โคฟี อันนัน ชาวกานาที่เพิ่งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะมีอายุได้ 80 ปี เป็นเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คนแรกที่มาจากภูมิภาคซับซาฮารันในทวีปแอฟริกา และเป็นทวีปนี้เองที่เขาต้องประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพการงานเช่นเดียวกับการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ทางการทูตในหลายๆ เรื่อง
เหมือนกับเจ้าหน้าที่ นักการทูตและรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งหมดในรุ่นนี้ อันนันมีรอยแผลที่ติดตัวไปตลอดกาลจากความล้มเหลวของประชาคมนานาชาติในการมองเห็นและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา เมื่อปี 1994 ที่ยูเอ็นระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 800,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าทุตซี
โคฟี อันนันเพิ่งจะอายุ 56 ปีและดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการยูเอ็นดูแลงานด้านการรักษาสันติภาพได้เพียง 1 เดือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าวขึ้น
ในหลายๆ โอกาสหลังการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โคฟี อันนัน ยอมรับว่าเขาไม่ได้ทำอย่างเพียงพอเพื่อที่จะหยุดยั้งการสังหารหมู่ครั้งนั้น
“ประชาคมนานาชาติล้มเหลวในเรื่องรวันดาและนั่นทิ้งให้เราอยู่กับความรู้สึกเสียใจอย่างเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา” อันนันกล่าวในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา
ในช่วงสิ้นปี 2006 หนึ่งเดือนก่อนหน้าการก้าวลงจากการเป็นเลขาธิการยูเอ็นหลังดำรงตำแหน่งมา 10 ปี อันนันให้สัญญาว่าจะไม่มีวันลืมทวีปแอฟริกา
เขาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเขา “ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย” และต้องการจะ “อุทิศเวลาบางส่วน” ให้กับการทำงานเกี่ยวกับแอฟริกา และ “ให้คำปรึกษาหากว่าเป็นที่ต้องการ”
หลังจากนั้นเพียงมากกว่า 1 ปีต่อมาเล็กน้อย ความปรารถนานั้นได้รับการเติมเต็มจากการที่สหภาพแอฟริกา (เอยู) ร้องขอให้อันนันใช้ทักษะทางการทูตของเขาแสดงบทบาทในฐานะคนกลางผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อคลี่คลายวิกฤตทางการเมืองในเคนยา และขจัดไฟแห่งความรุนแรงในการเลือกตั้งที่ทำให้ผู้คนมากกว่า 600,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย
อันนันเดินทางถึงกรุงไนโรบีเมื่อช่วงสิ้นเดือนมกราคม ปี 2008 เขาใช้ห้องในโรงแรมแห่งหนึ่งจัดการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย
การแถลงข่าวที่ไม่ได้เตรียมการมาก่อนของตัวแทนจากทั้ง 2 ฝ่ายออกมาไม่ค่อยดีนัก
อย่างไรก็ตาม หลังความพยายามกดดันจากประชาคมนานาชาตินำโดยสหรัฐอเมริกา อันนันสามารถจัดการให้มีข้อตกลงแบ่งปันอำนาจจากแกนนำทั้ง 2 ฝ่ายได้สำเร็จและค่อยๆ ฟื้นฟูความสงบในเคนยา
นอกจากเคนยาแล้ว เมื่อปี 2006 สมัยที่อันนันยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็น เขาได้ดูแลให้มีข้อตกลงยุติกรณีพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไนจีเรียและแคเมอรูนที่ดำเนินมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษได้สำเร็จ

