึ่งความนิยมด้วยการเสด็จออกมาพบกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจบนท้องถนนด้วยพระองค์เอง
ทรงประสูติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1994 เป็นพระโอรสของกษัตริย์อับดุลลาห์ และสมเด็จพระราชินีรานยา แห่งจอร์แดน เจ้าชายฮุสเซน ทรงถูกเลี้ยงดูในฐานะรัชทายาทที่จะครองพระราชบัลลังก์ต่อจากพระบิดา ในประเทศซึ่งสถาบันกษัตริย์มีอำนาจทั้งในทางบริหารและนิติบัญญัติอย่างกว้างขวาง
พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมารอย่างเป็นทางการเมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 15 พรรษา ทรงเสด็จไปศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ก่อนจะทรงดำเนินรอยตามพระชนกด้วยการเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์ส ประเทศอังกฤษ
เจ้าชายฮุสเซน ยังคงทรงมีเวลาเตรียมพระองค์เพื่อรับตำแหน่งกษัตริย์แห่งจอร์แดนอีกนาน เนื่องจากสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 ทรงมีพระชนมพรรษาเพียง 56 พรรษาเท่านั้น นับว่ายังทรงพระเยาว์หากเทียบกับกษัตริย์ในบรรดากลุ่มประเทศโลกอาหรับอื่นๆ อีกทั้งยังทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี
สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 ทรงพาพระราชโอรสเสด็จไปทั่วโลก ส่งผลให้พระองค์ทรงมีความเข้าพระทัยในกิจการการเมืองระหว่างประเทศอันสลับซับซ้อนได้เป็นอย่างดี
และแน่นอนว่าคุณสมบัติดังกล่าวเป็นผลดีกับการดำเนินนโยบายทางการทูตอันระมัดระวังของจอร์แดน ด้วยการคงไว้ซึ่งการเป็นพันธมิตรกับชาติตะวันตก และร่วมเจรจาในประเด็นอันแสนละเอียดอ่อนในภูมิศาสตร์การเมืองตะวันออกกลาง

