สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ทางการพม่าและสื่อพม่ารายงานว่า ชาวพม่าราว 50,000 คน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย หลังเกิดมนสุมฝนตกหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และทำให้หมู่บ้านหลายแห่งจมอยู่ใต้น้ำ ทั้งในรัฐกะเหรี่ยง มอญ และพะโค ขณะที่ทางการเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเอเอฟพีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยใหญ่ในพม่าแล้วอย่างน้อย 5 ราย

โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ประธานาธิบดีวิน มินต์ ของพม่า ได้เดินทางลงพื้นที่เมืองพะโค ตอนกลางของพม่า ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ เพื่อพบปะกับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยเพื่อหนีภัยน้ำท่วม โดยนายวิน มินต์ ยังได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเดินหน้าจัดหาที่พักอาศัยรวมทั้งจัดหาความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ประสบภัย ซึ่งคาดว่ามีประชาชนราว 100,000 คนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้

ข่าวจากสื่อท้องถิ่นของพม่าระบุว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ทำลายสะพานคอนกรีตยาว 60 เมตร ในรัฐชาน ขณะที่นาข้าวและถนนในรัฐกะฉิ่นได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนที่รัฐยะไข่ มีรายงานว่า ถนนหลายสายอยู่ในสภาพน้ำท่วม
วันเดียวกัน คณะกรรมาธิการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของพม่า ได้ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำให้อพยพออกจากที่พักอาศัยในทันที เนื่องจากระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นถึงระดับที่เป็นอันตรายแล้ว

ข่าวระบุว่า บางพื้นที่ของประเทศพม่า ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยเป็นประจำทุกปีอยู่แล้วในช่วงฤดูมรสุม และมักจะทำให้เกิดดินถล่ม พื้นที่ไร่นาและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย โดยน้ำท่วมจากฤดูมรสุมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบทศวรรษ คือเมื่อปี 2558 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงราว 100 คน และประชาชนกว่า 330,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

