สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) แถลงที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาก ล่าวหาจีนว่า ใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกา มาตอบโต้การขึ้นภาษีสินค้าจีนรวมมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีผลเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ชอบธรรมมารองรับ ดังนั้นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จึงสั่งการให้ยูเอสทีอาร์ เริ่มต้นกระบวนการจัดทำรายการเพื่อขึ้นภาษีสินค้าเข้าจากจีนเป็นการเพิ่มเติม โดยจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับสินค้าในรายการเหล่านี้ รวมมูลค่าทั้งหมด 200,000 ล้านดอลลาร์
การดำเนินการดังกล่าวเท่ากับเป็นการขยายความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกามากขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นไปตามคำเตือนของบรรดานักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ทั้งหลายก่อนหน้านี้ที่เชื่อว่าการทำสงครามการค้าระหว่างประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก 2 ประเทศอาจลุกลามเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลกโดยรวมและสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก
ด้านนายหลี่ เฉิงกัง รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์จีนแสดงปฏิกิริยาต่อคำสั่งดังกล่าวทันที โดยกล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกากำลังกระทำในสิ่งที่จะทำลายการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนลง ซึ่งมีผลแบบเดียวกับการแทรกแซงกระบวนการโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจและในที่สุดก็จะทำลายระเบียบการการค้าโลกลงทั้งหมด โดยย้ำด้วยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้การค้าโลกตกอยู่ในภาวะปั่นป่วนโกลาหลไปหมด

