หน้าแรก ต่างประเทศ ดราม่ายูเนสโก...

ดราม่ายูเนสโก! ‘มาเลย์’ ต้าน ‘สิงคโปร์’ ขอ ‘สตรีทฟู้ด’ ขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม

30.08.18 | 18:06 น.

หลังจากเกิดกระแสดราม่ากรณีที่ไทยยื่นขอให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “โขน” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ส่งผลให้เกิดกระแสความไม่พอใจจากกัมพูชาที่ระบุว่าโขน นั้นเป็นวัฒนธรรมของกัมพูชามาก่อนหน้านี้ (คลิกอ่าน ชาวเน็ตเขมรบุกเพจ ‘ยูเนสโก้’ ชี้ ‘โขน’ เป็นของกัมพูชา จวกไทยก๊อปปี้)


ล่าสุดสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกิดกระแสความไม่พอใจระหว่างสิงคโปร์ และมาเลเซียขึ้นเช่นกัน เมื่อชาวมาเลเซีย ไม่พอใจที่สิงคโปร์ ยื่นขอให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนวัฒนธรรมร้านอาหารริมทาง (hawker culture) เป็นมรกดทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ

อาหารริมทางหรือสตรีทฟู้ดของสิงคโปร์นั้นโด่งดังจากการที่บางร้านได้รับมิชลินสตาร์ที่การันตีความอร่อยเมื่อปี 2016 ด้านนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะยื่นเสนอให้อาหารริมทางสิงคโปร์ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก โดยระบุว่า เป็นดั่งห้องอาหารของชุมชน กลายเป็นอัตลักษณ์ส่วนหนึ่งของสิงคโปร์

ย่างก้าวดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสความไม่พอใจในมาเลเซีย โดยชาวมาเลเซียระบุว่าอาหารริมทางในประเทศซึ่งมีความคล้ายคลึงกับอาหารริมทางในสิงโปร์นั้น ดีกว่าสิงคโปร์มาก

Advertisement

เชฟชื่อดังหลายรายในมาเลเซีย ถึงกับระบุว่าการยื่นเสนอของสิงคโปร์นั้นไร้สาระ เนื่องจากร้านอาหารริมทางอย่าง hawker ไม่ได้มีที่สิงคโปร์ที่เดียว ขณะที่บางรายระบุว่า hawker ของมาเลเซียนั้นดีกว่า และเป็นมาเลเซียที่จะต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกแทน

อย่างไรก็ตามนักชิมอาหารชื่อดังชาวสิงคโปร์ระบุว่า อาหารริมทางของสิงคโปร์นั้นไม่ใช่เป็นพียงวัฒนธรรมอาหาร แต่เป็นวัฒนธรรมที่เชื่อมผู้คนเข้าด้วยกันและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม

รายงานข่าวระบุว่าสองประเทศต่างมีความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ไม่ค่อยสู้ดีนักนับตั้งแต่สิงคโปร์แยกตัวเป็นอิสระหลังการเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียในช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรก็ตามประเด็นดราม่าเรื่องอาหารนั้นยังคงเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงอย่างร้อนแรงอยู่เสมอ

ทั้งนี้สิงคโปร์เตรียมที่จะยื่นขอขึ้นทะเบียนดังกล่าวในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ขณะที่การประกาศว่าจะได้ขึ้นทะเบียนหรือไม่จะมีขึ้นในปี 2020