เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า อิสราเอลได้ทำการโจมตีทั่วทั้งเขตฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้ต่อกรณีที่ได้มีการยิงจรวดกว่า 150 ลูกเข้ามายังดินแดนอินราเอล ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 3 ราย รวมถึงเด็กทารก
ทั้งนี้รายงานข่าวระบุว่า ขีปนาวุธส่วนใหญ่ที่ถูกยิงเข้าไปยังดินแดนอิสราเอล แต่มีอย่างน้อย 2 ลูกที่ตกใส่เมืองสเดอรอตใกล้กับฉนวนกาซา โดยเสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นตลอดทั้งคืน ทำห้ผู้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องหลบไปพักอยู่ในหลุมหลบภัย
เจ้าหน้าที่แพทย์ได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 รายส่งโรงพยาบาลในอิสราเอล ซึ่งในจำนวนนี้มีหญิงไทยวัย 30 ปีอยู่ด้วย โดยอาการค่อนข้างสาหัส
มีรายงานด้วยว่ากองกำลังฮามาส 1 รายเสียชีวิตในเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 ราย นับเป็นเหตุโจมตีรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา แม้ว่าสหประชาชาติและอียิปต์จะพยายามช่วยให้เกิดความตกลงหยุดยิงระยะยาวระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ก็ตาม
น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานเบื้องต้นจากทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หญิงไทยบาดเจ็บสาหัส 1 คน ขณะที่ชายไทยอีก 1 คนบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งสองเป็นคนงาน ขณะเกิดเหตุทราบว่าหญิงไทยรายนี้อยู่ที่บ้านทางตอนใต้ของกรุงเทลอาวีฟ ซึ่งเดินทางโดยรถใช้เวลา 2 ชั่วโมง ขณะนี้อัครราชทูตที่ปรึกษาได้เดินทางไปเยี่ยมคนไทยทั้งคู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ทั้งสองปลอดภัยดี หญิงไทยที่บาดเจ็บมากกว่าก็สามารถพูดจาสื่อสารได้แล้ว

