การแต่งงานในวัยเด็กและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นหนึ่งในปัญหาท้าทายของโมซัมบิก ชาติยากจนเล็กๆทางตอนใต้ของดินแดนกาฬทวีป ที่ปัญหานี้ได้ลุกลามไปทั่ว จนทำให้โมซัมบิกกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการแต่งงานในวัยเด็กและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นสูงที่สุดในโลก ซึ่งยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนประชากรของโมซัมบิกขยายตัวเบ่งบานขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากโมซัมบิกพ้นจากภาวะสงครามรุนแรงในประเทศในปีค.ศ.1992 จำนวนประชากรของอดีตชาติอาณานิคมโปรตุเกสแห่งนี้ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จนปัจจุบันโมซัมบิกมีประชากรอยู่ที่ทั้งสิ้นราว 29 ล้านคน
ข้อมูลของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ(ยูนิเซฟ)ระบุว่าผู้หญิงชาวโมซัมบิกร้อยละ 48.2 แต่งงานก่อนอายุ 18 ปี ขณะที่เด็กผู้หญิงอายุระหว่าง 15-19 ปี มากถึงร้อยละ 46.4 ถ้าไม่ตั้งท้อง ก็กลายเป็นแม่คนแล้ว
วาซีร์ อบาคาร์ หัวหน้าหมู่บ้านของหมู่บ้านหนึ่งในโมซัมบิกบอกว่าปัญหาการแต่งงานในวัยเด็กและท้องก่อนวัยอันควรกำลังทำให้ชุมชนมีคุณภาพแย่ลง ที่พ่อแม่เด็กไม่มีเงินเลี้ยงลูกและตัวแม่เด็กเองก็ต้องออกจากโรงเรียน นั่นก่อผลพวงปัญหาใหญ่ตามมาคือผู้หญิงโมซัมบิกมากถึงร้อยละ 58 เป็นคนไม่รู้หนังสือ พวกเขาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้
“เงิน” หรือสิ่งอำนวยประโยชน์อันใดก็แล้วแต่ที่จะทำให้ชีวิตกินอยู่ดีขึ้น เป็น “สิ่งเร้า” สำคัญที่ทำให้เด็กผู้หญิงเหล่านั้นยอมแต่งงานไปตามความเห็นของพ่อแม่
จูเลีย เอฟอนโซ เด็กหญิงวัย 16 ขวบที่เพิ่งคลอดทารกในครรภ์ออกมา ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่เธอบอกเล่าว่าพ่อแม่ต้องการให้เธอแต่งงาน ซึ่งทำให้ครอบครัวของเธอได้เงินมา 1,500 เมติคัล (ค่าเงินโมซัมบิก ที่ตีเป็นเงินบาทได้ราว 700 บาท) เป็นค่าสินสอด!

เด็กหญิง 13 ขวบอีกราย บอกกับนักข่าวว่า เธอได้รับข้อเสนอจากผู้ชายคนหนึ่งที่เจอกันในตลาด ซึ่งยื่นเงินให้เธอ 200 เมติคัล (ราวร้อยกว่าบาท) เพื่อแลกกับพรหมจารีของเธอ ยายของเด็กหญิงรายนี้บอกว่าหลานของเธอเห็นเป็นโอกาสที่จะทำให้ตัวเองได้มีรองเท้าเหมือนที่เพื่อนใส่ แต่ตัวเธอไม่รู้หรอกว่าจะตั้งท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์
คาร์ลอส อาร์นัลโด นักประชากรศาสตร์มองปัญหานี้ว่าโมซัมบิกก็เหมือนกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่วัยรุ่นมักตั้งครรภ์เนื่องจากขาดการศึกษา ขณะที่พ่อแม่เด็กมองว่าการมีลูกจะเป็นเครื่องการันตีความมั่นคงของตนเองว่าจะมีคนคอยดูแลยามแก่เฒ่า
ขณะที่เนเลตี มอนด์ลาเน รัฐมนตรีกิจการเยาวชนของโมซัมบิกชี้ว่าการแต่งงานเร็วเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในค่านิยมทางสังคมวัฒนธรรมของชาวโมซัมบิกที่ให้ความสำคัญกับการมีลูกมาเป็นอันดับแรก และนี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรโมซัมบิกขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ดูเหมือนรัฐบาลโมซัมบิกจะไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังมากนักกับการรับมือปัญหาด้านประชากรที่เกิดขึ้น แต่หลังจากรัฐบาลต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เลยกลายเป็นแรงบีบให้ต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่ในการหาทางควบคุมปัญหานี้
ที่เห็นชัดเจนเลยตอนนี้คือโมซัมบิกได้แก้ไขกฎหมายที่กำหนดเกณฑ์อายุแต่งงานขั้นต่ำไว้ที่ 18 ปี จากเดิม 16 ปี
ถือเป็นการเริ่มต้น “ความเปลี่ยนแปลง” ที่หลายเสียงมองว่าต้องเร่งมือทำโดยด่วน

