สมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิสเสด็จเยี่ยมผู้อพยพในค่ายผู้ลี้ภัยที่เกาะเลสบอส ของกรีซ ก่อนที่จะพาครอบครัวชาวมุสลิมจากซีเรีย 3 ครอบครัว รวม 12 คน ที่กลายเป็นผู้อพยพหลังจากบ้านเรือนของพวกเขาถูกทิ้งระเบิดระหว่างสงครามกลางเมืองในซีเรีย เดินทางขึ้นเครื่องบินประทับกลับวาติกันพร้อมกับพระองค์ โดยพระองค์ได้กล่าวกับผู้อพยพที่ค่ายพักมอเรียซึ่งมีผู้อพยพที่รอการถูกส่งกลับไปยังตุรกีว่า “พวกท่านไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”

แถลงการณ์ของวาติกันระบุว่า โป๊ปฟรานซิสต้องการที่จะส่งสัญญานว่าพระองค์ต้อนรับผู้อพยพเหล่านี้ และการเสด็จเยือนของพระองค์มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้อพยพที่ต้องหนีภัยสงครามและความยากจนออกนอกประเทศ โดยพระองค์ทรงเรียกร้องให้โลกแสดงความมีมนุษยธรรมต่อกัน มีรายงานว่าผู้อพยพทั้ง 12 คนนี้เดินทางมาถึงเลสบอสก่อนที่ความตกลงส่งกลับผู้อพยพระหว่างสหภาพยุโรป(อียู)กับตุรกีจะมีผลบังคับใช้ เพื่อป้องกันการไหลบ่าของผู้อพยพเข้าไปยังอียู

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงใหม่ผู้อพยพที่เดินทางเข้ามายังกรีซโดยผิดกฎหมายหลังวันที่ 20 มีนาคม จะถูกส่งกลับไปยังต้นทางหากถูกปฏิเสธการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย โดยในทุกๆ ผู้อพยพซีเรียที่ถูกส่งกลับไปยังตุรกี อียูจะรับผู้อพยพซีเรียตรงจากตุรกีกลับไปเป็นจำนวนที่เท่ากัน


