‘ยูเอสทีอาร์’ ยันทรัมป์สั่งขึ้นกำแพงภาษีจีนอีก2แสนล้าน

(FILES) โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) / AFP PHOTO / Aris Oikonomou

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อจีนเพื่อให้ยินยอมทางการค้า ด้วยการเสนอปรับขึ้นกำแพงภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ต่อสินค้านำเข้าของจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) กล่าวว่า นายทรัมป์สั่งให้ปรับขึ้นกำแพงภาษีจากที่เสนอไว้เดิม 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากจีนปฏิเสธที่จะทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐและได้ปรับขึ้นกำแพงภาษีตอบโต้ต่อสินค้าของสหรัฐ

“การปรับเพิ่มกำแพงภาษีที่อาจเป็นไปได้ เป็นความตั้งใจให้ฝ่ายบริหารมีทางเลือกที่จะกระตุ้นให้จีนเปลี่ยนนโยบายและพฤติกรรมที่เป็นอันตราย และปรับใช้นโยบายที่จะนำไปสู่ตลาดที่เป็นธรรมและความรุ่งเรืองสำหรับพลเมืองของพวกเราทั้งหมด” นายไลท์ไฮเซอร์ ระบุในแถลงการณ์

ยังไม่มีการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลสหรัฐและจีนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในเรื่องข้อเรียกร้องของนายทรัมป์ให้จีนเปลี่ยนแปลงรากฐานของนโยบายในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการอุดหนุนอุตสาหกรรมไฮเทค

เจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริหารของนายทรัมป์ 2 รายเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายทรัมป์ยังคงเปิดกว้างในการสื่อสารกับจีน และจากการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ ทั้ง 2 ชาติกำลังหารือว่า “การเจรจาที่ออกดอกออกผล” จะเป็นไปได้หรือไม่

กำแพงภาษีที่เพิ่มขึ้นนี้หากมีการบังคับใช้ จะรวมเอารายนามสินค้าที่มีมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ที่เปิดเผยโดยยูเอสทีอาร์เมื่อเดือนที่แล้ว เป็นการตอบสนองต่อการขึ้นกำแพงภาษีตอบโต้กำแพงภาษีรอบแรกของสหรัฐต่อสินค้านำเข้าของจีนประเภท เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล รถยนต์ และสินค้าด้านอุตสาหกรรม มูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์

ยูเอสทีอาร์ระบุว่าจะขยายเวลาในการรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะสำหรับการกำหนดกำแพงภาษี 200,000 ล้านดอลลาร์นี้จากวันที่ 30 สิงหาคมไปเป็นวันที่ 5 กันยายน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กอู๋’ เผยแรงงานต่างด้าวภาคประมง1.1หมื่นคน ได้ต่ออายุทำงานอีก2ปี
บทความถัดไปพ่อเฒ่าวัย 61 ค้ายาบ้าให้เยาวชน ตำรวจสะกดรอย พบซุกในคันนา