เมื่อวันที่ 18 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 ที่ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 16 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งล่าสุด ทางการเอกวาดอร์แจ้งว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งนี้ ได้เพิ่มขึ้นเป็น 262 รายแล้ว และบาดเจ็บอีกราว 2,500 คน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าความสูญเสียจะมากกว่านี้มากเพราะข้อมูลต่างๆ เพิ่งเริ่มจะปรากฏ
มีรายงานว่าหมู่บ้านบางแห่งพังราบลงทั้งหมด และความเสียหายเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง โดยสะพานที่อยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ถึง 300 กิโลเมตรยังพังถล่มลง แม้ทางการจะเร่งหาทางช่วยเหลือผู้ที่อาจจะยังรอดชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ก็ยอมรับว่าทำอะไรเกือบจะไม่ได้เลยเช่นกัน
ด้านนายราฟาเอล คอร์เรีย ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนนครวาติกัน ได้ร่นเวลาการเดินทางเยือนอิตาลีให้สั้นลงเพื่อกลับมารับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับระบุว่าสิ่งสำคัญลำดับแรกคือการค้นหาผู้รอดชีวิต
ขณะที่นายจอร์จ กลาส รองประธานาธิบดีเอกวาดอร์ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสภาพความเสียหาย โดยเฉพาะที่เมืองมันตาซึ่งเป็นศูนย์กลางของแผ่นดินไหว พร้อมระบุว่าไม่สามารถใช้เครื่องจักรกลหนักเข้ามาทำงานได้เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ได้รับบาดเจ็บที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร ทั้งนี้ในบางพื้นที่ชาวบ้านต้องใช้มือเปล่าช่วยกันขุดค้นหาผู้รอดชีวิต
ในเวลาเดียวกันความช่วยเหลือจากนานาชาติในการส่งอาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ เริ่มเข้าไปถึงเอกวาดอร์แล้ว โดยโคลอมเบียประกาศส่งทีมสุนัขกู้ภัยเข้าไปช่วยหาผู้รอดชีวิต และกองทัพเรือจะนำน้ำสะอาดเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยด้วย
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า กรณีเกิดแผ่นดินไหวที่เอกวาดอร์นั้น ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศเอกวาดอร์ แจ้งว่า ไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

