สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ทนต่อกระแสกดดันไม่ไหวต้องยอมประกาศลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ เพื่อยกย่องและไว้อาลัยต่อการจากไปของนายจอห์น แม็คเคน สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐแอริโซนา คู่ปรับทางการเมือง ที่เพิ่งเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งสมองเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วยวัย 81 ปี
การกลับลำดังกล่าวมีขึ้นหลังทรัมป์ ตกอยู่ท่ามกลางแระแสวิพากษ์วิจารณ์ กับการที่ทรัมป์ไม่แสดงออกถึงการอาลัยต่อแม็คเคนอย่างชัดเจน เนื่องจากแม็คเคน เป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อย่างตรงไปตรงมาแม้ทั้งสองจะเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันเหมือนกันก็ตาม เป็นเหตุให้ต้องเกิดสงครามน้ำลายตอบโต้กันไปมาหลายครั้ง
ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์ส่งผลให้กลุ่มทหารผ่านศึกหลายกลุ่มเรียกร้องให้ทรัมป์ แสดงความอาลัยต่อแม็คเคน ผู้ที่เคยเป็นนักบินทิ้งระเบิดและเคยถูกจับเป็นเชลยในสงครามเวียดนามมาแล้วก่อนก้าวเข้าสู่สนามการเมือง อย่างเหมาะสม
“แม้เราจะมีความแตกต่างกันทั้งทางนโยบายและทางการเมือง ผมเคารพกับสิ่งที่วุฒิสมาชิกจอห์น แม็คเคนทำให้กับประเทศชาติ” ทรัมป์ ระบุในแถลงการณ์ซึ่งประกาศให้ทั่วประเทศลดธงลงครึ่งเสาจนกว่าจะถึงวันพิธีศพของแม็คเคนในวันที่ 2 กันยายนนี้
ทั้งนี้ธงชาติในทำเนียบขาวถูกลดลงครึ่งเสาในวันที่แม็คเคนเสียชีวิตเมื่อ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ธงจะขึ้นสู่ยอดเสาอีกครั้งในวันที่ 27 สิงหาคม ขณะที่การนิ่งเงียบของทรัมป์ต่อการเสียชีวิตของแม็คเคน นั้นแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความโดดเดี่ยวของประธานาธิบดีสหรัฐ และจุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าทรัมป์นั้นไร้ความสามารถในการหลอมรวมชาติที่แตกแยกให้เป็นหนึ่งเดียวได้

