ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 21 ส.ค.ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพมหานคร ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานที่ปรึกษาระหว่างประเทศเรื่องรัฐยะไข่ ได้พบหารือกับนายมาร์ค ฟีลด์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรและคณะ โดยรัฐมนตรีมาร์ค ฟีลด์ได้ขอฟังข้อสรุปของคณะที่ปรึกษาฯฉบับสุดท้ายที่ส่งให้รัฐบาลเมียนมา และมุมมองถึงพัฒนาการในอนาคตของรัฐยะไข่
ศ.ดร.สุรเกียรติ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สรุปให้รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร ว่านางออง ซาน ซู จีได้นำข้อเสนอของคณะที่ปรึกษาไปปฏิบัติเป็นรูปธรรมทุกข้อ ที่สำคัญคือ
1)การลงนามความตกลงกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ(UNHCR)และได้ร่วมกันลงพื้นที่เตรียมพร้อมในการรับผู้อพยพพลัดถิ่นกลับรัฐยะไข่อย่างปลอดภัย ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าUNHCR จะเป็นผู้กำหนดได้ว่าเมียนมามีความพร้อมทั้งด้านความปลอดภัยและการสร้างที่พักพิงตลอดจนบ้านช่องให้ผู้อพยพได้แค่ไหนเพียงใด
2) เมียนมารับนางคริสเตียน เบอร์เกอเนอร์ ผู้แทนพิเศษเลขาธิการสหประชาชาติมาเยือนรัฐยะไข่และเป็นผู้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมกับสังคมระหว่างประเทศกับรัฐบาลเมียนมา
3) ที่สำคัญที่สุดคือรัฐบาลเมียนมาได้รับข้อเสนอของคณะที่ปรึกษาฯ ไปตั้งคณะกรรมการอิสระค้นหาข้อเท็จจริงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่เพื่อปิดช่องว่างความเห็นต่างระหว่างเมียนมากับสังคมระหว่างประเทศว่ามีการละเมิดสิทธิอะไรเกิดขึ้นในยะไข่บ้างในข่วงหลังจากเดือนสิงหาคม 2560 เป็นต้นมา
นายสุรเกียรติ์ กล่าวต่อว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าการทำงานอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพของคณะกรรมการอิสระนี้ จะเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้ความปรองดองเกิดขึ้นในเมียนมาและทำให้นานาประเทศเข้ามาร่วมมือในการพัฒนารัฐยะไข่ได้มากขึ้น
ส่วนในเรื่องกฎหมายสัญชาติของเมียนมานั้น ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ผู้อพยพมีสถานะที่เหมาะสมจนถึงมีสัญชาติเมียนมาในอนาคต
ศ.ดร.สุรเกียรติ์ ได้สรุปถึงข้อเสนอของคณะที่ปรึกษาฯที่ได้เสนอต่อยอดข้อเสนอของนายโคฟี่ อานันที่เสนอให้มีการทบทวนกม. สัญชาติ ว่าควรให้มีการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายสัญชาติของประเทศต่างๆ ที่มีประสบการณ์ในการรับผู้อพยพผู้พลัดถิ่นว่ามีขั้นตอนกระบวนการอย่างไรเพื่อเมียนมาจะได้นำมาปรับใช้ในการพัฒนากฎหมายสัญชาติของตนเพื่อให้ผู้อพยพได้เห็นถึงอนาคตของตนเมื่อได้กลับคืนถิ่นในรัฐยะไข่แล้ว ซึ่งนางออง ซาน ซู จี ได้เห็นด้วยในการทำการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายสัญชาติของประเทศต่างๆ ดังกล่าว
ศ.ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวว่า รมช.กต.อังกฤษ ได้เห็นพ้องถึงความสำคัญของโครงการนำร่องหมู่บ้านในรัฐยะไข่และการเสวนาลดความขัดแย้งของชุมชนในรัฐยะไข่ที่เสนอโดยคณะที่ปรึกษาฯ ว่าจะทำให้ข้อเสนอในการพัฒนาของนายโคฟี่ อานันนำไปปฏิบัติได้อย่างมีความยั่งยืน


