คอลัมน์ People In Focus: โคฟี อันนัน นักการทูตผู้ยกระดับ ‘ยูเอ็น’

23.08.18 | 21:29 น.

“ผมพยายามจะวางความเป็นมนุษย์ไว้เป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ ตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง การพัฒนา เรื่อยไปจนถึงสิทธิมนุษยชน” อันนัน ระบุในสุนทรพจน์หลังรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อปี 2011

อธิบายถึงแนวทางการทำงานในฐานะเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นำไปสู่ความสำเร็จของสหประชาชาติในหลายประการ

‘อันนัน’ เป็นเลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คนแรกที่มาจากภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ได้ชื่อว่าเป็นผู้ยกระดับผลงานของยูเอ็นในระหว่างการดำรงตำแหน่งสองสมัยตั้งแต่เดือนมกราคม 1997 ถึงเดือนธันวาคม 2006

‘อันนัน’ เกิดในเมืองคูมาซี ประเทศกานา ลูกชายของผู้บริหาร “บริษัทยูไนเต็ดแอฟริกา” บริษัทลูกของบริษัทชื่อดังอย่าง “ยูนิลิเวอร์”

อันนันจบมหาวิทยาลัยในกานา ก่อนได้รับทุนไปศึกษาต่อสหรัฐอเมริกา ด้านเศรษฐศาสตร์และการบริหาร รวมถึงเรียนต่อด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการพัฒนาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วย
อันนันนับว่าเป็นลูกหม้อขององค์กรอย่างแท้จริง เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และฝ่ายงบประมาณ ของยูเอ็นก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการยูเอ็น ดูแลกองกำลังรักษาสันติภาพในปี 1993 ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็นในอีก 4 ปีต่อจากนั้น

Advertisement

อันนัน นักการทูตผู้มีเสน่ห์และพูดน้อย ได้รับการยกย่องในฐานะ ผู้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนของยูเอ็น ไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทั้งในและระหว่างประเทศ ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคร้าย ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมสงคราม ด้วย “เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ” ในปี 2000 ที่เป็นรากฐานไปสู่ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ภายในปี 2030 ที่กำลังดำเนินการในปัจจุบัน

อันนัน แต่งงานกับติตี อลาคิจา หญิงชาวไนจีเรีย ตั้งแต่ปี 1965 มีลูกด้วยกันสองคนคือ อมา และ โคโจ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกทางกันในช่วงทศวรรษที่ 70
อันนัน แต่งงานครั้งที่สองกับ “นาเน ลาเกอร์เกรน” นักกฎหมายชาวสวีเดนของยูเอ็น ในปี 1984 และลูกสาวด้วยกัน 1 คนมีชื่อว่า นีนา

หลังสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็นสมัยที่ 2 อันนันยังคงมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพในหลายเวทีไม่ว่าจะเป็นการการยุติความรุนแรงหลังการเลือกตั้งเคนยาในปี 2007 ความพยายามยุติสงครามกลางเมืองใน ซีเรีย และล่าสุดในฐานะคณะที่ปรึกษากรณี “มุสลิมโรฮีนจา” ในพม่า

แม้การจากไปของ ‘โคฟี อันนัน’ นับเป็นการสูญเสียของวงการการเมืองระหว่างประเทศ และเป็นการสูญเสียของชาวกานาทั้งประเทศผู้ที่เรียกอันนันอย่างรักใคร่ว่า “คุณตา”

ทว่ามรดกของนักการทูตวัย 80 ปียังคงเป็นความหวังที่นำทางองค์กรอย่างสหประชาชาติให้ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เพื่อก่อให้เกิดสันติภาพให้ได้ในวันใดวันหนึ่ง