เมื่อวันที่ 10 กันยายน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ทราฟฟิค (Traffic) องค์กรเฝ้าระวังการค้าสัตว์ป่า ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในอังกฤษ ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบค้าสัตว์มีชีวิตมากกว่า 1,500 รายการทางสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊ก โดยสัตว์ส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาจำหน่ายส่วนใหญ่ยังเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองระหว่างประเทศ ไม่ได้มีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศไทย และการค้าสัตว์ชนิดต่างๆเหล่านี้ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายอีกด้วย
รายงานการตรวจสอบพบชิ้นนี้ของทราฟฟิคที่จะมีการตีพิมพ์ลงในรายงานว่าด้วยการใช้เฟซบุ๊กเพื่อการค้าสัตว์ในประเทศไทยในสัปดาห์นี้ยังระบุว่า รายการสัตว์ชนิดต่างๆที่มีการจำหน่ายทางเฟซบุ๊ก ถูกพบอยู่ในกรุ๊ปเฟซบุ๊กจำนวน 12 กรุ๊ปในช่วงหนึ่งเดือนของปี 2559 ที่มีสัตว์อยู่ราว 200 ชนิด ในจำนวนมี 2 ชนิดที่เป็นสัตว์ห้ามในการค้าระหว่างประเทศ คือ นากยูเรเซีย (Eurasian otter) และ เต่าจุดดำ (Black spotted turtle) และมีบางชนิดที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศไทยซึ่งจัดอยู่ในประเภทห้ามในการค้าระหว่างประเทศเช่นกัน เช่น นกเงือกหรือนกชนหิน (Helmeted hornbill) จระเข้สยาม (Siamese crocodile) ซึ่งสัตว์ทั้งสองชนิดนี้จัดเป็นสัตว์ที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ และหมีควาย ( Asiatic black bear) นอกจากนี้ยังมีการค้าชิ้นส่วนสัตว์รวมอยู่ด้วย
บีบีซีรายงานว่า ทราฟฟิคได้ทำการวิเคราะห์การเป็นสมาชิกของ Facebook Groups ในปี 2559 และอีกครั้งในอีก 2 ปีต่อมาพบว่ามี 2 กรุ๊ปที่ได้ปิดตัวลงแล้ว แต่สมาชิกยังกลับมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบทวีคูณ จาก 106,111 ราย ในปี 2559 เป็น 203,445 รายในปี 2561 นี้ ทั้งนี้มีสัตว์ที่ถูกนำมาขายผ่านเฟซบุ๊กจำนวน 105 ชนิดทั้งๆที่สัตว์เหล่านี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายไทย
นางขนิษฐา กริชนาสมี รักษาการผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียใต้-ตะวันออกของทราฟฟิค กล่าวว่า การค้าสัตว์ป่าออนไลน์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจะยิ่งเพิ่มการคุกคามต่อสัตว์ที่ไม่ใช่สายพันธุ์พื้นเมืองที่ปัจจุบันไม่มีกฎหมายคุ้มครองหรือมีกฎระเบียบควบคุมมากขึ้น
ด้านโฆษกเฟซบุ๊กกล่าวชี้แจงว่า เฟซบุ๊กไม่อนุญาตให้จำหน่ายหรือทำการค้าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หรือชิ้นส่วนสัตว์ป่าดังกล่าวทางเฟซบุ๊ก และว่า เฟซบุ๊กจะทำการลบเนื้อหาเหล่านี้ทั้งหมดโดยเร็วๆที่สุดและจะทำงานร่วมกับทราฟฟิคและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายในการช่วยกันต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าทางออนไลน์อย่างผิดกฎหมายในประเทศไทย

