สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหว 7.3 แมกนิจูด เมื่อวันที่ 16 เมษายน ซึ่งถือว่ารุนแรงมากที่สุดและส่งผลกระทบต่อพื้นที่เป็นวงกว้างมากกว่าแผ่นดินไหวก่อนหน้านี้ ล่าสุดโฆษกจ.คุมาโมโตะแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 41 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเกือบ 1,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 184 คน ผู้คนกว่า 170,000 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่อีกเกือบ 400,000 ครอบครัวไม่มีน้ำประปา
รายงานข่าวระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด ส่งผลให้บ้านเรือน ถนนหนทาง ไปจนถึงรางรถไฟถูกกวาดหายไปพร้อมกับดินที่ถล่มลงมา หมู่บ้านหลายแห่งบนภูเขาถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจากดินถล่มและถนนที่ถูกตัดขาด มีรายงานว่าเพียงแค่ในพื้นที่เดียวมีคนติดอยู่ไม่น้อยกว่า 1,000 คน เมืองมิซาโตะได้แนะนำให้ชาวบ้านมากกว่า 10,000 คนอพยพออกจากพื้นที่เพราะหวั่นว่าจะเกิดดินถล่มซ้ำ ขณะที่พยากรณ์อากาศว่าอาจมีพายุฝนเกิดขึ้นตามมาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 16 เมษายนนี้ และจะตกหนักในวันที่ 17 เมษายน ก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้น่าวิตกกังวลมากขึ้นอีก

ขณะนี้มีการอพยพผู้คนแล้วกว่า 92,000 คน ซึ่งรวมถึงชาวบ้าน 300 คนจากหมู่บ้านนิชิฮาราที่อยู่ใกล้กับเขื่อนที่มีรายงานว่าอาจจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ มีรายงานอาคารจำนวนมากทั่วเกาะคิวชูได้รับความเสียหาย มีคนติดอยู่ภายใต้ซากอาคารพังลง ไม่ได้มีเพียงบ้านสมัยเก่า แต่ยังรวมถึงตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ด้วย มีรายงานว่าเกิดไฟไหม้อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่เมืองยาสึชิโร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เจ้าหน้าที่ยังต้องอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองคุมาโมโตะเพราะเกรงว่าอาคารอาจพังถล่มลงมา นอกจากนี้ยังมีอาคารที่พักของนักศึกษาพังถล่ม ล่าสุดมหาวิทยาลัยโตไกประกาศว่ามีนักศึกษา 2 รายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารหลายสิบคน
สำนักข่าวจีจิเพรสรายงานด้วยว่า หลังคาของสนามบินคุมาโมโตะพังถล่มลงมา เนื่องจากแรงสั่นสะเทือน ทำให้ต้องปิดให้บริการและยังไม่มีแผนการจะอนุญาตให้เที่ยวบินกลับมาทำการบินได้ในเร็วๆ นี้ ขณะที่ช่องทางการติดต่อสื่อสารก็ยังไม่เสถียร นอกจากนี้ภูเขาไฟอาโซะทางใต้ของญี่ปุ่นก็เกิดปะทุขึ้นมาในเวลาราว 08.30 น. หลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด อย่างไรก็ดีนักธรณีวิทยาระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าเหตุดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน และการปะทุขึ้นของภูเขาไฟอาโซะก็อยู่ในขอบเขตจำกัด

