เมื่อวันที่ 4 กันายน ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของรัฐบาลสหรัฐ ที่ออกมาแสดงความเห็นกรณีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมาสองคนถูกตัดสินจำคุกกรณีรายงานข่าวการกวาดล้างชาวมุสลิมโรฮีนจา
โดยเพนซ์ ทวีตข้อความระบุว่นายวา โลน วัย 32 ปี และนายจ่อ โซ อู วัย 28 ปี สองผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ควรที่จะได้รับการยกย่อง ไม่ใช่การถูกจับกุมคุมขัง สำหรับการทำงานในการเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการสังหารหมู่ พร้อมย้ำว่าเสรีภาพในการนับถือศาสนาและเสรีภาพสื่อนั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อประชาธิปไตยอันแข็งแกร่ง
การแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวของรองประธานาธิบดีสหรัฐมีขึ้นหลังภรรยาของสองผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ออกมายืนยันว่าทั้งสองนั้นบริสุทธิ์ และเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้สื่อข่าวทั้งสองให้กลับมาพบกับครอบครัวอีกครั้ง
ด้านนิกกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ระบุในวันเดียวกันด้วยว่า สหรัฐจะแสดงออกเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมากขึ้น พร้อมทั้งระบุว่าผู้สื่อข่าวทั้งสอง “ถูกคุมขังเพราะบอกเล่าความจริง”
ทั้งนี้การตัดสินคดีดังกล่าวซึ่งระบุว่าผู้สื่อข่าวทั้งสองมีความผิดจริงฐานละเมิดกฎหมายความลับของราชการกฎหมายที่ตราไว้ตั้งแต่ยุคอาณานิคม จากการมีเอกสารลับไว้ในครอบครอง และต้องจำคุกเป็นเวลา 7 ปี มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อรัฐบาลเมียนมาของนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐผู้เป็นผู้นำเมียนมาในทางพฤตินัย เกี่ยวกับการกวาดล้างมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2560 เหตุซึ่งส่งผลให้มีผู้ที่ต้องอพยพออกจากเมียนมาจำนวนมากถึง 700,000 ราย

