เหตุการณ์น้ำท่วมเพราะเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกจนทำให้ประชาชนชาวลาวในแขวงอัตตะปือได้รับผลกระทบ ฉายภาพให้เราได้เห็นถึงหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศของ สปป.ลาว ภายใต้แนวคิดของการผลักดันประเทศให้เป็น แบตเตอรี่แห่งเอเชีย
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มีการระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนของไทยเข้าไปช่วยประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดอย่างลาว สถานเอกอัครราชทูตไทย นำโดยท่านทูตเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูตไทยประจำลาว ได้นำทีมประเทศไทยในลาวเดินทางไปศึกษาและส่งเสริมลู่ทางทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในลาวและประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงผ่านเส้นทาง อาร์ 3 เอ
ที่เชื่อมต่อจากทางภาคเหนือของไทยเข้าไปยังลาวและผ่านไปถึงเมืองสิบสองปันนาของจีน

การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เพียงแต่จะเป็นอีกหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของลาว แต่ยังเป็นหนึ่งในแผนแม่บทสำคัญของอาเซียนที่จะสร้างความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อสำหรับการขนส่งสินค้าและเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ระหว่างประเทศที่มีพรมแดนใกล้ชิดติดกัน
เส้นทาง อาร์ 3 เอ เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญอย่างยิ่งอีกเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมโยงจากไทยเข้าไปยังลาวและจีนตอนใต้ ไล่เรียงไปจาก เชียงแสน-เชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-จิ่งหง-คุนหมิง ซึ่งท่านทูตเกียรติคุณระบุว่า ตั้งใจที่จะมาสำรวจเส้นทางอาร์ 3 เอ เพราะเห็นว่ามีความสำคัญในฐานะเส้นทางที่เชื่อมภาคเหนือของไทยเข้ากับลาวและตอนใต้ของจีน จึงอยากจะมาเห็นสภาพพื้นที่ รวมถึงรับฟังปัญหาอุปสรรคในการผ่านแดนด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังมีโครงการการลงทุนใหญ่ของนักลงทุนไทยคือกลุ่มอมตะ ซึ่งในการลงสำรวจพื้นที่ครั้งนี้ยังมีผู้แทนจากกลุ่มอมตะและเครือเจริญโภคภัณฑ์มาร่วมด้วย

ครั้งแรกที่ผู้เขียนเคยลงพื้นที่สำรวจเส้นทางดังกล่าวคือเมื่อ 8 ปีมาแล้ว ในครั้งนั้นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่เชื่อมระหว่างเชียงของของไทยกับห้วยทรายของลาวยังไม่แล้วเสร็จ แต่มาครั้งนี้สะพานได้เปิดใช้มานานหลายปีแล้ว แต่ภาพรวมดูเหมือนจะเงียบเหงา
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่บอกว่าก่อนหน้านี้เส้นทางอาร์ 3 เอ เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนจีนที่จะขับรถมายังไทย แต่หลังจากเกิดปัญหาที่มีคนบ่นมากมายเกี่ยวกับการขับรถของนักท่องเที่ยวจีนในไทยโดยเฉพาะในทางจังหวัดภาคเหนือ ทำให้กระทรวงคมนาคมออกระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการนำรถข้ามแดนมายังไทย ปริมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่ขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวเข้ามาจึงหายไปในพริบตา ทำให้ทุกวันนี้เส้นทางดังกล่าวจึงได้ใช้ประโยชน์ด้านการขนส่งสินค้าเป็นหลัก

ก่อนหน้าที่จะเดินทางไปสำรวจพื้นที่ร่วมกับคณะของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ เสียงลือเสียงเล่าอ้างทำให้คิดว่าเส้นทางสายนี้คงจะจำเป็นต้องได้รับการซ่อมบำรุงอย่างหนัก แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินทางจริง ความเสียหายของเส้นทางที่พบไม่ได้มากอย่างที่คิด เส้นทางในส่วนของลาวมีเพียงราว 20 เปอร์เซนต์ที่ผิวถนนอาจมีปัญหาบ้าง แต่ในภาพรวมไม่ถือว่าเลวร้าย ยิ่งเมื่อพิจารณาจากประเด็นที่ว่าเส้นทางนี้ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าเป็นหลัก กระทั่งเข้าไปยังพื้นที่ใกล้กับเมืองบ่อหานของจีนที่กำลังมีการถล่มภูเขา เพื่อสร้างพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษใกล้กับชายแดนจีน สภาพถนนจึงอาจลำบากบ้างแต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่ากำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการใหญ่
เมื่อเข้าไปถึงฝั่งจีน ใครต่อใครที่มีทัศนคติในเชิงลบคงต้องเปลี่ยนความคิด ถนนหนทางในจีนไม่เพียงแต่ดีมาก เพราะฝ่ายจีนได้ทำทางด่วนลอยฟ้าที่รถสามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็ว เจาะภูเขาทำอุโมงค์แบบตัดตรงไม่ต้องอ้อมให้เปลืองเวลา แถมยังมีห้องน้ำขนาดใหญ่ในบริเวณเดียวกับร้านขายของและปั๊มน้ำมันระหว่างทางเป็นระยะ เรียกว่าพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อม จนทำให้หลายคนที่ไม่เคยมาจีนหลายปีถึงกับตะลึงกับความพร้อมดังกล่าว
สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นเป็นระยะระหว่างเส้นทางคือโครงสร้างของรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจากจีนมายังลาวที่มีการพัฒนาขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ผิดกับในไทยที่โครงการยังไปไม่ถึงไหน โครงการมากมายที่ผุดขึ้นมาในระยะนี้ก็หวังจะได้ใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ซึ่งรวมถึงโครงการขนาดใหญ่ของกลุ่มอมตะจากไทยในลาวที่ทำขึ้นบนเส้นทางผ่านของรถไฟความเร็วสูงด้วย
น.ส.อึง ชุน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของกลุ่มอมตะกล่าวว่า กลุ่มอมตะมั่นใจในอนาคตของการพัฒนาที่เกิดขึ้นในลาว โดยเฉพาะการที่จีนกำลังผลักดันโครงการ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ซึ่งจะทำให้ลาวเปลี่ยนจากประเทศ landlocked เป็น landlink กลุ่มอมตะจึงมั่นใจว่าการสร้างนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับประเทศลาว ซึ่งจะมีรายได้มากขึ้นจากภาษีที่เกิดขึ้น อมตะได้ทำการศึกษาในรายละเอียดและในภาพรวมจนทำให้มั่นใจกับโครงการอมตะสมาร์ทแอนด์อีโคซิตี้อย่างมาก โดยบริษัทอมตะตั้งใจจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เดือน 11 (พฤศจิกายน)

ขณะที่อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์ น.ส.ยานี ศรีมีชัย ซึ่งเดินทางมาดูเส้นทางอาร์ 3 เอเป็นครั้งแรกบอกว่า หากรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จ โอกาสทางการค้าในพื้นที่นี้จะเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ เส้นทางการขนส่งสินค้าในภูมิภาคจะเปลี่ยนไปเพราะรถไฟเป็นเส้นทางขนส่งที่ถูกและเร็วกว่าเส้นทางรถ ขณะที่ลาวเองก็มีโครงการพัฒนาอื่นๆ นอกจากรถไฟคือการทำทางด่วนควบคู่กันไป โดยมีเส้นทางหลัก 2 เส้นคือเส้นทางจากเหนือไปใต้ และจากหลวงน้ำทาเข้าไปยังเวียดนาม

คุณยานียังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้าไทย-ลาวว่า ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของลาว สินค้านำเข้าของลาวส่วนใหญ่มาจากไทย ตามด้วยสินค้าจีนและเวียดนาม แต่ปีที่ผ่านมาตัวเลขการค้าระหว่างกันกลับติดลบ ซึ่งสาเหตุสำคัญน่าจะมาจากที่รัฐบาลลาวควบคุมโครงการต่างๆ มากขึ้น ชะลอและเข้มงวดกับการให้สัมปทานมากขึ้น เศรษฐกิจลาวปีนี้จึงชะลอตัว แต่การเติบโตมาจากการลงทุน เพราะรัฐบาลลาวมีนโยบายทำให้ลาวเป็นดินแดนแห่งการเชื่อมโยง (landlink)
ขณะนี้จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้ามาลงทุนในลาว อย่างไรก็ดี อยากให้นักลงทุนไทยที่เข้ามาลงทุนในลาวเข้ามาในลักษณะที่เป็นพี่เลี้ยง ถ้ามีโอกาสให้เข้ามาลงทุนแบบ 100% จะได้ไม่มีปัญหา ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการศึกษากฎระเบียบต่างๆ ให้ชัดเจนเพราะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนักลงทุนต้องเข้าใจบริบทที่แท้จริง ศึกษาตลาดก่อนมาลงทุน
ระหว่างการสำรวจเส้นทาง คณะของสถานเอกอัครราชทูตไทยยังได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับรองเจ้าแขวงหลวงน้ำทาและบ่อแก้ว ซึ่งได้ให้การต้อนรับคณะทีมประเทศไทยอย่างดียิ่ง
ท่านทูตเกียรติคุณกล่าวว่า การนำคณะมาสำรวจพื้นที่ในลาวไม่เพียงแต่เพื่อให้ฝ่ายลาวเห็นว่าไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงทางบก แต่เพื่อให้ลาวมั่นใจในการลงทุนของบริษัทไทยในลาวและให้ช่วยดูแลสนับสนุนธุรกิจของคนไทยในลาวด้วย เพราะนักธุรกิจไทยมาลงทุนในลาวอย่างมุ่งมั่นและจริงใจที่จะนำมาซึ่งการจ้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้ให้กับลาวด้วย
ท่านทูตเกียรติคุณบอกด้วยว่า การลงมาเห็นพื้นที่จริงถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะทำให้เห็นถึงศักยภาพและความสำคัญของเส้นทางสายอาร์ 3 เอ โดยจะนำเอาข้อมูลและปัญหาต่างๆ ที่พบจากการหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ของไทยไปพูดคุยปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาคถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค เพราะที่สุดแล้วความเชื่อมโยงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องได้ประโยชน์ร่วมกันนั่นเอง

