คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ทำไมผู้หญิงอัฟกันฆ่าตัวตายเยอะ?

เอเอฟพี

มีข้อเขียนของบีบีซีรายงานถึงสถานการณ์การฆ่าตัวตายของผู้หญิงในประเทศอัฟกานิสถาน ดินแดนที่ถูกครอบงำด้วยสงครามการสู้รบของกองกำลังติดอาวุธอย่างกลุ่มทาลิบันมานาน ว่ามีอยู่อย่างแพร่หลายจนน่าใจหาย!

ข้อมูลของคณะทำงานอิสระด้านสิทธิมนุษยชนอัฟกัน(เอไอเอชอาร์ซี)ระบุว่าในแต่ละปีมีชาวอัฟกันพยายามฆ่าตัวตายมากถึงราว 3,000 คน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งที่คิดสั้นอยู่ในจังหวัดเฮรัต

ด้านข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดเฮรัตบอกว่าเฉพาะในปี 2560 เพียงปีเดียว มีคนที่นี่พยายามจะฆ่าตัวตายมากถึง 1,800 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 1,400 ราย และมี 35 รายที่กระทำอัตวินิบาตกรรมตัวเองสำเร็จ ซึ่งนับเป็นสถิติของความพยายามจะฆ่าตัวตายในที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

บีบีซีชี้ว่าขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกมีสัดส่วนเป็นผู้ชายกระทำการดังกล่าวมากกว่าผู้หญิง แต่ในอัฟกานิสถานมากถึงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของการฆ่าตัวตายเป็น “ผู้หญิง” ที่เอไอเอชอาร์ซีบอกว่าอัตราความพยายามฆ่าตัวตายในอัฟกานิสถานอาจมีมากกว่านี้ เพราะมีหลายกรณีที่ไม่มีการรายงานหรือมีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ด้วยเหตุผลหลากหลายแตกต่างไป เช่นหลายครอบครัวที่นับถือศาสนาอิสลามและมีสมาชิกพยายามจะฆ่าตัวตาย ต่างพากันปกปิดเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับภายในครอบครัว เพราะถือว่าการคิดสั้นนั้นเป็นตราบาปและผิดหลักศาสนา

เจ้าหน้าที่เอไอเอชอาร์ซีระบุว่ามีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงชาวอัฟกันคิดสั้นฆ่าตัวตาย ซึ่งมีตั้งแต่ปัญหาทางสภาพจิตใจ ความรุนแรงภายในครอบครัว การถูกบังคับขืนใจให้แต่งงาน ตลอดจนปัญหาบีบคั้นอื่นๆทางสังคมที่ผู้หญิงชาวอัฟกันต้องเผชิญ

องค์การอนามัยโลก(ฮู) ยังประเมินว่ามีชาวอัฟกันที่ประสบกับภาวะซึมเศร้ามากกว่าล้านคนและจากการที่ประเทศอัฟกานิสถานจมอยู่ในภาวะสงครามมานานถึง 40 ปี เชื่อว่าอัตราชาวอัฟกันที่เป็นโรคซึมเศร้าก็น่าจะสูงกว่านี้ นอกจากนี้ผู้หญิงชาวอัฟกันยังตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอย่างแพร่หลาย ซึ่งกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นพีเอฟ)ประเมินว่ามีผู้หญิงชาวอัฟกันมากถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางเพศหรือถูกทำร้ายทางจิตใจ และอีกราว 62 เปอร์เซ็นต์ที่มีประสบการณ์เลวร้ายจากการถูกล่วงละเมิดในรูปแบบต่างๆ นั่นรวมถึงการถูกบังคับให้แต่งงานที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกสิ้นหวังและต้องการฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา

จากแนวโน้มปัญหานี้มีเสียงเตือนจากหลายฝ่ายว่าการคิดสั้นฆ่าตัวตายในทุกสังคมจะไม่มีทางลดลงได้ หากไร้ซึ่งยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา แต่ที่สำคัญคือทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันทำงาน

บทความก่อนหน้านี้‘ฮาเซเบะ’ กัปตันทีมชาติญี่ปุ่น แถลงอำลาทัพซามูไร
บทความถัดไปชาวนาน้ำท่วมพอใจรับเยียวยา-เผยแม้เสียหายแต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยเด็ก