
เมื่อวันที่ 13 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า หญิงชราชาวคริสเตียน วัย 60 ปี ถูกทางการจังหวัดอาเจะห์ เขตปกครองพิเศษที่ถือเป็นจังหวัดเดียวของอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายศาสนาของศาสนาอิสลาม (ชารีอะห์) ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีด้วยหวายเกือบ 30 ครั้ง โทษฐานขายเหล้าซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายศาสนา นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้บทลงโทษตามกฎหมายชารีอะห์กับบุคคลที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ที่มีการปกครองด้วยกฎหมายศาสนาที่เคร่งครัดแห่งนี้ โดยการลงโทษหญิงชรารายนี้กระทำต่อหน้าฝูงชนที่มามุงดูจำนวนหลายร้อยคนในจังหวัดอาเจะห์ และมีขึ้นพร้อมกับหญิงชายคู่หนึ่งที่ถูกเฆี่ยนจำนวน 100 ครั้งจากฐานความผิดคบชู้
นายลิลี สุพาร์ลี เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำสำนักงานอัยการอาเจะเห์กลาง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กฎหมายศาสนามีผลบังคับใช้เฉพาะกับชาวมุสลิมเท่านั้น แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมามีการกำหนดให้สามารถใช้กฎหมายศาสนากับผู้ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมได้ในบางสถานการณ์ กรณีของหญิงชรารายนี้นับเป็นรายแรกที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมที่ถูกลงโทษตามกฎหมายชารีอะฮ์
จังหวัดอาเจะห์เริ่มใช้กฎหมายศาสนาหลังจากได้รับอำนาจเป็นเขตปกครองพิเศษจากรัฐบาลอินโดนีเซียในปี 2544 ผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีและลงโทษส่วนใหญ่เป็นการกระทำผิดจากการคบชู้ มีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน การอยู่กับเพศตรงข้ามซึ่งไม่ใช่สามีภรรยาสองต่อสอง และดื่มสุรา เป็นต้น ทั้งนี้ ประชากรส่วนใหญ่ในจังหวัดอาเจะห์กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวมุสลิม
