
เหตุพยายามลอบสังหารนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ด้วย “โดรนติดระเบิด” ขณะเป้าหมายอยู่ในที่แจ้ง ในพิธีสวนสนามฉลองครบรอบ 81 ปีของกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติเวเนซุเอลา เมื่อวันอาทิตย์(5 ส.ค.) เป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นสัญญาณอันตรายของการนำเอาอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน มาใช้ในการก่อภัยคุกคามมากขึ้น
งานนี้ถือว่าโชคดีที่ผู้นำเวเนซุเอลาดวงไม่ถึงฆาต แต่อานุภาพระเบิดที่ติดอยู่ที่โดรนก็ทำให้ทหารที่ร่วมในพิธีได้รับบาดเจ็บกันไปหลายนาย
และไม่ว่าใครหรือกลุ่มใดที่อยู่เบื้องหลังของเหตุพยายามลอบสังหารครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งเป็นการตอกย้ำความหวั่นวิตกของผู้เชี่ยวชาญในแวดวงความมั่นคงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า โดรน จะถูกกลุ่มติดอาวุธหรือกลุ่มก่อการร้ายนำมาใช้เป็นเครื่องมือในยุทธวิธีโจมตีด้วยระเบิด อาวุธเคมีหรืออาวุธชีวภาพได้อย่างง่ายดายขึ้น
ก่อนหน้านี้มีหลายเหตุการณ์ที่มีการใช้โดรนเป็นเครื่องมือในการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธอย่างกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส) ที่ส่งโดรนทิ้งระเบิดขนาดเล็กโจมตีเป้าหมายหรือพุ่งชนระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเป้าหมาย และยังมีความพยายามหลายครั้งที่จะใช้โดรนในการโจมตีผู้นำประเทศ เช่นเหตุการณ์ในเดือนมกราคมปี 2558 ที่มีโดรนลำหนึ่งตกลงบนสนามหญ้าของทำเนียบขาว ที่พักและสถานที่ทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หลังจากมือมืดที่บังคับโดรนดังกล่าว สูญเสียการควบคุมเครื่อง กรณีนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐเต้นเร่า จนต้องขันน็อตระบบรักษาความปลอดภัยทำเนียบผู้นำสหรัฐให้แน่นหนายิ่งขึ้น
หรือเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงรายหนึ่งซึ่งต่อต้านนโยบายด้านนิวเคลียร์ของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ส่งโดรนบรรทุกทรายปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากพื้นที่ภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะ โจมตีสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แต่จากข่าวระบุว่าโชคดีที่สารกัมมันตรังสีมีปริมาณเพียงเล็กน้อย จึงไม่ก่อผลอันตรายร้ายแรงนัก
เมื่อเร็วๆนี้ยังมีเหตุการณ์ที่ฝ่ายความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียยิงสกัดโดรนต้องสงสัยที่บินเข้าใกล้สำนักพระราชวังของซาอุฯไว้ได้ ภายใต้กระแสข่าวลือว่ามีความพยายามก่อรัฐประหารในประเทศซาอุฯตามมา
กรณีที่หยิบยกมาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามจากโดรน ซึ่งในแวดวงผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดโดรนในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้โดรนหาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูกลง มิหนำซ้ำยังสามารถประกอบเองได้อีก ยิ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อความเสี่ยงภัยคุกคามจากโดรนมากขึ้น ขณะที่กฎระเบียบของรัฐบาลที่พยายามตามตีกรอบควบคุมการใช้โดรนให้ทัน แต่กฎระเบียบเหล่านั้นหรือการบังคับใช้อาจยังไม่เข้มข้นมากพอที่จะป้องกันการใช้โดรนเป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่างๆได้
นี่จึงเป็นอีกปัญหาเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนจะต้องเร่งหามาตรการรับมืออย่างเข้มข้นจริงจังกันจริงๆเสียที
