“มูลนิธิยุวทูตความดี” เปิดโลกทัศน์ พัฒนาเยาวชน

15.07.18 | 17:55 น.

เมื่อไม่นานมานี้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางลงพื้นที่จ.อุทัยธานี และจ.นครสวรรค์ เพื่อพบปะหารือกับผู้บริหารและนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ(อุทิศพิทยาคาร) จ.อุทัยธานี และโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ซึ่งทั้ง 2 โรงเรียนเป็นโรงเรียนในเครือข่ายมูลนิธิยุวทูตความดีในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ท่านรัฐมนตรีดอนเป็นผู้ริเริ่มผลักดันจัดตั้ง “โครงการยุวทูตความดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ตั้งแต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี 2542 เพื่อทูลเกล้าถวายเป็นพระราชสักการะในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา ด้วยมุ่งหวังให้เป็นโครงการเพื่อพัฒนาคน โดยเริ่มจากเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ โครงการดังกล่าวยังคงดำเนินการสืบสานงานอย่างต่อเนื่องยาวนานจนเข้าสู่ปีที่ 20 ในปัจจุบัน

จากโรงเรียนระดับประถมศึกษานำร่องเพียงไม่กี่สิบแห่ง ก็ได้ขยายผลเพิ่มโรงเรียนในโครงการอย่างต่อเนื่องจนมีมากถึง 2,154 โรงเรียนในทั่วทุกภาคของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปลูกจิตสำนึก ฝึกจิตอาสา พัฒนาโลกทัศน์” เพื่อให้เยาวชนไทยไม่เพียงแต่เป็นคนดี มีความรู้ แต่ยังต้องมีศักยภาพพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

หนึ่งในโครงการที่มูลนิธิยุวทูตความดีจัดทำซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากโรงเรียนในเครือข่ายคือ “โครงการพัฒนาโลกทัศน์และสานสัมพันธ์กับเยาวชนประเทศเพื่อนบ้าน” ซึ่งจะมีการนำเยาวชนยุวทูตความดีรวมทั้งคุณครูไปเยือนประเทศต่างๆ ภายใต้ความสนับสนุนและร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก

Advertisement

กว่าที่จะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนเข้าร่วมโครงการพัฒนาโลกทัศน์และสานสัมพันธ์กับเยาวชนเพื่อนบ้าน นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายจะต้องผ่านการคัดเลือกให้มาเข้าร่วมในค่ายอบรม ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเพื่อเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะให้เดินทางไปทำกิจกรรมในต่างประเทศ ซึ่งจัดขึ้นมาแล้วหลายครั้งทั้งในกัมพูชา พม่า เวียดนาม ลาว จีน ศรีลังกา สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินเดีย ญี่ปุ่น และเยอรมนี เป็นต้น

บุญณิสา ทุมาภรณ

ด.ญ.บุญณิสา ทุมาภรณ์ นักเรียนชั้นป.6 จากโรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ ซึ่งได้เดินทางไปเยือนนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 9 วัน บอกว่าชอบมากที่ได้มีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่น เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสเดินทางออกนอกประเทศ ไม่เพียงแต่เธอจะภูมิใจแต่พ่อแม่ก็ยังดีใจที่ลูกได้รับเลือกในครั้งนี้

ช่วงเวลา 9 วันที่ญี่ปุ่นทำให้บุญณิสาเป็นคนตรงต่อเวลามากขึ้น และสอนให้เธอมีความกล้ามากขึ้น กลับมาถึงไทยเธอก็นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางหน้าชั้นเรียน ขณะที่เพื่อนๆ ของเธอก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับเธอด้วย

บุญณิสาบอกว่าประเทศญี่ปุ่นไม่เพียงแต่มีสถานที่ที่สวยงาม แต่ผู้คนยังมีระเบียบวินัย ไม่มีขยะให้เห็นเลยเพราะทุกคนช่วยกันเก็บ การเดินทางไปญี่ปุ่นทำให้มีโอกาสเห็นสิ่งต่างๆ ที่อาจไม่เคยเห็น และทำให้รู้สึกว่าต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น จะได้เป็นกำลังของชาติที่ดีขึ้น

กชพร สิงห์ดา

 

ด้านด.ญ.กชพร สิงห์ดา นักเรียนชั้นป.5 จาก โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ก็ได้รับเลือกให้เดินทางไปยังมณฑลยูนนาน ประเทศจีนในปีนี้ บอกว่ารู้สึกดีใจมากเพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้เดินทางไปต่างประเทศ เธอจึงต้องไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับประเทศจีน และยังตั้งใจเรียนรู้ภาษาจีนให้มากขึ้น พร้อมกับยอมรับว่าในอดีตไม่ค่อยตั้งใจจะเรียนภาษาจีนมากนัก เมื่อได้รับเลือกให้เดินทางไปกับโครงการของมูลนิธิยุวทูตความดีทำให้ตั้งใจเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกวิชา ควบคู่กับการทำกิจกรรมมากมายในโรงเรียนอีกด้วย

ท่านรัฐมนตรีดอนบอกว่า โครงการต่างๆ ของมูลนิธิยุวทูตความดีได้รับการตอบสนองที่ดีมากมาตั้งแต่ต้น ทำให้เด็กจากที่เคยเกียจคร้าน ไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กลายเป็นเด็กที่กลับมาช่วยพ่อแม่ ตั้งใจเล่าเรียน จนมองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันโลกเล็กลง เราต้องฝึกเด็กให้รู้เรื่องราวความเป็นไปรอบตัวให้มากที่สุดจากประเทศเพื่อนบ้านและขยายต่อไปยังประเทศต่างๆในโลก เราต้องเตรียมตัวให้เด็กได้รับการอบรมบ่มเพาะในทิศทางที่ไม่ใช่เพียงแต่การสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง แต่ต้องมีจิตอาสา มีจิตสาธารณะ ที่สุดแล้วพวกเขาต้องรู้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เขาจะได้รับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีความเกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด

ท่านรัฐมนตรีดอนบอกว่า ปลายทางของโครงการคือการพูดถึงคุณภาพของคนรุ่นต่อไป เมื่อเด็กมีจิตสำนึกที่ตั้งมั่นก็จะรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยตนเอง มีวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม

เพียงเสียงบอกเล่าจากน้องๆ ทั้ง 2 คนที่ได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับโครงการของมูลนิธิยุวทูตความดีก็สะท้อนให้เห็นว่า ความมุ่งหวังตั้งใจที่จะพัฒนาและเปิดโลกทัศน์ของเยาวชน ผู้เป็นอนาคตของชาติ ประสบผลสำเร็จสมความตั้งใจของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกคนอย่างงดงาม